วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
ข้อมูลเบื้องต้น
ในโลกที่ 'หมื่นเผ่าพันธุ์' ออกล่าอาณานิคม มนุษยชาติจะอยู่รอดและยืนหยัดได้ด้วยกำปั้นและ 'วิถีแห่งนักสู้' เท่านั้น!
'ซูอวี่' เด็กหนุ่มยาจกผู้ทะลุมิติมาเกิดใหม่ ต้องเผชิญกับความจริงอันโหดร้าย… ค่าปราณโลหิตต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไร้เงิน ไร้เส้นสาย เป็นได้แค่เศษสวะในสายตาเพื่อนร่วมชั้นตระกูลใหญ่
แต่สวรรค์ยังไม่ใจจืดใจดำจนเกินไป! เมื่อจู่ๆ เขาก็ปลุกสูตรโกงที่ไม่มีใครในโลกนี้เทียบติดอย่าง 'ช่องสังเคราะห์' ขึ้นมาได้!
[นำสิ่งของที่เหมือนกันสองชิ้นใส่ลงไป ก็สามารถสังเคราะห์ได้ทันที!]
วิชารำมวยกากๆ ของคุณลุงตามสวนสาธารณะ? จับสังเคราะห์ ➔ กลายเป็นวิชายุทธ์ระดับปรมาจารย์!
โอสถขยะที่เพิ่มพลังได้แค่เศษเสี้ยว? จับสังเคราะห์ ➔ กลายเป็นโอสถทิพย์ระดับตำนานที่มหาเศรษฐียังต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอซื้อ!
จากเด็กมัธยมปลายปลายแถวที่ใครๆ ก็ดูถูก… ซูอวี่จะใช้ช่องสังเคราะห์ในมือสยบทุกคำดูแคลน สวนหมัดใส่หน้าเหล่าอัจฉริยะจอมปลอม และก้าวขึ้นเป็นสุดยอดนักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี!
"ใครบอกว่าทรัพยากรบ่มเพาะมันหายาก? งั้นเดี๋ยวพ่อจะคราฟต์ให้ดูเป็นขวัญตา!"
เรื่อง : วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
ผู้แต่ง : 被提线的木偶 ผู้แปล : PHU
นิยายเรื่องนี้แปลจากนิยายลิขสิทธิ์ของ Zongheng เรื่อง 《高武:我有一个合成栏》
高武:我有一个合成栏 © 2026 by 我是蓬蒿人 All rights reserved. First published in Shanghai Sevencat Culture Media Co., Ltd. This translation arranged with Shanghai Sevencat Culture Media Co., Ltd. Thai translation rights © SAMNAK AKSON CO.,LTD.
ช่องทางติดต่อเรา เผื่ออยากคุย สอบถาม หรือติดตามข่าวสารค่ะ
https://www.facebook.com/profile.php?id=61580531991632
บทที่ 1 : ฉันมีช่องสังเคราะห์
ต้าเซี่ย มณฑลเจียงหนาน เมืองเหิงเฉิง
ภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 3 ห้อง 8 โรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่ 1
"เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งเดือนก็จะถึงการประเมินนักสู้แล้ว"
"ครูหวังว่าห้องเราจะปั้น 'นักสู้ฝึกหัด' ขึ้นมาได้สักคนก็ยังดี แค่นี้ครูก็ชื่นใจจนหน้าบานแล้ว!"
"โค้งสุดท้ายนี้ ทุ่มเทให้เต็มที่ ได้ยินไหม!"
บนโพเดียมหน้าชั้นเรียน ครูประจำชั้นกำลังยืนพล่ามจนน้ำลายแตกฟอง
แต่นักเรียนในห้องกลับนั่งหงอยราวกับซากศพไร้ชีวิต
"ครูครับ การจะเป็นนักสู้ฝึกหัดมันง่ายซะที่ไหนล่ะ"
"นั่นสิ อยากเป็นนักสู้ฝึกหัด อย่างน้อยต้องชกให้ได้แรงห้าร้อยกิโลกรัม ฉันอัดยามาตั้งสองปี หมัดเดียวยังเค้นพลังออกมาได้แค่สามร้อยกิโลกรัมเอง"
"โคตรห่างชั้นเลย!"
"ใช่เลย ไม่ใช่แค่พละกำลัง ระดับความหนาแน่นของปราณโลหิตก็ต้องถึงเกณฑ์ด้วย บัดซบเอ๊ย! จนป่านนี้ปราณโลหิตของฉันยังวนเวียนอยู่แค่ 0.2 เอง!"
"พวกเราไม่ใช่นักสู้สักหน่อย ไม่มีทางได้วิชาบ่มเพาะมาฝึกหรอก พึ่งพาวิชาไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโอสถ… แพงหูฉี่ขนาดนั้น ใครจะไปมีปัญญาซื้อ!"
เหล่านักเรียนพากันโอดครวญระงม
ในโลกใบนี้ ‘หมื่นเผ่าพันธุ์’ ออกอาละวาด วิถีแห่งการต่อสู้เฟื่องฟูถึงขีดสุด
นักสู้ที่แข็งแกร่งสามารถใช้กายเนื้อต้านทานอาวุธสงครามได้อย่างไร้รอยขีดข่วน ยิ่งไปกว่านั้น ยอดฝีมือบางคนยังสามารถฉีกผืนฟ้าทลายภูผาได้ด้วยมือเปล่า!
สถานะของ 'นักสู้' ในต้าเซี่ยจึงสูงส่งทะลุฟ้า
มีเพียงนักสู้เท่านั้น ที่จะค้ำจุนต้าเซี่ยให้อยู่รอดท่ามกลางหมื่นเผ่าพันธุ์ที่รายล้อมได้!
"แต่นักเรียนทั้งหลาย การเป็นนักสู้คือหนทางเดียวที่จะพลิกชะตาชีวิตพวกเธอได้ เหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว พยายามเข้าล่ะ!"
เรื่องนี้ ครูหน้าชั้นทำได้เพียงกล่าวให้กำลังใจอย่างสิ้นหวัง
ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบในห้องเรียน ตรงมุมห้องสุดสายตา ซูอวี่กำลังเหม่อมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอย
[นำสิ่งของที่เหมือนกันสองชิ้นใส่ลงไป จะสามารถทำการสังเคราะห์ได้!]
[วิชาบ่มเพาะ โอสถ และสิ่งของทุกอย่างที่เหมือนกัน ล้วนสามารถนำมาสังเคราะห์ได้!]
"นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย?"
ซูอวี่ถึงกับหัวหมุนเล็กน้อย
เขาไม่ใช่คนของโลกนี้ ชาติก่อนเขาใช้ชีวิตแบบลอยชายมาตลอดยี่สิบกว่าปี ผลสุดท้ายในคืนเดือนดับลมกรรโชกแรง รถสิบล้อคันหนึ่งพุ่งชนเขาดับคาที่
ลืมตาขึ้นมาอีกที เขาก็ทะลุมิติมาอยู่ในโลกใบนี้แล้ว
เขาใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะซึมซับและปรับตัวเข้ากับโลกใบนี้ได้
จนกระทั่งเมื่อวานนี้ จู่ๆ ตรงหน้าเขาก็มี 'ช่องสังเคราะห์' เสมือนจริงเด้งขึ้นมากลางอากาศ
หน้าตาของมันเหมือนระบบคราฟต์ของในเกมไร้คุณภาพที่เขาเคยเล่นชาติก่อนเป๊ะ! มีช่องว่างสองช่อง และด้านล่างมีปุ่มคำว่า 'สังเคราะห์' สีทองอร่ามประทับอยู่
สิ่งของที่เหมือนกันสองชิ้น? สังเคราะห์?
"นี่คือสูตรโกงของฉันสินะ?"
ประกายความทะเยอทะยานวาบผ่านแววตาของซูอวี่
กริ๊ง! กริ๊ง! กริ๊ง!
เสียงออดเลิกเรียนดังลั่น
ซูอวี่คว้ากระเป๋านักเรียนแล้วพุ่งตัวพรวดออกนอกโรงเรียนทันทีราวกับลูกธนูหลุดจากแหล่ง!
