HANA ครึ่งหลังฟื้นตัว รุก AI เสริมแกร่ง
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 28 พ.ค. เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. เวลา 06.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - HANA เผยแนวโน้มครึ่งปีหลังเริ่มฟื้นตัว รับแรงหนุนจากธุรกิจ OSAT หลังคำสั่งซื้อกลับมาเพิ่มขึ้น ด้าน PMS แนวโน้มดีขึ้น คาดขาดทุนลดลง พร้อมรุกขยายฐาน AI หนุนการเติบโตทั้งปีนี้และปีหน้าอย่างมีนัยสำคัญชี้หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจกดดันกำลังซื้อผู้บริโภค จากเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่มั่นใจกระทบธุรกิจ AI จำกัด
นายริชาร์ด เดวิด ฮัน ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/2569 ผ่านมา บริษัทฯ ต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่า ธุรกิจ outsourced semiconductor assembly and test (OSAT) ที่อยู่ในสภาวะอ่อนแอตามวัฏจักร และธุรกิจ Power Master Semiconductor (PMS) ที่ประสบภาวะขาดทุน
อย่างไรก็ตามปัจจุบันสถานการณ์ของธุรกิจดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น โดยธุรกิจ OSAT คาดว่าจะฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดของวัฏจักร ตามความต้องการ หรือคำสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัท จะมุ่งเน้นการบริหารจัดการและส่งมอบงานให้ทันตามความต้องการ อัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าเงินเริ่มเปลี่ยนทิศทางมาเป็นบวกต่อบริษัทมากขึ้น ตามทิศทางราคาน้ำมัน
แนวโน้มธุรกิจ PMS แม้คาดว่าจะยังคงมีผลขาดทุนในปีนี้ แต่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น โดยคาดว่าในครึ่งปีหลังนี้จะขาดทุนลดลงอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีหน้า
การเติบโตจากธุรกิจ AI ซึ่งบริษัทประสบความสำเร็จในการชนะประมูลงานที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI หลายโครงการ ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกิดการเติบโตในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า
ส่วนธุรกิจ RFID ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มีปัญหา จากการแข่งขันด้านราคาสูง ทำให้กำไรต่อหน่วยต่ำลง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อที่จะกลับมามีกำไรในปีนี้ จะต้องมีคำสั่งซื้อ เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 80-100% ซึ่งปัจจุบัน HANA ก็มีคำสั่งซื้อเข้ามาใกล้เคียงกับเป้านั้นแล้ว ทำให้คาดว่าจะกลับมาทำกำไรได้ภายในสิ้นปี
นอกจากนี้บริษัทฯ กำลังดำเนินการผลิตเครื่องช่วยฟัง (Hearing Aid) ให้กับลูกค้ารายใหญ่รายเดิมที่เปลี่ยนมาโฟกัสด้านการแพทย์ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1-2 เดือนข้างหน้า
ด้านความคืบหน้าโครงการร่วมทุนระหว่าง HANA และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ภายใต้บริษัทร่วมทุน เอฟทีวัน คอร์เปอเรชั่น จำกัด (FT1) โดย PTT ถือหุ้น 51% และ HANA ถือหุ้น 49% เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตชิปชนิดซิลิคอนคาร์ไบด์แห่งแรกของไทย ปัจจุบันโปรเจกต์นี้ถูกระงับไว้ชั่วคราว โดยบริษัทต้องดำเนินการตามประกาศและการตัดสินใจของ ปตท. ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่
สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง หากมีความยืดเยื้อยาวนานกว่า 6 เดือน บริษัทฯ มองว่า จะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และเกิดภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค หากสถานการณ์ลากยาวไปจนถึงสิ้นปี อาจทำให้ความต้องการสินค้าของบริษัทลดลงได้ในปี 2570
อย่างไรก็ตามบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าธุรกิจ AI จะไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามฯ เนื่องจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ยังคงดำเนินต่อไป