โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ช็อกวงการการเมือง! ศาลฎีกาฟัน เอกราช ช่างเหลา ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต

สยามนิวส์

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meimei
ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับ นายเอกราช ช่างเหลา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ผู้คัดค้าน

วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ศาลฎีกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในคดีหมายเลขดำที่ คมจ.1/2568 และคดีหมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับ นายเอกราช ช่างเหลา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น ผู้คัดค้าน

คดีดังกล่าว ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกับพวกอาศัยตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ยักยอกเงินของสหกรณ์ รวมถึงปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ให้สมาชิกเข้าใจว่าสหกรณ์ยังมียอดเงินคงเหลือตามที่ระบุในบัญชี ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งถือเป็นการกระทำความผิดทั้งทางอาญาและจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้ววินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สังกัดพรรคพลังประชารัฐ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 ก่อนย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ตามลำดับ และยังดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาจนถึงวันยื่นคำร้อง

จากการไต่สวนพบว่า ช่วงปี 2554 ถึงปี 2562 ผู้คัดค้านร่วมกับพวกอาศัยโอกาสขณะดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ถอนเงินของสหกรณ์จำนวน 396,000,000 บาท เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2554 ก่อนโอนเงินเข้าบัญชีของผู้คัดค้าน

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 ผู้คัดค้านและพวกนำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1800, 1801, 8010, 8133 และ 10630 รวมเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 34.9 ตารางวา เป็นเงิน 106,000,000 บาท จากบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โดยใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ ก่อนนำที่ดิน 3 แปลงไปจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์ เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดขวัญฤดี ซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์โดยมิชอบและโดยทุจริต

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีเงินส่วนต่างจากการซื้อที่ดินเหลืออีกประมาณ 290,000,000 บาท ศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกได้รับความเสียหาย และเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านกับพวกได้รับประโยชน์ทางทรัพย์สินโดยตรง

หลังจากนั้น ตั้งแต่ปี 2554 ถึงปี 2562 ผู้คัดค้านร่วมกับพวกแก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ เพื่อนำไปแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยเฉพาะช่วงปี 2557 ถึงปี 2562 มีการทำให้สมาชิกเข้าใจว่าสหกรณ์มีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท ทั้งที่ความจริงเหลือเงินในบัญชีเพียงประมาณ 70,000 บาท

ศาลระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้ายมีการแก้ไขข้อมูลให้ปรากฏยอดเงินคงเหลือ ณ วันที่ 4 สิงหาคม 2562 จำนวน 431,941,984.59 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินเหลือเพียง 79,774.16 บาท ก่อนที่ผู้คัดค้านจะส่งมอบสมุดบัญชีคืนให้สหกรณ์ในเดือนตุลาคม 2562 ภายหลังมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านร่วมกับพวกกระทำความผิดฐานยักยอก ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม อันเป็นการไม่ยึดมั่นหลักนิติธรรม ไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง ของมาตรฐานทางจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง

พิพากษาให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...