…
ภายในห้องเช่าซอมซ่อทรุดโทรม ซูอวี่โยนกระเป๋านักเรียนทิ้งพลางหอบแฮ่ก เขามองหน้าต่างช่องสังเคราะห์ที่ตัวเองเห็นได้เพียงคนเดียวด้วยสายตาตื่นเต้นสุดขีด
"ไอ้ช่องสังเคราะห์นี่ จะคราฟต์ของระดับไหนออกมาได้บ้างวะ…" เขาพึมพำ
เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวา หยิบกระดาษขาวธรรมดาที่เหมือนกันเป๊ะสองแผ่นออกมา แล้วบรรจงวางพวกมันลงในช่องสังเคราะห์อย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้น ใต้ปุ่มสีทองก็มีตัวหนังสือเด้งขึ้นมา!
[กระดาษขาวธรรมดา : เป็นกระดาษขาวที่แสนจะธรรมดาจริงๆ!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
ซูอวี่กลั้นหายใจ ข่มความตื่นเต้นเอาไว้
"สังเคราะห์!"
นิ้วของเขากดลงบนปุ่มสังเคราะห์ แสงสว่างจ้าสาดวาบขึ้นมา พริบตาเดียว ภายในช่องสังเคราะห์ก็ปรากฏกระดาษเนื้อเนียนละเอียด ขาวสะอาดไร้ที่ติขึ้นมาหนึ่งแผ่น
[กระดาษขาวแปรรูป : กระดาษขาวที่ผ่านกระบวนการแปรรูปมาอย่างดี!]
ซูอวี่ถึงกับพูดไม่ออก "…แค่นี้?"
“ดูเหมือนว่าของกากๆ ทั่วไป ต่อให้เอามาคราฟต์สังเคราะห์ ก็ไม่สามารถข้ามขั้นกลายเป็นของวิเศษได้ ทำได้แค่ยกระดับคุณภาพจากฐานเดิมขึ้นมาอีกระดับเท่านั้น”
แม้จะแอบเซ็งนิดๆ แต่การทดสอบครั้งนี้ทำให้เขาเข้าใจกลไกการทำงานของมันทะลุปรุโปร่ง
“ช่องสังเคราะห์นี้มันคราฟต์ของได้จริง! และคุณภาพของสิ่งที่ผ่านการสังเคราะห์จะยกระดับทะยานขึ้นอย่างมหาศาล!”
คิดได้ดังนั้น แววตาของซูอวี่ก็ลุกวาวราวกับหมาป่าเห็นเนื้อ!
เขาเดินไปที่มุมห้อง บรรจงหยิบกล่องไม้เก่าซอมซ่อใบหนึ่งออกมาอย่างทะนุถนอม
ทันทีที่เปิดกล่อง โอสถสีแดงฉานสองเม็ดก็นอนนิ่งสงบอยู่ภายในนั้น
พอมองโอสถสองเม็ดนี้ ซูอวี่ก็รู้สึกปวดใจจี๊ด
มันคือ 'โอสถปราณโลหิต' สินค้าธรรมดาๆ ตามท้องตลาดที่ใช้สำหรับเพิ่มปราณโลหิต ทว่าสรรพคุณของมันกลับห่วยแตกบัดซบ เม็ดนึงเพิ่มปราณโลหิตได้แค่เศษเสี้ยวเพียง 0.01 เท่านั้น!
แต่ถึงอย่างนั้น โอสถขยะพรรค์นี้กลับถูกโก่งราคาขายกันสูงถึงเม็ดละหนึ่งพันหยวน!
สำหรับซูอวี่ที่เป็นเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่ง นี่คือเงินเก็บก้อนโตระดับขายบ้านขายรถ
เขาต้องกัดฟันทนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่นาน กว่าจะเก็บเงินซื้อยาสองเม็ดนี้มาได้
เด็กหนุ่มกำโอสถปราณโลหิตในมือแน่นพลางพึมพำเสียงต่ำ
"ช่องสังเคราะห์เอ๋ยช่องสังเคราะห์… แกอย่าทำให้ฉันผิดหวังเด็ดขาดเชียวนา"
ว่าแล้ว เขาก็บรรจงวางโอสถปราณโลหิตทั้งสองเม็ดลงในช่องสังเคราะห์อย่างระมัดระวัง
[โอสถปราณโลหิต : โอสถระดับ 1 สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของปราณโลหิตในร่างกายมนุษย์ได้เล็กน้อย!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
ซูอวี่กัดฟันกรอด ตัดสินใจกระแทกนิ้วลงบนปุ่มสังเคราะห์!
"สังเคราะห์!"
วิ้ง! แสงสีทองสาดประกายเจิดจ้า โอสถปราณโลหิตทั้งสองเม็ดหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยโอสถสีแดงเข้มเม็ดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาอย่างเงียบงันท่ามกลางช่องสังเคราะห์
ตัวหนังสือแถวใหม่เด้งขึ้นมาตรงหน้า!
[โอสถหลอมโลหิต : โอสถระดับ 2 สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของปราณโลหิตในร่างกายมนุษย์ได้อย่างมหาศาล หากทานมากเกินไป สรรพคุณจะลดลง!]
ดวงตาของซูอวี่เบิกกว้าง ประกายความบ้าคลั่งปะทุขึ้นในแววตา!
สำเร็จ!
เขาคว้า 'โอสถหลอมโลหิต' ออกมาจากช่องสังเคราะห์ แล้วสูดลมหายใจเข้าลึก
เพียงแค่สูดดม กลิ่นหอมสมุนไพรเข้มข้นก็พุ่งทะลวงเข้าจมูก
มันรุนแรงถึงขั้นทำให้ปราณโลหิตในร่างกายของเขาเดือดพล่านพลุ่งพล่านขึ้นมาเอง!
โคตรของดี!
"แต่ไม่รู้ว่าฤทธิ์ยาของมันจะเถื่อนขนาดไหน…"
ซูอวี่พึมพำ แววตาฉายความเด็ดขาดอำมหิตออกมา
"ช่างหัวแม่ง! ต้องแข็งแกร่งขึ้นก่อนโว้ย ถึงจะมีสิทธิ์กอบโกยเงินทอง!"
ว่าแล้ว ซูอวี่ก็โยนโอสถหลอมโลหิตเข้าปากรวดเดียว!
ทันทีที่ยาแตะลิ้น มันก็ละลายกลายเป็นกระแสน้ำอุ่นเดือดพล่าน ไหลทะลักไปตามเส้นเลือดทั่วร่าง!
ซูอวี่รู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว ก่อนที่ปราณโลหิตภายในจะปะทุและปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง!
ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสประหนึ่งกระดูกถูกบดขยี้ ถาโถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า!
เขาขบกรามแน่นรับความทรมานนี้อยู่นานสิบนาทีเต็ม กระทั่งพายุโลหิตในร่างค่อยๆ สงบลง
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงแห่งความแข็งแกร่งก็วาบผ่านดวงตาคู่นั้น!
"โอสถหลอมโลหิตเม็ดเดียว… ถึงกับอัปปราณโลหิตพุ่งพรวดมาตั้ง 0.1 เลยเรอะ!"
กฎของโลกใบนี้… นักสู้ยึดพละกำลังเป็นรากฐาน และถือครองปราณโลหิตเป็นแก่นแท้!
คนธรรมดาทั่วไปจะมีเกณฑ์ปราณโลหิตอยู่ที่ 0.1 หากต้องการสอบเป็น 'นักสู้ฝึกหัด' ปราณโลหิตต้องเหยียบถึง 0.5 ขึ้นไป และถ้าสามารถผลักดันปราณโลหิตทะลวงขีดจำกัดไปถึง 1.0 ได้… นั่นคือการก้าวข้ามสึนามิ สู่การเป็น 'นักสู้' อย่างเต็มภาคภูมิ!
ส่วนการเพิ่มปราณโลหิต นอกจากการรีดเร้นศักยภาพร่างกายอย่างหนักหน่วง ก็มีแต่ต้องสวาปามโอสถควบคู่กับการฝึกวิชาบ่มเพาะเท่านั้น
ทว่าก่อนจะได้ป้ายนักสู้ ไม่มีหน้าไหนมีสิทธิ์แตะต้องวิชาบ่มเพาะทั้งนั้น คนไร้เส้นสายจึงทำได้แค่พึ่งยาราคาแพงหูฉี่ ไม่ก็ก้มหน้าฝึกรากเลือดไปวันๆ
และตราบใดที่ปราณโลหิตหนาแน่นพอ พละกำลังย่อมระเบิดตามมาอย่างไม่ต้องสงสัย!
