ThaiBMA คาด H2/69 มีหุ้นกู้ใหม่ราว 5 แสนลบ. -เร่งฟื้นความเชื่อมั่นหลังพบเบี้ยวหนี้มาก เล็งคุมตลาดแรก
ThaiBMA ยังคงคาดการณ์ภาคเอกชนออกหุ้นกู้ปีนี้ราว 8.8-9 .0 แสนล้านบาท หลังจากสรุปครึ่งปีแรกออกไปแล้ว 4.1 แสนล้านบาท และยังไม่เห็นสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่จะมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดในครึ่งปีหลังรวม 416,877 ล้านบาท โดยการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในปีนี้คาดว่าผู้ออกจะเป็นบริษัทขนาดใหญ่เป็นหลัก ส่วนรายกลางเล็กน่าจะใช้วิธีการอื่นในการระดมทุน ส่วน High Yield Bond ออกได้ยากแล้ว เนื่องจากผู้ลงทุนมีความระมัดระวังมากขึ้น
ด้านกรรมการผู้จัดการคนใหม่ ThaiBMA คนใหม่ประกาศเร่งฟื้นภาพลักษณ์ตลาดตราสารหนี้ จากปัญหาหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และใช้ช่องโหว่ของกฎหมายหลุดรอด จึงต้องการเพิ่มบทบาทกำกำบดูแลตลาดแรกด้วย
นางสาวอริยา ติรณะประกิจ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทขนาดใหญ่ยังมีความต้องการระดมทุน และอัตราดอกเบี้ยยังเอื้อเพราะไม่ได้สูงเกินไป จึงมองว่าครึ่งปีหลังจะมีการออกหุ้นกู้ต่อเนื่อง แต่ในส่วนหุ้นกู้ที่ไม่ได้มีการจัดอันดับเครดิต (non rated) ราว 2 หมื่นล้านบาท คงไม่ได้มีการออกหุ้นกู้มาทดแทนได้
เราเชื่อว่า (การออกหุ้นกู้ของภาคเอกชน) น่าจะไปถึงเป้า บริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องการระดมทุนอยู่ เดิมเราคาดการณ์ว่าปีนี้น่าจะมีการออกหุ้นกู้ 8.8-9 แสนล้านบาท ซึ่งเราเชื่อว่ายังมีความเป็นไปได้นางสาวอริยา กล่าว
Screenshot
ThaiBMA สรุปภาะรวมตลาดตราสารหนี้ในครึ่งปีแรกว่า ณ สิ้นไตรมาส 2/69 มูลค่าคงค้างเท่ากับ 18.3 ล้านล้านบาท (คิดเป็น 96% ของ GDP) เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 68 เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นสำคัญ ขณะที่การออกตราสารหนี้ระยะยาวของภาคเอกชน 409,670 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการออกเพิ่มขึ้นของหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade (IG) โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มียอดการออกสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ENERGY FINANCE และ PROPERTY ตามลำดับ
ในช่วงครึ่งหลังของปี 69 จะมีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระรวม 416,877 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นกู้กลุ่ม Investment Grade 90% และ High Yield (รวม Non-rated bond) อีก 10% โดยผู้ออกหุ้นกู้รายใหญ่ 10 อันดับแรกอยู่ในกลุ่ม Investment Grade มีอัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ย (Interest Coverage Ratio) ระหว่าง 2.08-10.6 เท่า ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity) ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า
Screenshot
ในไตรมาส 2/69 นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิอีก 10,453 ล้านบาท ต่อเนื่องจากไตรมาสแรก โดยเป็นการซื้อสุทธิในเดือน เม.ย.-พ.ค. และขายสุทธิในเดือน มิ.ย.หลังจากเริ่มมีความชัดเจนในการเจรจายุติสงครามสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 2/69 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตราสารหนี้ไทยรวม 30,043 ล้านบาท และมียอดการถือครอง 9.47 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.2% ของมูลค่าคงค้างในตลาด อายุคงเหลือเฉลี่ย 8.5 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.1 ปี เมื่อสิ้นปี 68
เร่งฟื้นเชื่อมั่นหลังเบี้ยวหนี้พุ่ง
นางสาวอริยา กล่าวว่า ปัญหาหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง 2-3 ปีแล้ว เป็นผลจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งลากยาวมาตั้งแต่สถานการณ์โควิดระบาด ทำให้บริษัทรายกลางและรายเล็กไม่สามารถใช้วิธีออกหุ้นกู้ได้ก็จะหันไปใช้ช่องทางอื่น เช่น ขายสินทรัพย์ หรือกลับไปกู้กับสถาบันการเงิน จึงไม่คิดว่าจะมีผู้ออกรายใหม่ๆ ในกลุ่มนี้ ซึ่งนักลงทุนเองก็เพิ่มความระมัดระวังขึ้นด้วย
Screenshot
ช่วงที่ผ่านมาของปีนี้ยังคงเห็นหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้ หรือขอยืดหนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นรายเดิมๆ ที่เคยมีปัญหามาก่อนแล้ว หรือเคยยืดหนี้มาแล้ว แต่พอถึงกำหนดครบชำระแต่ละงวดอาจจะยังไม่สามารถชำระหนี้ได้อีก ก็กลายเป็นปัญหาต่ออีก ที่ผ่านมามีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ดำเนินการฟ้องร้องทางแพ่ง หรือดำเนินการเรียกชำระหนี้ รวมถึงสื่อสารให้กับนักลงทุน
