สระบุรีเดือด! ชาวบ้านร้องน้ำคลองดำเน่าเหม็น ควายกินตาย กระทบ 3 ตำบล เร่งตรวจหาสาเหตุ
วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์ว่า ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองห้วยคลองหนองน้ำเขียว และคลองห้วยเกตุ ในพื้นที่ตำบลปากข้าวสาร ตำบลกุดนกเปล้า และตำบลหนองปลาไหล จังหวัดสระบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำในคลองมีสภาพขุ่นดำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชนในวงกว้าง
โดยก่อนหน้านี้ช่วงวันที่ 20–21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงฝนตกหนักทั่วพื้นที่จังหวัดสระบุรี พบว่าน้ำในหลายจุด อาทิ บริเวณวัดทุ่งสาลิกา แนวถนนบายพาสพระพุทธฉาย คลองห้วยเกตุ คลองห้วยตะเข้ และพื้นที่ใกล้โรงเรียนสวนกุหลาบ มีลักษณะขุ่นดำ มีฟอง และส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ชาวบ้านระบุว่าไม่ใช่สภาพน้ำตามธรรมชาติ แต่เป็นน้ำที่มีสีดำผิดปกติและมีกลิ่นเหม็นรุนแรง ทั้งนี้ น้ำในลำรางดังกล่าวมีความยาวกว่า 20 กิโลเมตร และไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำคลองเพรียว ก่อนต่อเนื่องไปยังแม่น้ำป่าสัก ส่งผลให้ประชาชนกังวลถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะสัตว์น้ำในกระชังที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะขาดออกซิเจน โดยชาวบ้านระบุว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นฤดูฝน หลังฝนตกหนัก โดยน้ำสีดำจะไหลมาเป็นช่วง ๆ ไม่ได้เกิดตลอดเวลา แต่สร้างผลกระทบต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง
นายต้องตระการ ชาวบ้านหมู่ 2 ตำบลกุดนกเปล้า เปิดเผยว่า น้ำในคลองดังกล่าวไหลมาจากบริเวณหนองน้ำเขียว ผ่านพื้นที่หมู่ 6 หนองจอก ก่อนเข้าสู่คลองห้วยเกตุ โดยในช่วงหน้าฝนจะพบว่าน้ำมีสีดำไหลลงมาเป็นประจำมานานหลายสิบปี แต่ระยะหลังพบว่ามีกลิ่นเหม็นรุนแรงมากขึ้น ต่างจากในอดีตที่ยังไม่ส่งกลิ่นเหม็น
ขณะที่นายสมนึก ชาวบ้านหมู่ 5 ระบุว่า น้ำมีลักษณะขุ่นดำและมีกลิ่นเหม็นคล้ายแก๊ส โดยเฉพาะช่วงฝนตกใหม่ ๆ ส่งผลให้ชาวบ้านต้องอยู่ในสภาพความเดือดร้อนอย่างหนัก และไม่สามารถนำน้ำมาใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งยังมีเหตุการณ์สัตว์เลี้ยง เช่น ควาย กินน้ำแล้วตายเมื่อปีก่อน จนชาวบ้านบางส่วนต้องจำใจขายสัตว์เลี้ยงเพื่อหนีปัญหา
ด้านจังหวัดสระบุรีได้ประชุมร่วมหลายหน่วยงานเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยเร่งดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ให้หลีกเลี่ยงการใช้น้ำในช่วงเกิดเหตุ การลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงว่ามาจากสถานประกอบการหรือปัจจัยอื่น และการประสานหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระบุรี เข้าตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ ได้มีการกำหนดมาตรการแก้ไขเฉพาะหน้า โดยการนำสารปรับสภาพน้ำไปใช้ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงจัดทำแผนระยะยาวในการบริหารจัดการน้ำในแต่ละช่วงฤดูกาล เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำในอนาคต
ขณะที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 7 (สคพ.7 สระบุรี) ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเก็บตัวอย่างน้ำในคลองเกด คลองหนองน้ำเขียว และคลองห้วยตะเข้ เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์ พร้อมใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการดำเนินงานร่วมกับจังหวัด และทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยหากพบการกระทำที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ด้านนายตรีพงษ์ กลันทปุระ อุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการไหลมารวมกันของลำรางน้ำ 2 สาย ก่อนลงสู่จุดบ่อลุงคำและไหลผ่านพื้นที่หลายจุดจนถึงฝายห้วยตะเข้ โดยพบว่าจุดบ่อลุงคำมีลักษณะเป็นแหล่งสะสมตะกอน ซึ่งจะมีการปรับปรุงโดยการถมให้ตื้นขึ้น และสร้างฝายธรรมชาติด้วยหินจำนวน 4 จุด เพื่อชะลอน้ำและลดผลกระทบในระยะยาว
ส่วนผลการตรวจวิเคราะห์น้ำเบื้องต้นพบว่า น้ำสีดำเกิดจากการสะสมของแร่ธาตุแมงกานีส ตะกอน เศษไม้ และซากอินทรีย์ โดยค่าคุณภาพน้ำด้านดีโอดี (BOD) และออกซิเจนละลายน้ำ (DO) ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม หากน้ำขังเป็นเวลานานคุณภาพน้ำจะเสื่อมลงและเกิดกลิ่นเหม็นได้ ทั้งนี้ แนวทางแก้ไขในเชิงวิชาการจะใช้วิธีบำบัดน้ำด้วยสารอีเอ็ม (EM) ที่ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มออกซิเจนในน้ำ และการปรับการไหลเวียนของน้ำ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพน้ำให้กลับสู่ภาวะปกติต่อไป