เดิมทีปราณโลหิตของเขาค้างเติ่งอยู่แถว 0.3 มานาน พอได้รับโอสถหลอมโลหิตเม็ดนี้ลงคอ ปราณโลหิตก็พุ่งทะลวงทะลุ 0.4 แบบหน้าตาเฉย!
"ถ้าได้โอสถหลอมโลหิตมาอีกสักเม็ดล่ะก็…"
"ดีไม่ดี… ฉันอาจจะกลายเป็น 'นักสู้ฝึกหัด' ได้เดี๋ยวนี้เลย!"
คิดถึงตรงนี้ ลมหายใจของเด็กหนุ่มก็หอบสะท้านด้วยความกระหาย
เขาล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กยอดเงินในบัญชี… แปดพันหยวนถ้วน นี่คือหยาดเหงื่อแรงงานก้อนสุดท้ายในชีวิตที่เขาสั่งสมมาอย่างยากลำบาก
"เอาวะ เทหมดหน้าตักนี่แหละ! ขอแค่กลายเป็นนักสู้ฝึกหัดสำเร็จ แค่เงินอัดฉีดจากรัฐก็ล่อไปหนึ่งแสนหยวนแล้ว ถึงตอนนั้น… เรื่องเงินก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป!"
ซูอวี่ยัดบัตรธนาคารใส่กระเป๋า แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นดุดัน เขาถีบประตูห้องเช่าพุ่งทะยานออกไปสู่ร้านขายโอสถรายใหญ่ซิงเฉิง… เส้นทางพลิกชะตาฟ้าของไอ้หนุ่มยาจก ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
บทที่ 2 : การยั่วยุของหลี่หู่ จัดการได้ในหมัดเดียว!
ซูอวี่ยัดบัตรธนาคารใส่กระเป๋า ก่อนจะสาวเท้าอย่างรวดเร็วมาถึงถนนสายหนึ่งในตัวเมืองเหิงเฉิง
กวาดสายตาเพียงไม่นาน เขาก็ล็อกเป้าหมายไปยังร้านค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
"ร้านขายโอสถรายใหญ่ซิงเฉิง!"
ร้านขายโอสถแห่งนี้ถือว่ามีชื่อเสียงและอิทธิพลพอตัวในเมืองเหิงเฉิง
ไม่ว่าจะเป็นโอสถสำหรับปั้นปราณโลหิต หรือยาโด๊ปเสริมพละกำลังกายเนื้อ ที่นี่ล้วนมีวางจำหน่ายอย่างครบครัน
กระทั่งโอสถระดับ 3 ที่คนทั่วไปได้แต่แหงนหน้ามอง ก็ยังมีประดับร้าน!
ซูอวี่สูดลมหายใจเข้าลึก ผลักบานประตูร้านขายโอสถรายใหญ่ซิงเฉิงเข้าไป ทันใดนั้น พนักงานต้อนรับคนหนึ่งก็รีบปรี่เข้ามาหาทันที
"คุณผู้ชายท่านนี้ ต้องการรับอะไรดีครับ? ทางเราเพิ่งนำเข้า 'โอสถปราณโลหิต' ล็อตใหม่แกะกล่องมาเลย สนใจรับไปลองไหมครับ?"
พนักงานต้อนรับฉีกยิ้มการค้าตามมาตรฐาน เอ่ยถามซูอวี่อย่างนอบน้อม
ซูอวี่ใจเต้นตึกตักด้วยความคาดหวัง ตอบกลับไปสั้นๆ "ขอฉันดูหน่อย!"
พนักงานต้อนรับแอบดีใจเนื้อเต้นในใจ… ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว!
ต้องรู้ก่อนว่า คนที่มีปัญญาเจียดเงินซื้อโอสถปราณโลหิตได้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกกระเป๋าหนักทั้งนั้น
ต่อให้เขาประเมินลูกค้าพลาด แต่ถ้าฟลุกขายโอสถปราณโลหิตออกไปได้สักเม็ด แค่ค่าคอมมิชชันก็คุ้มค่าแรงเขาทั้งวันแล้ว
สำหรับลูกค้าทรงนี้ พนักงานต้อนรับย่อมต้องต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
"ได้เลยครับ เชิญคุณผู้ชายทางนี้!"
ว่าแล้ว เขาก็ผายมือเชิญซูอวี่มาที่หน้าตู้กระจก ภายในนั้นมีโอสถปราณโลหิตสีแดงฉานกว่าสิบเม็ดวางเรียงรายอยู่บนถาดกำมะหยี่อย่างประณีต
"นี่คือโอสถปราณโลหิตล็อตใหม่ล่าสุดครับ! ถ้าคุณผู้ชายเหมาตู้รวดเดียวสิบเม็ดขึ้นไป ผมมีอำนาจตัดสินใจลดให้สิบเปอร์เซ็นต์ทันที!"
สิบเม็ดก็คือหนึ่งหมื่นหยวน หักส่วนลดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังตั้งเก้าพันหยวน
โปรโมชั่นนี้เท่ากับซื้อเก้าแถมหนึ่งชัดๆ
ทว่า… น่าเสียดาย
พอฉุกคิดถึงยอดเงินในบัตรที่เหลือติดก้นบัญชีแค่แปดพันหยวน ซูอวี่ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าอย่างจนใจ แล้วเอ่ยปาก
"ไม่ต้องจัดมาเยอะขนาดนั้นหรอก เอาแค่แปดเม็ดก็พอ!"
แปดเม็ด ก็แปดพันหยวนพอดิบพอดี การลงทุนครั้งนี้นับว่าซูอวี่ได้เทหมดหน้าตัก ทุบหม้อข้าวตัวเองทิ้งอย่างแท้จริง!
แต่เพราะการมีอยู่ของ 'ช่องสังเคราะห์' ทำให้เขาเลิกเสียดายเศษเงินพวกนี้ไปแล้ว
แววตาของพนักงานต้อนรับฉายความผิดหวังวูบหนึ่ง
แต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเขาก็ซ่อนมันเอาไว้มิดชิด อย่างไรเสีย ค่าคอมมิชชันจากแปดเม็ด ก็เทียบเท่ากับค่าแรงหลายวันของเขาอยู่ดี
ถือว่าไม่เลวเลย!
"ตกลงครับ! เดี๋ยวผมจะแพ็กโอสถปราณโลหิตให้คุณผู้ชายเดี๋ยวนี้เลย!"
พูดจบ เขาก็เตรียมหันไปจัดการหยิบสินค้า
แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงเย้ยหยันบาดหูก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
"โย่ว! นี่มันซูอวี่ไม่ใช่เหรอวะเนี่ย ทำไม? ไอ้ขยะอย่างแกถึงเกิดใจป้ำ กล้าเสนอหน้าเหยียบเข้ามาในสถานที่หรูๆ แบบนี้ได้ล่ะ?"
พอได้ยินน้ำเสียงชวนสะอิดสะเอียนนี้ ซูอวี่ก็ขมวดคิ้วแน่น ตวัดสายตามองไปยังต้นเสียงทันที
สิ่งที่เห็นคือ ชายหนุ่มในชุดกีฬาแบรนด์เนมคนหนึ่ง กำลังเดินเชิดหน้าชูคอเข้ามาด้วยท่าทีหยิ่งยโสโอหัง
ชายหนุ่มคนนี้ซูอวี่รู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดี… ไอ้เวรนี่คือเพื่อนร่วมชั้นของเขานั่นเอง
ชื่อของมันคือ 'หลี่หู่' ปราณโลหิตปาเข้าไปราวๆ 0.35 ถือว่ามีพรสวรรค์พอตัว
กระทั่งมีลุ้นว่า ในการประเมินนักสู้อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า มันอาจจะดันตัวเองขึ้นไปแตะระดับ 'นักสู้ฝึกหัด' ได้เลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ ไอ้หมอนี่มักจะไม่ค่อยกินเส้นกับเขามาแต่ไหนแต่ไร
หลี่หู่ชอบทำตัวกร่าง วางอำนาจบาตรใหญ่ชี้นิ้วสั่งคนอื่นในห้องเรียน อาศัยแค่ว่าที่บ้านมีเงินหนุนหลัง สันดานดิบโดยพื้นฐานแล้วจัดว่าห่วยแตกบัดซบ
ซูอวี่คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าโลกจะกลมจนต้องมาเจอไอ้เวรนี่ในสถานที่แบบนี้
ซูอวี่ปั้นหน้าเย็นชา สวนกลับไปเสียงแข็ง "ฉันจะมาที่นี่… แล้วมันไปหนักหัวแกหรือไง?"
