แห่ให้กำลังใจ กู้ภัยไทยฝ่าวิกฤต ช่วย 7 ชีวิตชาวลาว ติดถ้ำเหมืองทองถล่ม
ชาวเน็ตไทย-ลาว แห่ให้กำลังใจกู้ภัยไทยฝ่าวิกฤต ภารกิจถ้ำเหมืองทองลาวถล่ม แข่งกับเวลาล้าจนเกือบวูบ เร่งสูบน้ำลด 2 เมตร พบสัญญาณชีพ 7 ชีวิตชาวลาว
จากกรณี เกิดเหตุอุโมงค์เหมืองแร่ทองคำถล่มที่เมืองล่องแจ้ง แขวงไชยสมบูรณ์ สปป.ลาว ส่งผลให้คนงานชาวลาวจำนวน 7 คนติดอยู่ภายในถ้ำ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากประเทศไทยได้เดินทางข้ามแดนเข้าไปสนับสนุนภารกิจช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ท่ามกลางความยากลำบากจากพื้นที่แคบและปริมาณน้ำที่ท่วมสูงนั้น
ต่อมาวันที่ 26 พ.ค. 69 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Manat K Artmongkron” โพสต์ภาพ พร้อมข้อความอัปเดตสถานการณ์การช่วยเหลือ โดยระบุว่า “ระดับน้ำลดลงเกือบ 2 เมตรวันนี้ทีมเราปฏิบัติงานกันตั้งแต่เช้าจนถึงเวลา 23.25 น. ตลอดทั้งวันคือการแข่งขันกับเวลา ความมืด และข้อจำกัดภายในถ้ำ”
“ทีมงานได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม จนสามารถลดระดับน้ำลงได้เกือบ 2 เมตร ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญของภารกิจ และในขณะเดียวกัน เราสามารถวางระบบสื่อสารไปถึงโถงสุดท้าย ก่อนถึงจุดที่คาดว่าพบสัญญาณชีพได้สำเร็จ”
“แม้ภารกิจจะเดินหน้าได้ดี แต่ความปลอดภัยของทีมยังคงสำคัญที่สุด ระหว่างปฏิบัติงาน ทีมส่วนหน้า 2 ใน 6 นาย มีอาการวิงเวียน และร่างกายเริ่มตอบสนองผิดปกติ เราจึงตัดสินใจถอนกำลังกลับสู่จุดปลอดภัยทันที เพื่อพักฟื้นร่างกายและประเมินความพร้อม ก่อนเดินหน้าปฏิบัติการต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น”
“ทุกคนยังคงมีความหวังและเราจะพยายามกันจนสุดกำลัง ขอขอบคุณทุกแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย จากโรงหมอไชยสมบูรณ์ ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ที่ร่วมกันประคองภารกิจนี้ไว้ตลอดทั้งคืนครับ”
พร้อมทั้งคอมเมนต์เพิ่มเติมว่า “ไม่ได้หมดสติ หรือ เกิดอุบัติเหตุใดใดนะครับ น้องๆเหนื่อย เพราะโถมงานหนักแทบตลอด 3 วัน ทั้งงานคลานเข้าพื้นที่ในถ้ำ และงานโรยตัว เราต้องทำควบคู่สลับกันตลอดทั้งวัน ตอนนี้ปลอดภัยดี แค่ล้าไปทั้งตัวครับ”
โดยก่อนหน้านี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Manat K Artmongkron” โพสต์ข้อความว่า “ภารกิจช่วยเหลือ 7 ชีวิตติดถ้ำ วันนี้เข้าสู่วันที่ 3 สิ่งที่หลายคนเห็น คือทีมส่วนหน้าที่กำลังฝ่าความมืด น้ำเชี่ยว โคลน และอันตรายเข้าไปในถ้ำ แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองไม่เห็น คือ “ทีมหลังบ้าน” ที่กำลังแบกรับอีกครึ่งหนึ่งของภารกิจนี้ไว้ทั้งหมด ระบบการทำงานของเราไม่ใช่แค่คำว่า “ลุย” ทุกการเข้าออกมีการ records สัญญาณชีพ ทุกคำสั่งมีการ monitor และตอบสนอง ทุกความเคลื่อนไหวมีการประสานงานอยู่ตลอดเวลา ทั้งเรื่องเอกสาร พาสปอร์ต การประสานงานระหว่างประเทศ การติดต่อครอบครัวของสมาชิกทีม การวางแผนภารกิจต่อเนื่อง รวมถึงเรื่องอาหาร ยา สุขภาพ และความเป็นอยู่ของคนทำงานทุกคน”
“ภารกิจที่ทั่วโลกจับตามองนี้ ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนเพียงไม่กี่คนด้านหน้า แต่มันเกิดจากคนจำนวนมาก ที่ยอมเป็น “ผู้ปิดทองหลังพระ” และในภารกิจนี้ เรามีหญิงแกร่ง 2 คน ที่กำลังทำในสิ่งละเอียดอ่อนเกินกว่าผู้ชายอย่างพวกเราจะมองครบทั้งหมดหากไม่มีพวกเขา ผมเชื่อว่าความผิดพลาดและความไม่ปลอดภัย อาจเกิดขึ้นกับทีมส่วนหน้าแน่นอน บางคนไม่อยู่หน้ากล้อง บางคนไม่ได้ลงภาพ บางคนไม่ได้ถูกพูดถึงแต่ทุกคนคือหัวใจของภารกิจนี้ ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานหลังฉากทุกคนเพราะต่อให้โลกจดจำชื่อคนที่เดินนำหน้า คนที่คอยประคองทั้งระบบอยู่ด้านหลัง ก็สมควรได้รับคำขอบคุณไม่แพ้กัน #EMT สายธาร & สว่างศรีวิไลฯโสกก่าม”
ท่ามกลางชาวเน็ต ทั้งจากคนไทยและคนลาวที่เข้ามาให้กำลังใจ กับทีมกู้ภัยไทยในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ พร้อมกับคอมเมนต์ อาทิ ผมในนามคนลาวขอแสดงความขอบคุณกับทีมงานอาสากู้ภัยทุกท่านที่สละเวลาและสละความสุขสบาย เพื่อมาช่วยพี่น้องชาวลาว ขอให้ทีมงานทุกท่านจงทำงานอย่างปลอดภัย และขอให้ทุกท่านจงดูแลสุขภาพตัวเองด้วย ถึงแม้การช่วยเหลือคนอื่นจะสำคัญแค่ไหนแต่ทุกท่านก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วย ขอให้ทีมงานทุกคนจงทำภารกิจให้เสร็จลุล่วงด้วยดีนะครับ, ขอบใจล้านครั้งเด้อ อ้ายน้องไทย เป็นต้น