โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ThaiBMA คาด H2/69 มีหุ้นกู้ใหม่ราว 5 แสนลบ. -เร่งฟื้นความเชื่อมั่นหลังพบเบี้ยวหนี้มาก เล็งคุมตลาดแรก

Manager Online

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ThaiBMA ยังคงคาดการณ์ภาคเอกชนออกหุ้นกู้ปีนี้ราว 8.8-9 .0 แสนล้านบาท หลังจากสรุปครึ่งปีแรกออกไปแล้ว 4.1 แสนล้านบาท และยังไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่จะมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในครึ่งปีหลังรวม 416,877 ล้านบาท โดยการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปีนี้คาดว่าผู้ออกจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่วนรายกลางเล็กน่าจะใช้วิธีการอื่นในการระดมทุน ส่วน High Yield Bond ออกได้ยากแล้ว เนื่องจากผู้ลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้น

ด้านกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ThaiBMA คนใหม่ประกาศเร่งฟื้นภาพลักษณ์ตลาดตราสารหนี้ จากปัญหาหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และใช้ช่องโหว่ของกฎหมายหลุดรอด จึงต้องการเพิ่มบทบาทกำกำบดูแลตลาดแรกด้วย

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทขนาดใหญ่ยังมีความต้องการระดมทุน และอัตราดอกเบี้ยยังเอื้อเพราะไม่ได้สูงเกินไป จึงมองว่าครึ่งปีหลังจะมีการออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง แต่ในส่วนหุ้นกู้ที่ไม่ได้มีการจัดอันดับเครดิต (non rated) ราว 2 หมื่นล้านบาท คงไม่ได้มีการออกหุ้นกู้มาทดแทนได้

เราเชื่อว่า (การออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน) น่าจะไปถึงเป้า บริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องการระดมทุนอยู่ เดิมเราคาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะมีการออกหุ้นกู้ 8.8-9 แสนล้านบาท ซึ่งเราเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้นางสาวอริยา กล่าว

Screenshot

ThaiBMA สรุปภาะรวมตลาดตราสารหนี้ในครึ่งปีแรกว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มูลค่าคงค้างเท่ากับ 18.3 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 68 เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นสำคัญ ขณะที่การออกตราสารหนี้ระยะยาวของภาคเอกชน 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการออกเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade (IG) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY FINANCE และ PROPERTY ตามลำดับ

ในช่วงครึ่งหลังของปี 69 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระรวม 416,877 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade 90% และ High Yield (รวม Non-rated bond) อีก 10% โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ในกลุ่ม Investment Grade มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ระหว่าง 2.08-10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า

Screenshot

ในไตรมาส 2/69 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอีก 10,453 ล้านบาท ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือน เม.ย.-พ.ค. และขายสุทธิในเดือน มิ.ย.หลังจากเริ่มมีความชัดเจนในการเจรจายุติสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยรวม 30,043 ล้านบาท และมียอดการถือครอง 9.47 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.2% ของมูลค่าคงค้างในตลาด อายุคงเหลือเฉลี่ย 8.5 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปี 68

เร่งฟื้นเชื่อมั่นหลังเบี้ยวหนี้พุ่ง

นางสาวอริยา กล่าวว่า ปัญหาหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ปีแล้ว เป็นผลจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งลากยาวมาตั้งแต่สถานการณ์โควิดระบาด ทำให้บริษัทรายกลางและรายเล็กไม่สามารถใช้วิธีออกหุ้นกู้ได้ก็จะหันไปใช้ช่องทางอื่น เช่น ขายสินทรัพย์ หรือกลับไปกู้กับสถาบันการเงิน จึงไม่คิดว่าจะมีผู้ออกรายใหม่ๆ ในกลุ่มนี้ ซึ่งนักลงทุนเองก็เพิ่มความระมัดระวังขึ้นด้วย

Screenshot

ช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ยังคงเห็นหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ หรือขอยืดหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมๆ ที่เคยมีปัญหามาก่อนแล้ว หรือเคยยืดหนี้มาแล้ว แต่พอถึงกำหนดครบชำระแต่ละงวดอาจจะยังไม่สามารถชำระหนี้ได้อีก ก็กลายเป็นปัญหาต่ออีก ที่ผ่านมามีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง หรือดำเนินการเรียกชำระหนี้ รวมถึงสื่อสารให้กับนักลงทุน