พอหลี่หู่เห็นไอ้ขยะอย่างซูอวี่กล้าหักหน้าตนเองซึ่งๆ หน้า สีหน้าของมันก็บึ้งตึงลงทันตาเห็น
"ไอ้สวะเอ๊ย! สภาพอย่างแก… ชาตินี้ทั้งชาติอย่าได้หวังว่าจะได้เสวยสุขในที่แบบนี้เลย!"
หลี่หู่ตวัดสายตาเหยียดหยามไปทางพนักงานต้อนรับข้างๆ แล้วตวาดเสียงกร้าว
"ห่อโอสถปราณโลหิตในตู้ทั้งหมดมาให้พ่อ… พ่อเหมาหมด!"
ดวงตาของพนักงานต้อนรับเบิกกว้าง ลุกวาวเป็นประกาย!
เหมาหมด! งั้นค่าคอมมิชชันของฉันก็พุ่งทะลุเพดานไปอีกขั้นแล้วสิ!
ทันใดนั้น พนักงานต้อนรับก็หันขวับมาทางซูอวี่ แสร้งปั้นหน้าสลดรู้สึกผิด
"ต้องขอประทานโทษด้วยจริงๆ ครับคุณผู้ชาย พอดีคุณหลี่เป็นลูกค้าระดับ VIP ของร้านเรา สินค้าของทางร้าน… จำเป็นต้องให้สิทธิ์คุณหลี่ก่อนครับ"
สีหน้าของซูอวี่ดำทะมึนลงในพริบตา
"ฉันมาก่อนแท้ๆ ทำไมถึงไม่ขายให้ฉัน!"
ซูอวี่คำรามลอดไรฟัน สายตาดุดันจ้องเขม็งไปที่พนักงานต้อนรับราวกับสัตว์ร้ายพร้อมขย้ำเหยื่อ
พนักงานต้อนรับสะดุ้งเฮือกกับรังสีอำมหิตของซูอวี่ แต่พอฉุกคิดถึงก้อนเงินค่าคอมมิชชันจากฝั่งหลี่หู่ ความโลภก็ผลักดันให้เขาฮึดสู้ขึ้นมา
"คุณผู้ชายครับ ผมชี้แจงไปแล้วว่าคุณหลี่คือลูกค้า VIP ของร้าน! สินค้าต้องให้สิทธิ์คุณหลี่ก่อน! ถ้าคุณยังจะมาทำตัวงี่เง่าไร้เหตุผลแบบนี้ ผมคงต้องให้รปภ.มาเชิญคุณออกไปแล้วล่ะครับ!"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการเลือกปฏิบัติแบบหน้าด้านๆ ซูอวี่ก็กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นเป็นริ้ว
หลี่หู่ที่ยืนดูงิ้วอยู่ข้างๆ แสยะยิ้มเหยียดหยันแล้วเอ่ยปากลอยหน้าลอยตา
"ไอ้ซูอวี่… เห็นแก่ที่เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน พ่อก็จะไม่รังแกแกหรอกนะเว้ย ขอแค่แกเอาชนะฉันได้ โอสถพวกนี้ฉันยกให้แกฟรีๆ เลย… เป็นไงล่ะ?"
ภายในร้านขายโอสถ พอเห็นว่าฝั่งนี้เริ่มมีปากเสียง ลูกค้าคนอื่นๆ ก็พากันมามุงดูความสนุก
"เฮ้ย! นั่นมันคุณชายรองตระกูลหลี่ไม่ใช่เหรอวะ แล้วไอ้หนุ่มยาจกที่ยืนประจันหน้าอยู่ตรงนั้นมันใครกันล่ะ?"
"จุ๊ๆ… ท้าสู้เอาชนะคุณชายหลี่เนี่ยนะ? ดูทรงแล้วหลี่หู่คงกะจะรังแกไอ้หนูนี่ให้จมดินชัดๆ!"
"เฮ้อ น่าสมเพชไอ้หนูนั่นชะมัด โดนหลี่หู่หมายหัวแบบนี้ จบไม่สวยแหงๆ ถึงหลี่หู่มันจะทำตัวเสเพล แต่ตระกูลมันก็ทุ่มเงินปั้นปราณโลหิตไปแตะ 0.35 แล้ว อีกแค่คืบเดียวก็เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ฝึกหัดแล้วแท้ๆ"
"ทรงนี้ ไอ้หนูนั่นคงโดนอัดจนหยอดน้ำข้าวต้มแหงมๆ!"
คนที่สามารถเดินกร่างในสถานที่ระดับนี้ได้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกมีสีมีเส้น จึงย่อมจดจำใบหน้าของหลี่หู่ได้เป็นอย่างดี
ผิดกับซูอวี่ที่เป็นแค่นักเรียนโนเนม พอโดนลูกเศรษฐีอย่างหลี่หู่ล็อกเป้าแบบนี้ ธรรมดาที่คนรอบข้างจะมองว่าเขาคือลูกแกะรอโดนเชือด
หน้าอกของซูอวี่กระเพื่อมขึ้นลงแรงๆ เขาเพ่งสายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลี่หู่ แล้วเค้นเสียงลอดรอยยิ้มเย็นชา "แกพูดเองนะ!"
หลี่หู่กอดอก มองซูอวี่ด้วยสายตาสมเพชราวกับมองตัวตลก "เออ! พ่อพูดเองนี่แหละ ถ้าแกมีปัญญาเอาชนะฉันได้ ของในตู้พวกนี้… พ่อยกให้แกหมดเลย!"
ซูอวี่ไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลง เขาย่อเข่าลงเล็กน้อยเพื่อรวบรวมแรงส่ง วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็พุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่!
ความเร็วระดับนั้น รวดเร็วและดุดันเสียจนหลี่หู่เบิกตาโพลง ตอบสนองแทบไม่ทัน!
'เป็นไปได้ยังไงวะ!? ทำไมไอ้สวะนี่ถึงได้เร็วขนาดนี้!'
หลี่หู่ตื่นตัวเต็มสูบในฉับพลัน ทว่าน่าเสียดาย… มันสายไปเสียแล้ว!
จังหวะที่หลี่หู่กำลังจะยกแขนขึ้นตั้งการ์ด ร่างของซูอวี่ก็ประชิดตัวเขาเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับหมัดขวาอันหนักหน่วงที่กระแทกอัดสวนออกไปในเสี้ยววินาที!
ปัง!!
หมัดเดียวซัดเข้ากลางลิ้นปี่ของหลี่หู่อย่างจัง! ร่างของมันลอยละลิ่วกระเด็นไปด้านหลังราวกับว่าวสายป่านขาด ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวในชั่วพริบตา!
อย่าลืมสิว่า หลังจากซัดโอสถหลอมโลหิตเข้าไป ปราณโลหิตของซูอวี่ก็ทะลวงไปถึง 0.4 แล้ว! พละกำลังดิบๆ ของเขายิ่งพุ่งทะลุสี่ร้อยกิโลกรัมไปอย่างง่ายดาย!
หมัดมรณะที่อัดแน่นไปด้วยพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ ต่อให้เป็นหลี่หู่ที่มีปราณโลหิต 0.35 ก็ไม่มีทางรับมันเอาไว้ได้!
วินาทีต่อมา ทั้งร้านขายโอสถก็ตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า…
หลี่หู่… โดนวันพั้นช์น็อกเอาต์ไปแล้ว!
ไทยมุงบางคนถึงกับลอบกลืนน้ำลายดังเอื้อก เบิกตาโพลงมองฉากสยองตรงหน้าด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง
ส่วนซูอวี่เพียงแค่สะบัดข้อมือเบาๆ แล้วเดินเข้าไปหาพนักงานต้อนรับที่กำลังยืนช็อกตาตั้ง เขาฉวยเอาโอสถปราณโลหิตสิบกว่าเม็ดในถาดนั้นมาอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะหันไปแสยะยิ้มมุมปากให้หลี่หู่ที่นอนกองอยู่บนพื้น
"งั้นก็… ขอบใจสำหรับของขวัญนะเว้ย!"
พูดจบ เขาก็หันหลังเดินผิวปากตัวปลิวออกจากร้านขายโอสถรายใหญ่ซิงเฉิงไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
คล้อยหลังซูอวี่เดินลับสายตาไป ทั้งร้านก็ระเบิดความแตกตื่นกันอุตลุดราวกับรังแตนถูกกระทุ้ง!
หลี่หู่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนด้วยสภาพทุลักทุเลเปื้อนฝุ่น กุมหน้าอกที่ปวดร้าวพลางถลึงตาแดงก่ำมองไปทางประตูร้านด้วยความเคียดแค้นชิงชังสุดขีด
"ไอ้ซูอวี่! ฝากไว้ก่อนเถอะมึง! พรุ่งนี้พ่อจะเอาคืนแกให้สาสม!!"
มันตะคอกสุดเสียง โยนบัตรธนาคารทิ้งไว้ลวกๆ แล้วเดินกระทืบเท้ากระแทกปึงปังออกจากร้านไปด้วยความเกรี้ยวกราดอับอาย
ขณะที่ผู้คนในร้านยังคงยืนมองภาพวุ่นวายนี้ด้วยสายตาสนุกสนานและซุบซิบนินทา
"ไอ้หนูนั่นใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นกล้าลงมืออัดคุณชายตระกูลหลี่ปางตายเชียวเรอะ! มันไม่รู้รึไงว่าหลี่หู่ยังมีพี่ชายอยู่อีกคน? แถมตอนนี้ไอ้พี่ชายนั่นก็สอบติดเป็น 'นักสู้ฝึกหัด' ไปแล้วด้วยซ้ำ!"
"หึๆ… นั่นมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปเดือดร้อนหรอก พรุ่งนี้รอดูจุดจบอันน่าสมเพชของไอ้เด็กจองหองนั่นที่โรงเรียนก็พอ รับรองว่า… ศพไม่สวยแน่!"
บทที่ 3 : เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ วิชายุทธ์: หมัดไทเก๊กหยินหยาง!
ระหว่างทางเดินกลับ ซูอวี่โยนกล่องไม้ในมือสลับไปมาอย่างอารมณ์ดี ภายในนั้นบรรจุ 'โอสถปราณโลหิต' สิบหกเม็ดถ้วนที่เขาเพิ่งจะไถมาจากไอ้โง่หลี่หู่สดๆ ร้อนๆ
"ช่างรู้ใจกันจริงๆ คนกำลังง่วงก็มีคนส่งหมอนมาให้หนุนซะงั้น" ซูอวี่เลียริมฝีปาก เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ถ้ามีไอ้หน้าโง่พรรค์นี้โผล่มาแจกของฟรีให้เจออีกเยอะๆ ก็คงจะดีสิ!"
ทันใดนั้น ซูอวี่ก็เดินผ่านหน้าร้านค้าแห่งหนึ่ง พนักงานหน้าร้านตาไวสังเกตเห็นเขา จึงรีบร้องเรียกลูกค้าทันที
"คุณผู้ชาย! สนใจแวะดูวิชายุทธ์หน่อยไหมครับ?"
วิชายุทธ์?
พอได้ยินคำนี้ ซูอวี่ก็หูผึ่ง เกิดความสนใจขึ้นมาทันที เขาจึงก้าวเท้าเข้าไปในร้าน
"คุณผู้ชายครับ ร้านเรามีวิชายุทธ์ระดับ 1 ครบทุกสายเลย ไม่ทราบว่าสนใจแบบไหนดีครับ?" พนักงานส่งยิ้มประจบประแจงพลางถูมือไปมา
สายตาของซูอวี่กวาดมองไปตามเคาน์เตอร์กระจกอย่างต่อเนื่อง คัมภีร์วิชายุทธ์เล่มแล้วเล่มเล่าปรากฏแก่สายตา
"หมัดทลายภูผา วิชายุทธ์ระดับ 1: แนะนำสำหรับนักสู้ฝึกหัด! ราคา: หนึ่งหมื่นหยวน!"
"หมัดถล่มทลาย วิชายุทธ์ระดับ 1: แนะนำสำหรับนักสู้ฝึกหัด! ราคา: หนึ่งหมื่นหยวน!"
"…"
พอเห็นป้ายราคาวิชายุทธ์พวกนี้ ความตื่นเต้นของซูอวี่ก็มอดดับลงในพริบตา เพราะ… แม่งโคตรแพง!
พนักงานที่ยืนประกบอยู่ข้างๆ อ่านสีหน้าของซูอวี่ออกทะลุปรุโปร่ง เขารีบฉีกยิ้มการค้าแล้วอธิบาย "คุณผู้ชายครับ วิชายุทธ์ระดับ 1 ถึงราคาจะแรงไปสักนิด แต่มันคือของจริง! มันสามารถช่วยยกระดับความแข็งแกร่งของร่างกาย แถมยังบัฟพลังโจมตีและความเร็วได้มหาศาลเลยนะครับ… แต่ถ้าคุณผู้ชายคิดว่างบยังไม่ถึง ลองมาดูโซนนี้สิครับ"
พูดจบ พนักงานก็ผายมือเชิญซูอวี่มาที่เคาน์เตอร์อีกฝั่ง
"คุณผู้ชายครับ ของพวกนี้ถึงจะไม่ใช่วิชายุทธ์แท้ๆ แต่ก็มีประโยชน์ในการออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพได้ดีทีเดียวนะครับ"
ซูอวี่กวาดตามองผ่านๆ มันก็คือพวกคัมภีร์บริหารร่างกายกิ๊กก๊อกอย่าง 'ตำราหมัดไทเก๊ก' อะไรทำนองนั้น ไอ้ของพรรค์นี้มันของเล่นรำมวยของพวกลุงๆ ป้าๆ ตามสวนสาธารณะชัดๆ ราคาก็ถูกแสนถูก เล่มนึงแค่ร้อยสองร้อยหยวนเท่านั้น
แต่มันไม่ใช่วิชายุทธ์… ซูอวี่จะไปเสียเวลาชายตามองได้ยังไง?
เดี๋ยวก่อน!
ซูอวี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายความเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตา ในเมื่อเขามีช่องสังเคราะห์ ขนาดโอสถขยะยังอัปเกรดได้ แล้วไอ้คัมภีร์ออกกำลังกายกากๆ พวกนี้… มันจะเอามาคราฟต์เป็นวิชายุทธ์ได้ไหมล่ะวะ!?
คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที ไม่กี่นาทีต่อมา เขาก็หอบ 'ตำราหมัดไทเก๊ก' ยี่สิบเล่ม เดินผิวปากร่าเริงออกจากร้านไปอย่างอารมณ์ดี
ที่หน้าร้าน พนักงานส่งยิ้มตามมาตรฐานการค้าโค้งคำนับส่งซูอวี่ "เดินทางปลอดภัยนะครับคุณผู้ชาย โอกาสหน้าเชิญใหม่ครับ!"
ทว่าทันทีที่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มลับสายตาไป พนักงานก็แค่นเสียงหัวเราะเยาะออกมา "หึๆ… เจอไอ้หน้าโง่ให้หลอกฟันหัวแบะอีกคนแล้วโว้ย!" พูดจบ เขาก็ผิวปากเดินกลับเข้าไปในร้านอย่างอารมณ์ดี
ตัดภาพมาที่ห้องเช่าซอมซ่อ ซูอวี่พุ่งตัวกลับมาถึงห้องด้วยความตื่นเต้นสุดขีด "มาลองของกันหน่อยดีกว่า ว่าไอ้คัมภีร์กากๆ พวกนี้มันจะคราฟต์เป็นวิชายุทธ์ได้ไหม… ถ้าทำได้ล่ะก็ พ่อจะรวยเละเทะแน่!"
เขาเรียกหน้าต่างช่องสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แล้วจับตำราหมัดไทเก๊กสองเล่มยัดลงไปในช่องว่าง ทันใดนั้นตัวหนังสือคุ้นตาก็เด้งพรวดขึ้นมา
[ตำราหมัดไทเก๊ก : ยาดีคู่กายคุณลุงตามลานกว้าง เสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
"สังเคราะห์!"
นิ้วของเขากระแทกปุ่มสีทอง แสงสว่างจ้าสาดวาบ ภายในช่องผลลัพธ์ปรากฏหนังสือเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่
[หมัดไทเก๊กขั้นต้น : อธิบายแก่นแท้ของหมัดไทเก๊กอย่างละเอียด ช่วยให้คุณเข้าร่วมแก๊งคุณลุงลานกว้างได้เร็วขึ้นเล็กน้อย!]
หน้าผากของซูอวี่มีเส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นมาเป็นริ้วๆ
"แก๊งคุณลุงบ้าบออะไรวะ… สังเคราะห์ต่อโว้ย!"
ซูอวี่จัดการจับตำราหมัดไทเก๊กทั้งยี่สิบเล่มมายัดลงเตาหลอมรวดเดียวจนกลายเป็น 'หมัดไทเก๊กขั้นต้น' สิบเล่ม จากนั้นก็เอา 'หมัดไทเก๊กขั้นต้น' สองเล่มมาสังเคราะห์ซ้อนทับกันไปอีกขั้น
[แก่นแท้หมัดไทเก๊ก : บรรยายแก่นแท้ของหมัดไทเก๊กอย่างลึกซึ้ง ช่วยให้คุณเข้าถึงแก๊งคุณลุงลานกว้างได้อย่างมหาศาล!]
สีหน้าของซูอวี่ดำทะมึนยิ่งกว่าก้นหม้อ
"ฉันไม่เชื่อหรอกเว้ย! ยัดของไปตั้งเยอะขนาดนี้ มันจะคราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 1 ออกมาไม่ได้สักเล่มเชียวเรอะ!"
เด็กหนุ่มกัดฟันกรอด จับแก่นแท้หมัดไทเก๊กยัดลงไปอีกสองเล่ม "สังเคราะห์!"
วูบ! แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้ากว่าทุกครั้ง
หนังสือปกกระดาษสีเหลืองซีดเล่มหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นอย่างสงบนิ่งกลางช่องสังเคราะห์ พร้อมกับตัวหนังสือแถวใหม่ที่เด้งขึ้นมา!
[หมัดไทเก๊ก : วิชายุทธ์ระดับ 1 ขั้นสูงสุด ใช้ความอ่อนสยบความแข็งแกร่ง หากฝึกจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ จะทรงพลังเทียบเท่าวิชายุทธ์ระดับ 2! แนะนำระดับการฝึกฝน: นักสู้ฝึกหัด!]
พอเห็นคำอธิบายบรรทัดนี้ ดวงตาของซูอวี่ก็เบิกกว้าง ประกายความบ้าคลั่งปะทุขึ้นมา "สำเร็จโว้ย!"
ลมหายใจของเด็กหนุ่มร้อนผ่าว เขาไม่ลังเลแม้แต่เสี้ยววินาที จัดการจับแก่นแท้หมัดไทเก๊กที่เหลืออยู่ไปรวมร่างกันจนได้ 'หมัดไทเก๊ก' มาอีกสองเล่มรวด
แต่จังหวะที่ซูอวี่กำลังง้างมือเตรียมจะสังเคราะห์ต่อ เขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อหน้าต่างระบบเด้งข้อความเตือนสีแดงฉานขึ้นมาขัดจังหวะ
[ระดับปัจจุบันถึงขีดจำกัดการสังเคราะห์แล้ว หากต้องการสังเคราะห์ต่อ โปรดอัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์!]
ซูอวี่แอบจิ๊ปากด้วยความขัดใจ ดูเหมือนว่าหมัดไทเก๊กจะเป็นเพดานสูงสุดในตอนนี้แล้ว "อัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์งั้นเหรอ? แล้วมันต้องอัปเกรดยังไงวะ?"
ราวกับระบบปัญญาประดิษฐ์อ่านใจเขาออก มันเด้งข้อความอธิบายขึ้นมาอีกบรรทัดทันที
[เลื่อนขั้นเป็นนักสู้ จะสามารถอัปเกรดระดับช่องสังเคราะห์ได้!]
"นักสู้งั้นเหรอ…"
"เอาเถอะ แค่คราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 1 ออกมาได้ ก็เท่ากับเสกเงินหมื่นหยวนเข้ากระเป๋าแล้ว ทั้งที่ลงทุนไปแค่ไม่กี่พันเอง ถือว่ากำไรบานเบอะ! รอให้ฉันเลื่อนขั้นเป็นนักสู้เมื่อไหร่… บางทีอาจจะปลดล็อกคราฟต์วิชายุทธ์ระดับ 2 ออกมาได้ก็ได้" ซูอวี่ยิ้มกริ่มอย่างพึงพอใจ
ว่าแล้ว เขาก็ล้วงหยิบกล่องไม้ในอกเสื้อออกมา ภายในนั้นมี 'โอสถปราณโลหิต' นอนแอ้งแม้งรอการชำแหละอยู่สิบหกเม็ดถ้วน พอมองดูของฟาร์มฟรีพวกนี้ ซูอวี่ก็อดหัวเราะหึๆ ออกมาไม่ได้
"ไอ้หลี่หู่นี่มันบอสแจกโชคชัดๆ!"
ไม่ต้องควักเนื้อลงทุนสักแดงเดียว ก็ปล้นโอสถปราณโลหิตมาได้ตั้งสิบหกเม็ด ทำเอาซูอวี่ฟินจนแทบจะร้องเพลง
และวินาทีต่อจากนี้ต่างหาก… คือช่วงเวลาคราฟต์ของแห่งความระทึกใจของจริง!
เด็กหนุ่มเลียริมฝีปากแห้งผาก เปิดช่องสังเคราะห์ขึ้นมา แล้วจับโอสถปราณโลหิตโยนลงไปทีละคู่
เขาทำซ้ำกระบวนการนี้วนไปอย่างเมามัน จนกระทั่งโอสถปราณโลหิตสิบหกเม็ด ถูกหลอมรวมกลายเป็น 'โอสถหลอมโลหิต' ระดับ 2 จำนวนแปดเม็ดถ้วน!
"โอสถปราณโลหิตกากๆ ยังอัปเกรดเป็นโอสถหลอมโลหิตระดับ 2 ได้… แล้วถ้าเอาโอสถหลอมโลหิตมายัดลงเตาล่ะ มันจะคราฟต์ทะลุขีดจำกัดไปได้อีกไหมวะ!?"
ตอนนั้นเอง ไอเดียบ้าระห่ำก็แล่นปลาบเข้ามาในหัวซูอวี่!
ถ้ามันอัปเกรดต่อได้ เขาก็จะได้ของโคตรแรร์เลยไม่ใช่รึไง? คิดดูสิ! ขนาดโอสถหลอมโลหิตระดับ 2 ยังดันปราณโลหิตพุ่งปรี๊ดได้ถึง 0.1 แล้วถ้าเป็นโอสถที่ถูกหลอมทะลวงระดับขึ้นไปอีกล่ะ… สรรพคุณมันจะเถื่อนดิบขนาดไหน!?
คิดได้ดังนั้น ซูอวี่ก็ไม่รอช้า จับโอสถหลอมโลหิตสองเม็ดโยนลงไปในช่องสังเคราะห์ทันที!
[โอสถหลอมโลหิต : โอสถระดับ 2 สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของปราณโลหิตในร่างกายมนุษย์ได้อย่างมหาศาล หากทานมากเกินไป สรรพคุณจะลดลง!]
[ต้องการสังเคราะห์หรือไม่?]
"สังเคราะห์!"
ซูอวี่กระแทกปุ่มสังเคราะห์อย่างดุดัน! แสงสีทองสว่างวาบเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง วินาทีต่อมา โอสถหลอมโลหิตทั้งสองเม็ดก็สลายหายไป สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือโอสถสีขาวขุ่นบริสุทธิ์เม็ดหนึ่ง พร้อมกับตัวหนังสือระบบที่เด้งขึ้นมาตรงหน้า!
[โอสถชำระกาย : โอสถระดับ 3 การันตีเพิ่มปราณโลหิต 0.3 แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไร้ผลข้างเคียง!]
พอเห็นคุณสมบัติระดับพระกาฬบรรทัดนี้ ดวงตาของซูอวี่ก็เบิกกว้างแทบถลน "เชี่ย! โอสถระดับ 3!"
ในเมืองเหิงเฉิงแห่งนี้ โอสถระดับ 3 ถือเป็นแรร์ไอเทมระดับตำนาน ที่มีเงินท่วมหัวก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่ายๆ! นานๆ ทีสักเดือนสองเดือนถึงจะหลุดมาให้เห็นประดับบารมีสักเม็ด และทันทีที่มันปรากฏตัว ขุมอำนาจทุกฝ่ายต่างต้องเปิดศึกแย่งชิงกันหูดับตับไหม้ กระทั่งเคยมีสถิติการประมูลโอสถระดับ 3 ในราคาสูงปรี๊ดถึงหลายแสนหยวนมาแล้ว!
มูลค่าของมันมหาศาลทะลุฟ้า!
ลมหายใจของซูอวี่หอบกระชั้นถี่ ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่แค่เพราะป้ายราคาของโอสถระดับ 3 แต่มันเป็นเพราะคุณสมบัติสุดโกงอย่าง 'การันตีเพิ่มปราณโลหิต 0.3 ร้อยเปอร์เซ็นต์แถมไร้ผลข้างเคียง' ต่างหาก!
เกณฑ์การสอบเป็นนักสู้ฝึกหัด ต้องการปราณโลหิตแค่ 0.5 เท่านั้น! ลำพังแค่สวาปามโอสถชำระกายเม็ดนี้ลงคอ มันก็มากพอที่จะดันเพดานพลังให้เขากลายเป็น 'นักสู้' เต็มตัวได้สบายๆ!
ซูอวี่ไม่รอช้า รีบกวาดเอาโอสถหลอมโลหิตที่เหลือไปสังเคราะห์ต่อยอดเป็น 'โอสถชำระกาย' รวดเดียวจนหมดเกลี้ยง ทว่าจังหวะที่เขาตั้งท่าจะคราฟต์ทะลวงระดับต่อไป หน้าต่างระบบก็เด้งข้อความแจ้งเตือนติดเพดานขีดจำกัดขึ้นมาขวางอีกครั้ง
เด็กหนุ่มลูบคางครุ่นคิดวิเคราะห์ "ขีดจำกัดของโอสถตันที่ระดับ 3 แต่วิชายุทธ์กลับตันแค่ระดับ 1… ดูทรงแล้ว วิชายุทธ์ในระดับเดียวกัน คงมีมูลค่าและพลังอำนาจสูงส่งกว่าโอสถหลายขุมสินะ!"
แต่มันก็สมเหตุสมผลอยู่ โอสถระดับ 1 ดาดๆ อย่างโอสถปราณโลหิต ขายแค่เม็ดละพันหยวน ทว่าวิชายุทธ์ระดับ 1 ที่ถูกที่สุดในร้าน กลับโก่งราคาปาเข้าไปตั้งหนึ่งหมื่นหยวน แค่เทียบป้ายราคา ก็เห็นความห่างชั้นกันชัดเจนแล้ว!
ซูอวี่ฉีกยิ้มกว้าง มองดูโอสถชำระกายระดับตำนานในมือ "มีสุดยอดไอเทมชิ้นนี้อยู่… การก้าวข้ามไปเป็นนักสู้ ก็ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอีกต่อไป!"
เด็กหนุ่มกระโดดขึ้นเตียง นั่งขัดสมาธิปรับลมหายใจเข้าออกเพื่อเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมที่สุด จากนั้นก็โยน 'โอสถชำระกาย' เข้าปากอย่างเด็ดขาด!
วินาทีต่อมา ขุมพลังยาที่ทรงอานุภาพและบ้าคลั่งยิ่งกว่าโอสถหลอมโลหิตหลายสิบเท่า ก็ระเบิดคลื่นกวาดล้างไปทั่วทุกอณูขุมขนของซูอวี่! ทันใดนั้น เขารู้สึกได้ทันทีว่าปราณโลหิตทั่วร่างกำลังเดือดปุดๆ พุ่งทะยานราวกับลาวาภูเขาไฟปะทุ!
ซูอวี่กัดฟันแน่น รีบโคจรปราณโลหิตของตัวเองเพื่อดูดซับและชักนำสรรพคุณยามหาศาลนี้อย่างตั้งใจ ห้วงเวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปท่ามกลางการบ่มเพาะที่ร้อนระอุ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแสงตะวันสาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ซูอวี่ก็เบิกตาตื่นขึ้น! ประกายแสงสีเลือดแดงฉานอันดุดันวาบผ่านนัยน์ตาของเขาในชั่วพริบตา!
เพียงชั่วข้ามคืน… ซูอวี่จัดการสวาปามโอสถชำระกายเข้าไปถึงสองเม็ด ดันเพดานปราณโลหิตของตัวเองทะลวงขีดจำกัด พุ่งทะยานไปแตะระดับ 1.0 ได้สำเร็จ!
นั่นหมายความว่า บัดนี้ ซูอวี่ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขต สู่การเป็น 'นักสู้' อย่างเต็มภาคภูมิแล้ว!
นักสู้ตัวจริงเสียงจริง! ไม่ใช่แค่ไอ้พวกเด็กฝึกหัดเตรียมพร้อม!
หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นระรัวด้วยความฮึกเหิมที่ไม่อาจเก็บซ่อน ต้องรู้ก่อนนะว่า ขนาดสอบติดเป็นแค่ 'นักสู้ฝึกหัด' รัฐบาลยังประเคนเงินอัดฉีดให้ตั้งมากมายก่ายกอง ยิ่งไม่ต้องจินตนาการถึงสิทธิพิเศษของการเป็นนักสู้เต็มตัวเลย มันต้องรวยเละแน่ๆ!
"หึๆ… ดูท่าฉันคงไม่ต้องทนนั่งรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วสิ วันนี้เลิกเรียนเมื่อไหร่ แวะไปสอบเลื่อนขั้นรับป้ายที่สมาคมนักสู้เลยก็แล้วกัน!" ซูอวี่ยิ้มกริ่มอย่างมั่นใจ
เมื่อคืนเขาผลาญโอสถชำระกายไปสองเม็ดเพื่ออัดปราณโลหิตจนทะลุ 1.0 ตอนนี้ในมือจึงยังเหลือโอสถระดับตำนานนี้อยู่อีกสองเม็ดถ้วน
"มาลองของกันหน่อยดีกว่า… ว่าโอสถชำระกายระดับ 3 จะคราฟต์ทะลุเพดานไปได้ถึงขั้นไหน!" ซูอวี่เรียกหน้าต่างช่องสังเคราะห์ขึ้นมาอีกครั้ง
และในครั้งนี้ หลังจากเลื่อนขั้นเป็นนักสู้ ดูเหมือนว่าระบบจะปลดล็อกฟีเจอร์ใหม่ นอกเหนือจากช่องตารางว่างๆ แล้ว ด้านข้างของอินเทอร์เฟซยังมีเกจพลังงานที่เรียกว่า 'ค่าความโชคดี' ปรากฏขึ้นมาด้วย!
"ไอ้ค่าความโชคดีนี่มันเอาไว้ทำอะไรวะ?" ซูอวี่จ้องมองอินเทอร์เฟซด้วยความสงสัย
[ค่าความโชคดี : เมื่อเกจสะสมเต็ม 100 จะสุ่มดรอปไอเทมหายากระดับแรร์ให้โฮสต์ 1 ชิ้น! ทุกครั้งที่สังเคราะห์ไอเทมธรรมดา จะได้รับค่าความโชคดี 1 แต้ม, สังเคราะห์ไอเทมระดับ 1 ได้รับ 10 แต้ม, สังเคราะห์ไอเทมระดับ 2 ได้รับ 20 แต้ม… และเพิ่มทวีคูณขึ้นตามลำดับ!]
[หมายเหตุ : เมื่อดรอปไอเทมหายากสำเร็จ 1 ครั้ง แต้มที่ต้องใช้สำหรับการดรอปครั้งต่อไปจะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!]
พออ่านระบบกลไกการสุ่มกาชาจบ ดวงตาของซูอวี่ก็ลุกวาวเป็นประกาย "ไอเทมหายากระดับแรร์งั้นเหรอ!?"
ผ่านการเทสต์ระบบมาตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืน ซูอวี่ย่อมรู้ซึ้งถึงสรรพคุณของมันดี… ต่อให้เป็นขยะที่ห่วยแตกแค่ไหน พอจับโยนลงช่องสังเคราะห์ มันก็ยังกลายพันธุ์เป็นของชั้นยอดทะลุโลกได้!
