โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บุกรวบหนุ่มเกาหลีใต้หนีหมายแดงอินเตอร์โพล ซุกคอนโดย่านรามคำแหง โยงคดีส่งไอซ์ข้ามชาติ

สวพ.FM91

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 2569 สำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บุกจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญชาวเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายจับของตำรวจสากล (Red Notice) หลังพบเบาะแสว่าเป็นตัวการใหญ่พัวพันขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติ โดยสามารถรวบตัวได้คาคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง-เสรีไทย

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้มอบให้ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด บูรณาการด้านการข่าวระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนอย่างรวดเร็ว สืบเนื่องจากสำนักข่าวกรองแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี (NIS) และสำนักงานอัยการสูงสุดสาธารณรัฐเกาหลี (SPO) ได้ให้ข่าวสารว่าก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2569 ศุลกากรเกาหลีใต้ได้เรียกตรวจค้นชายชาวเกาหลีใต้รายหนึ่ง ขณะเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปลงที่สนามบินนานาชาติอินชอน ผลการตรวจค้นพบยาไอซ์น้ำหนัก 1.31 กิโลกรัม มูลค่าราว 131 ล้านวอน (ประมาณ 3.5 ล้านบาท) ซุกซ่อนอยู่ภายในกางเกงชั้นในที่สวมใส่

จากการสอบสวนขยายผล ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมในเกาหลีใต้ให้การซัดทอดว่า ได้รับมอบยาไอซ์ทั้งหมดมาจาก นายคิม อายุ 40 ปี ขณะอยู่ในประเทศไทย เพื่อให้ตนนั่งเครื่องบินทำหน้าที่นำยาเสพติดดังกล่าวเข้าไปสาธารณรัฐเกาหลี จากคำให้การดังกล่าว ศาลแขวงซูวอน ประเทศเกาหลีใต้ จึงได้ออกหมายจับนายคิม ในข้อหาลักลอบค้ายาเสพติด (ไอซ์) และนำไปสู่การออกหมายแดง (Red Notice) เพื่อล่าตัวข้ามโลก

หลังได้รับการประสานงาน สำนักปราบปรามยาเสพติดสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เร่งแกะรอยประวัติการติดต่อของนายคิม จนพบเบาะแสสำคัญว่าเจ้าตัวได้กบดานอยู่กับหญิงคนสนิทในพื้นที่กรุงเทพมหานคร กระทั่งช่วงเย็นของวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นห้องพักเป้าหมายในคอนโดมิเนียมย่านรามคำแหง-เสรีไทย และพบตัวนายคิมอาศัยอยู่จริง

เบื้องต้นจากการตรวจค้นภายในห้องพักไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวและแจ้งข้อหาเบื้องต้นในความผิดฐาน "เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายของไทย และเตรียมประสานงานกับทางการเกาหลีใต้เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...