ขอขยายบทบาท ดูแลตลาดแรก

นางสาวอริยา กล่าวอีกว่า บทบาท ThaiBMA เรามีภารกิจหลัก 5 ด้าน คือ การกำกับดูแลสมาชิกที่ทำธุรกรรมในตลาดรอง เป็นศูนย์ข้อมูลในตลาดตราสารหนี้ ดูแลกิจการสมาคมและผู้ร่วมตลาด การพัฒนาตลาด ให้ข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลราคายุติธรรม

ปัจจุบัน ตลาดตราสารหนี้เติบโตขึ้นมามาระดับ 18.2 ล้านล้านบาทแล้ว แต่นักลงทุนก็คงเห็นว่าในช่วงหลายปีนี้เรื่องความเชื่อมั่นจากหุ้นกู้ที่ผู้ออกบางรายมีปัญหาขึ้นมา และมีการจัดการได้บ้างไม่ได้บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายไม่ได้เอื้อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน

นี่เป็นสิ่งที่ ThaiBMA ต้องการผลักดันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ เป็นแผน 4 ปีที่ที่ดำรงวาระกรรมการผู้จัดการ คือ การขยายบทบาท การขยายกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมการดูแลตลาดแรกด้วย จากปัจจุบันดูแลเพียงตลาดรอง เพราะที่ผ่านมาปัญหาจะเกิดตั้งแต่ตลาดแรก เริ่มต้นจากการกำหนดสิทธิมาตรฐานของหุ้นกู้ High Yield ให้มีความระมัดระวังอย่างรอบคอบมากขึ้น ผลักดันให้ตัวกลางหรือผู้จัดจำหน่ายให้มีคู่มือปฏิบัติที่มีความรัดกุมมากขึ้น

รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บาง.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อให้นักลงทุนได้รับการปกป้องที่ดีขึ้น ปิดช่องโหว่ของกฎหมาย อีกทั้งจะนำ AI เข้ามมาช่วยในการทำงาน ซึ่งเตรียมเปิดตัว BOND AI ในไตรมาส 3/69 เพื่อตอบคำถามนักลงทุน รวมถึงส่งเสริม Tokenization ตราสารรูปแบบใหม่ๆ

นางสาวอริยา เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (69-72) อยู่ภายใต้ The RISE of Thai Bond Market เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยด้วยหลักการ Trust, Innovation, and Sustainability เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการสร้างตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืน ประกอบด้วย

R: Roles & Regulation (ยกระดับบทบาทและการกำกับดูแลเชิงรุก) ยกระดับเกณฑ์ SRO เชิงรุกเพื่อปกป้อง

นักลงทุนตั้งแต่ตลาดแรก ควบคู่กับการเป็นตัวกลางขับเคลื่อนนโยบายและร่วมเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงขยายบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาระดับนานาชาติเพื่อส่งออกโมเดลของ ThaiBMA ไปสู่ตลาดเกิดใหม่

I: Infrastructure Modernization (การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับยุคดิจิทัล) สร้างโครงสร้างพื้นฐาน

ข้อมูลกลางของตลาด (Information Backbone) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างไร้รอยต่อการเปิดตัวระบบ BHR Portal เพื่อเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลให้แก่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการยกระดับแอปพลิเคชันMeBond ให้ตอบสนองนักลงทุนรายย่อย

S: Sustainability & Education (การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้) -จัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล ESG Bond Data Hub ตามมาตรฐานสากล ICMA ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ (Bond Literacy)

E: Expanded Products & Valuation (การขยายผลิตภัณฑ์บริการและการประเมินมูลค่าด้วย AI) ยกระดับการให้บริการข้อมูลและการประเมินมูลค่าตราสารหนี้ให้ครอบคลุมนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น Tokenized products และเตรียมเปิดตัว Bond AI เพื่อเป็นผู้ช่วยนักลงทุนรายย่อย พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ RISE ในครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยไปสู่การเป็น Sustainable Bond Market หรือตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการเติบโตด้านนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือในระบบกำกับดูแล และการเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดย ThaiBMA พร้อมจับมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้สำเร็จตามแผนงาน นางสาวอริยา กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...