แล้วไอ้ของที่ระบบหน้าเลือดนี่กล้าการันตีและตีตราว่าเป็น 'ไอเทมหายาก' ล่ะ… มันจะเป็นโคตรมหาของวิเศษระดับพลิกฟ้าคว่ำดินขนาดไหนกัน!? แค่คิด ซูอวี่ก็เลือดลมสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นแล้ว!
แต่เอาเถอะ ตอนนี้การคราฟต์อัปเกรดโอสถชำระกายให้เสร็จสิ้นคือเป้าหมายหลัก ซูอวี่จับโอสถชำระกายระดับ 3 ทั้งสองเม็ดยัดลงเตาหลอมอย่างชำนาญ แสงสีทองเจิดจรัสสว่างวาบขึ้นมาจนแสบตา!
เมื่อแสงจางลง ภายในช่องผลลัพธ์ก็ปรากฏโอสถสีขาวบริสุทธิ์เจือประกายสีทองอร่ามเม็ดหนึ่ง นอนสงบนิ่งแผ่กลิ่นอายสูงส่งออกมา
[โอสถชำระกระดูก : โอสถระดับ 4 การันตีเพิ่มปราณโลหิต 1.0 แต้มแบบร้อยเปอร์เซ็นต์! คำเตือน: หลังกลืนกิน ผู้ใช้จะตกอยู่ในสภาวะอ่อนแอไร้พละกำลังโดยสมบูรณ์เป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง โปรดระมัดระวังในการใช้งานอย่างสูงสุด!]
โอสถระดับ 4!
ช่องสังเคราะห์มันแหกกฎคราฟต์โอสถระดับ 4 ออกมาได้จริงๆ ด้วย!
ขอย้ำอีกครั้งนะว่า… ในเมืองเหิงเฉิงที่ห่างไกลความเจริญแห่งนี้ ไม่เคยมีไอ้หน้าไหนเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของ 'โอสถระดับ 4' มาก่อนเลยในชีวิต! ต่อให้มหาเศรษฐีคนไหนมีครอบครองอยู่ลับๆ ก็คงไม่มีใครหน้าโง่กล้าเอามาโชว์หราเรียกแขกแน่ๆ!
ก็แน่ล่ะ! โอสถระดับ 4 มันคือไอเทมระดับบัฟพลังให้ยอดฝีมือระดับ 'นักสู้' เชียวนะโว้ย!
ซูอวี่หายใจหอบถี่ มือไม้สั่นเทา เขารีบฉวย 'โอสถชำระกระดูก' ไปซ่อนไว้ในกล่องไม้อย่างทะนุถนอม ก่อนจะนำไปยัดเก็บไว้ในซอกหลืบที่มิดชิดและลึกที่สุดของห้องเช่า
เมื่อจัดการของรักของหวงเสร็จ เขาก็หันมาจับ 'หมัดไทเก๊ก' สองเล่มยัดลงช่องสังเคราะห์ต่อ แสงสีทองสาดสว่างขึ้นอีกระลอก คราวนี้ ตำราม้วนหนังแกะโบราณแผ่กลิ่นอายลึกลับเล่มหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าซูอวี่!
[หมัดไทเก๊กหยินหยาง (วิชายุทธ์ระดับ 2) : วิชายุทธ์ระดับ 2 ขั้นสูงสุด! แฝงเร้นพลังช่วยให้ผู้ฝึกตระหนักรู้ถึงแก่นแท้แห่งหยินหยาง หากฝึกฝนจนบรรลุขั้นสมบูรณ์ อานุภาพจะทรงพลังทัดเทียมวิชายุทธ์ระดับ 3! แนะนำระดับการฝึกฝน: นักสู้!]
นัยน์ตาของซูอวี่เบิกกว้างสั่นระริก!
วิชายุทธ์ระดับ 2 ขั้นสูงสุด!
ไอ้ของระดับปรมาจารย์พรรค์นี้ ถ้าหลุดออกไปประมูลขายข้างนอก อย่างต่ำๆ ราคาประมูลเริ่มต้นก็ต้องเหยียบหลักแสนหยวนแน่ๆ! แถมถึงมีเงินเป็นกระบุง ก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป!
"น่าเสียดายชะมัด… ถ้าเอาหมัดไทเก๊กหยินหยางเล่มนี้ไปเร่ขาย ฉันคงฟันกำไร เอาไปกว้านซื้อโอสถปราณโลหิตกลับมาคราฟต์เป็น 'โอสถชำระกระดูก' ได้อีกเป็นโกดังเลย" ซูอวี่เดาะลิ้นบ่นอุบด้วยความเสียดาย
แต่เมื่อประเมินสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้… เขาเพิ่งจะทะลวงระดับก้าวขึ้นเป็นนักสู้หมาดๆ รากฐานยังไม่มั่นคง มันจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเอาคอไปพาดเขียง เสี่ยงถูกเพ่งเล็งเพียงเพื่อแลกกับเศษเงินชั่วคราว
ประสบการณ์การใช้ชีวิตทะลุมิติมาแล้วถึงสองชาติภพ สั่งสอนให้ซูอวี่สลักสัจธรรมข้อหนึ่งไว้ในใจอย่างลึกซึ้ง… 'คนไร้ความผิด ทว่าผิดที่มีหยกงามติดตัว!'
ขืนเขาพลั้งเผลอปล่อยให้ขุมอำนาจล่วงรู้ความลับนี้เข้า ย่อมต้องมีพวกหมาลอบกัดตาแดงก่ำ ดาหน้ามาไล่ล่ารุมทึ้งเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็แหงล่ะ! เด็กม.ปลายยาจกธรรมดาๆ ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีตระกูลใหญ่หนุนหลัง แต่เสือกควักเอาสมบัติระดับตำนานออกมาโชว์ได้หน้าตาเฉย
ถ้าไม่โดนคนเขาสงสัยจนจับไปชำแหละก็บ้าแล้ว!
ซูอวี่ครุ่นคิดประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบ จากนั้นก็จัดการนำวิชายุทธ์และโอสถชำระกระดูกไปซ่อนไว้ในจุดที่ปลอดภัยที่สุด ซ้อนทับกันหลายชั้น กระทั่งแน่ใจว่าไม่มีใครหาเจอ เขาถึงได้ผิวปากเดินออกจากห้องเช่า มุ่งหน้าไปโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่ 1 อย่างสบายอารมณ์
ตลอดเส้นทางเดินไปโรงเรียน ซูอวี่รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ร่างกายเบาหวิวราวกับติดปีก การได้เหยียบย่างขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับนักสู้เพียงชั่วข้ามคืน ปาฏิหาริย์พรรค์นี้ ต่อให้เป็นคนเย็นชาหน้าตายแค่ไหน ก็ต้องมีหลุดอาการเนื้อเต้นตื่นเต้นกันบ้างล่ะ!
"ใกล้แล้ว… รอออดเลิกเรียนดังเมื่อไหร่ ฉันจะพุ่งไปสอบประเมินนักสู้ทันที! ถึงตอนนั้นก็จะได้วิชาบ่มเพาะมาครอง แถมยังมีเงินอัดฉีดกับทรัพยากรกองโตมารอประเคนให้อีกเพียบ!"
ทว่า… ในวินาทีที่ปลายเท้าของซูอวี่ก้าวข้ามผ่านประตูรั้วโรงเรียนเข้าไปนั้นเอง!
ณ มุมลึกสุดของห้องพักครูระดับสูง ภายในโรงเรียนมัธยมเหิงเฉิงที่ 1 ชายชราสวมแว่นตากรอบทองที่กำลังนั่งหลับตาพักผ่อน ก็พลันเบิกตาโพลง ขมวดคิ้วฉับเข้าหากันทันที!
"หืม? ไฉนในเขตโรงเรียน… ถึงมีกลิ่นอายของนักสู้หน้าใหม่ปริศนาโผล่พรวดขึ้นมาได้?"
แววตาของชายชราฉายแววเคร่งเครียดระแวดระวัง วินาทีต่อมา… ร่างของเขาก็พรางตัวกลืนกินไปกับอากาศ อันตรธานหายวับไปจากห้องพักครูในชั่วพริบตาเดียว!