เห็น ‘ปลาหมอคางดำ’ แจ้งได้ทันที นักวิชาการชี้ ‘ข้อมูลประชาชน’ คือหัวใจเฝ้าระวังสัตว์ต่างถิ่น
นักวิชาการระบุ การตรวจพบปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร สะท้อนบทบาทสำคัญของภาคประชาชน ในการเฝ้าระวังสัตว์น้ำต่างถิ่น แนะพบเห็นให้ถ่ายภาพ และแจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยติดตาม และควบคุมการแพร่กระจายอย่างมีประสิทธิภาพ
การตรวจพบปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ทำให้การเฝ้าระวังการแพร่กระจายของสัตว์น้ำต่างถิ่น กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยนักวิชาการระบุว่า ประชาชนสามารถมีบทบาทสำคัญในการแจ้งข้อมูลพื้นที่ที่พบปลาหมอคางดำ ซึ่งจะช่วยให้การติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
นักวิชาการระบุว่า ข้อมูลจากประชาชนเพียงคนเดียว สามารถช่วยให้หน่วยงานภาครัฐติดตามการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามไปสู่สัตว์น้ำพื้นถิ่น ชาวประมง และความมั่นคงทางอาหารของประเทศ
ผู้พบเห็นคนแรกอาจไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ แต่เป็นประชาชนที่มีสมาร์ตโฟนอยู่ในมือ ซึ่งภาพถ่าย พิกัด และข้อมูลที่ส่งเข้ามา ล้วนเป็นส่วนสำคัญของฐานข้อมูลที่ใช้ในการเฝ้าระวัง สำรวจ และวางแผนควบคุมการแพร่กระจาย ตามแนวทาง "เจอ แจ้ง จับ จบ" ของกรมประมง
การตรวจพบปลาหมอคางดำโดยภาคประชาชนในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นว่าการเฝ้าระวังแหล่งน้ำเป็นภารกิจร่วมของคนไทยทุกคน เพราะการตรวจพบได้เร็ว จะช่วยเพิ่มโอกาสในการลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรสัตว์น้ำ
นักวิชาการแนะนำว่า หากพบปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้ดำเนินการ 3 ขั้นตอน ได้แก่ พบเห็นปลา ถ่ายภาพ หรือบันทึกวิดีโอพร้อมระบุตำแหน่ง และแจ้งเจ้าหน้าที่ประมงในพื้นที่ หรือผ่านช่องทางที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเฝ้าระวังแหล่งน้ำของประเทศ
นักวิชาการจำนวนมากเห็นตรงกันว่า ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน การกำจัดปลาหมอคางดำออกจากธรรมชาติทั้งหมดแทบเป็นไปไม่ได้ แต่สามารถลดผลกระทบ และควบคุมการแพร่กระจายได้ หากทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญ คือ การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำอย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มความต้องการของตลาด ทำให้ปลาที่อยู่ในธรรมชาติถูกจับออกจากระบบนิเวศมากขึ้น ช่วยลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน
ปัจจุบันปลาหมอคางดำสามารถนำไปแปรรูปเป็นปลาป่น อาหารสัตว์ โปรตีนสำหรับอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น ปลาร้า น้ำพริกปลา ปลาแดดเดียว อาหารพร้อมรับประทาน และต่อยอดเป็นวัตถุดิบสำหรับร้านอาหารหรือโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน หากผ่านการพัฒนา และรับรองมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ชุมชน ลดภาระการจัดการ และดึงปลาผู้รุกรานออกจากธรรมชาติได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนักวิจัย ชาวประมง ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ ร้านอาหาร สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และประชาชน
โดยทุกครั้งที่ประชาชนแจ้งข้อมูลอย่างถูกต้อง สนับสนุนผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานจากปลาหมอคางดำ และส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้อง จะเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาแหล่งน้ำของประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชน และรักษาความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปิด 7 มาตรการ สยบปลาหมอคางดำ! อดีตอธิบดีกรมประมง ลั่นต้องฆ่าให้หมด
- ประมงเพชรบุรี พบ 18 คลอง มี ปลาหมอคางดำ ลดลง เดินหน้าปล่อยปลาผู้ล่า-ทำอาหาร
- ‘ธรรมนัส’ ประกาศเร่งด่วน ล่าปลาหมอคางดำ เคาะรับซื้อ 15 บาท/กก. ตั้งโต๊ะรับซื้อสัปดาห์หน้า
ติดตามเราได้ที่