ขอขยายบทบาท ดูแลตลาดแรก
นางสาวอริยา กล่าวอีกว่า บทบาท ThaiBMA เรามีภารกิจหลัก 5 ด้าน คือ การกำกับดูแลสมาชิกที่ทำธุรกรรมในตลาดรอง เป็นศูนย์ข้อมูลในตลาดตราสารหนี้ ดูแลกิจการสมาคมและผู้ร่วมตลาด การพัฒนาตลาด ให้ข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลราคายุติธรรม
ปัจจุบัน ตลาดตราสารหนี้เติบโตขึ้นมามาระดับ 18.2 ล้านล้านบาทแล้ว แต่นักลงทุนก็คงเห็นว่าในช่วงหลายปีนี้เรื่องความเชื่อมั่นจากหุ้นกู้ที่ผู้ออกบางรายมีปัญหาขึ้นมา และมีการจัดการได้บ้างไม่ได้บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมายไม่ได้เอื้อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน
นี่เป็นสิ่งที่ ThaiBMA ต้องการผลักดันภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ เป็นแผน 4 ปีที่ที่ดำรงวาระกรรมการผู้จัดการ คือ การขยายบทบาท การขยายกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ครอบคลุมการดูแลตลาดแรกด้วย จากปัจจุบันดูแลเพียงตลาดรอง เพราะที่ผ่านมาปัญหาจะเกิดตั้งแต่ตลาดแรก เริ่มต้นจากการกำหนดสิทธิมาตรฐานของหุ้นกู้ High Yield ให้มีความระมัดระวังอย่างรอบคอบมากขึ้น ผลักดันให้ตัวกลางหรือผู้จัดจำหน่ายให้มีคู่มือปฏิบัติที่มีความรัดกุมมากขึ้น
รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พ.ร.บาง.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อให้นักลงทุนได้รับการปกป้องที่ดีขึ้น ปิดช่องโหว่ของกฎหมาย อีกทั้งจะนำ AI เข้ามมาช่วยในการทำงาน ซึ่งเตรียมเปิดตัว BOND AI ในไตรมาส 3/69 เพื่อตอบคำถามนักลงทุน รวมถึงส่งเสริม Tokenization ตราสารรูปแบบใหม่ๆ
นางสาวอริยา เปิดเผยว่า แผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (69-72) อยู่ภายใต้ The RISE of Thai Bond Market เพื่อยกระดับและขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยด้วยหลักการ Trust, Innovation, and Sustainability เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดในการสร้างตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืน ประกอบด้วย
R: Roles & Regulation (ยกระดับบทบาทและการกำกับดูแลเชิงรุก) ยกระดับเกณฑ์ SRO เชิงรุกเพื่อปกป้อง
นักลงทุนตั้งแต่ตลาดแรก ควบคู่กับการเป็นตัวกลางขับเคลื่อนนโยบายและร่วมเสนอแนะปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้ลงทุน รวมถึงขยายบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาระดับนานาชาติเพื่อส่งออกโมเดลของ ThaiBMA ไปสู่ตลาดเกิดใหม่
I: Infrastructure Modernization (การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานรองรับยุคดิจิทัล) สร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ข้อมูลกลางของตลาด (Information Backbone) ซึ่งรวมถึงการพัฒนาระบบขึ้นทะเบียนตราสารหนี้รูปแบบใหม่ที่เชื่อมโยงกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างไร้รอยต่อการเปิดตัวระบบ BHR Portal เพื่อเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลให้แก่ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และการยกระดับแอปพลิเคชันMeBond ให้ตอบสนองนักลงทุนรายย่อย
S: Sustainability & Education (การส่งเสริมความยั่งยืนและองค์ความรู้) -จัดตั้งศูนย์กลางข้อมูล ESG Bond Data Hub ตามมาตรฐานสากล ICMA ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้ (Bond Literacy)
E: Expanded Products & Valuation (การขยายผลิตภัณฑ์บริการและการประเมินมูลค่าด้วย AI) ยกระดับการให้บริการข้อมูลและการประเมินมูลค่าตราสารหนี้ให้ครอบคลุมนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ เช่น Tokenized products และเตรียมเปิดตัว Bond AI เพื่อเป็นผู้ช่วยนักลงทุนรายย่อย พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ RISE ในครั้งนี้ คือการขับเคลื่อนตลาดตราสารหนี้ไทยไปสู่การเป็น Sustainable Bond Market หรือตลาดตราสารหนี้ที่ยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งการเติบโตด้านนวัตกรรม ความน่าเชื่อถือในระบบกำกับดูแล และการเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดย ThaiBMA พร้อมจับมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้สำเร็จตามแผนงาน นางสาวอริยา กล่าว
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO