ตำรวจนอกรีต!
ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ "ตำรวจ" ระดับ "นายพล" ที่เข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานยศตำรวจชั้นนายพลเป็นกรณีพิเศษให้แก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 28 จำนวน 14 ราย ดังนี้ 1.พลตำรวจโท ดิเรก ธนานนท์นิวาส เป็นพลตำรวจเอก 2.พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์ เป็นพลตำรวจเอก 3.พลตำรวจโท วิวัฒน์ ชัยสังฆะ เป็นพลตำรวจเอก 4.พลตำรวจโท อุดร ยอมเจริญ เป็นพลตำรวจเอก 5.พลตำรวจตรี ชวนนท์ ประเทศรัตน์ เป็น
พลตำรวจโท 6.พลตำรวจตรี เทิดพงษ์ ลิมปิทีป เป็นพลตำรวจโท 7.พลตำรวจตรี บัณฑิต นิลอ่อน เป็นพลตำรวจโท 8.พลตำรวจตรี ปรีดา อิ่มเจริญ เป็นพลตำรวจโท 9.พลตำรวจตรี พงษ์นคร นครสันติภาพ เป็นพลตำรวจโท 10.พลตำรวจตรี วิระศักดิ์ แย้มแสง เป็นพลตำรวจโท 11.พลตำรวจตรี วีร์ จิระรัตนวรรณ เป็นพลตำรวจโท 12.พลตำรวจตรี สรรธาน อินทรจักร์ เป็นพลตำรวจโท 13.พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ เลาหพิบูลย์กุล เป็นพลตำรวจโท และ 14.พลตำรวจตรี สุระพันธุ์ ไทยประเสริฐ เป็นพลตำรวจโท ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป
เฮ้อ…ไม่เข็ดไม่หลาบ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงกลัวกฎระเบียบกันเลย ทั้งที่หลายครั้ง หลายเคส มีให้เห็นตลอด "ตำรวจนอกรีต" สุดท้ายก็ต้องถูกจับ ต้องถูกดำเนินคดี ต้องถูกไล่ออก แต่ก็ยังเกิดเหตุซ้ำๆ บ่อยๆ ทั้งที่เพิ่งมีคดี "ตำรวจนอกรีต" 4-5 นาย รวมกลุ่มกันตั้งเป็นแก๊งไป "อุ้มชาวจีน" กักขังภายในบ้านพักพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่แลกอิสรภาพ จนถูก "ตำรวจ" นำกำลังไปจับ "ตำรวจในคราบโจร" สุดท้ายทั้ง 4-5 นายแก๊งอุ้ม นอกจากถูกดำเนินคดีอาญา ดำเนินการตามระเบียบ พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ยังลงนามคำสั่งให้ตำรวจนอกรีตออกจากราชการไว้ก่อนหมดอนาคตกันไป เหมือนความวัวยังไม่หายความควายก็เข้ามาแทรก ตำรวจยศ ร.ต.ต. โรงพักเมืองกาญจนบุรี ไปนั่งกินร้านหมูกระทะก็ดันทะลึ่งเอามือไปจับอวัยวะเพศพนักงานสาว มีภาพวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน ผู้เสียหายยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด เจอแต่ละมื้อแต่ละเดย์ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ น่าจะเหนื่อยใจ นับถอยหลังเกษียณอีก 4 เดือนแบบปวดหมองทุกวัน ๐
เก็บตกงานประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ครั้งที่ 4/2569 สัปดาห์ที่ผ่านมาบิ๊กอรรถ-พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่ายยาวการนำเสนอการพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติของ "กรมปทุมวัน" ทั้งระบบการอ่านแผ่นป้ายทะเบียนโดยอัตโนมัติ (LPR) เพื่อตรวจสอบติดตามรถยนต์ที่อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังและวิเคราะห์พฤติกรรมของรถยนต์ที่กระทำผิดกฎหมาย ระบบตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมืออัตโนมัติ (AFIS) และโครงการพัฒนาการตรวจสอบประวัติ (Live Scan) ระบบ Tourist Police CCOC Mobile AI Technology เป็นรถยนต์ที่ใช้ AI สแกนใบหน้าของบุคคล โดยเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลหมายจับ หรือฐานข้อมูลบุคคล Overstay และระบบสำนวนอิเล็กทรอนิกส์ (Smart CRIMES) เพื่อเป็นศูนย์กลางการบริหารจัดการสำนวนคดีแบบครบวงจร เหล่า "สีกากี" ต่างชื่นชมหน่วยในการพัฒนาขีดความสามารถด้านระบบอัตโนมัติเชิดหน้าชูตาเหล่าทัพ แต่สำหรับ "ลูกน้อง" หลายคนฝากให้ช่วยสะกิด "โฆษกอรรถ" หากมีเวลาช่วยตามโปรเจกต์ "สารวัตรโดรน" ที่เห็นโครงการจะมีการเพิ่มตำแหน่งในหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะ "นครบาล" ตอนนี้เรื่องไปถึงไหน หรือถูกพับเข้าลิ้นชักไปแล้ว วานตามเรื่องมาชี้แจงแถลงไขให้ที ๐
กองบัญชาการกองทัพไทย จัดพิธีส่งมอบหน้าที่หัวหน้าคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนประจำประเทศไทย (ASEAN Observer Team-Thailand: AOT-TH) และการจัดการปฐมนิเทศการปฏิบัติภารกิจของคณะ AOT-TH เมื่อวันที่19 พ.ค.ที่ผ่านมา จาก “แซม” พลจัตวา Dato’ Samsul Rizal bin Musa หัวหน้าคณะ AOT-TH จากประเทศมาเลเซีย มาเป็น “เกรก” พลจัตวา Gregorio S. Nieveras หัวหน้าคณะ AOT-TH จากประเทศฟิลิปปินส์ โดยมี พล.ท.ทรงวิทย์ วายุเหือด เจ้ากรมข่าวทหาร ในฐานะรองหัวหน้าคณะทำงานอำนวยการและประสานงานร่วมกับคณะ AOT-TH สำหรับหัวหน้า AOT คนใหม่ส่งตรงมาจากฟิลิปปินส์ ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยทูตทหารประจำประเทศไทย แต่เชื่อมั่นว่าบทบาทของฟิลิปปินส์ในฐานะประประธานอาเซียน และความมุ่งมั่นในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นกลาง บทบาทของ AOT จะมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงการเจรจาทวิภาคี
สำหรับการปฐมนิเทศการปฏิบัติภารกิจ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบรรยายสรุปสถานการณ์ แนวทางการปฏิบัติ และผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในประเด็นสำคัญต่างๆ อาทิ ภาพรวมสถานการณ์ไทย-กัมพูชาตั้งแต่เหตุการณ์ปะทะครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน โดยผู้แทนจากศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) การเจรจาทวิภาคีไทย-กัมพูชา (General Border Committee: GBC) โดยกรมกิจการชายแดนทหาร สถานการณ์ทุ่นระเบิดในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด โดยผู้แทนศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ตลอดจนการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน รวมถึงผลการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา โดยกรมแผนที่ทหาร ซึ่งคาดว่าในการประชุม GBC ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ที่มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และประธาน GBC จะเห็นถึงการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมร่วมกัน ตามกรอบของถ้อยแถลงร่วม JC ที่ทำกันไว้เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2568 โดยฝ่ายเลขานุการ GBC ซึ่งมี พล.อ.ณัฐพงษ์ เพราแก้ว รองเสธ.ทหาร กำลังประสานงานพูดคุยกันก่อน
เมาธ์กันให้แซ่ดว่าช่วง มิ.ย.นี้เป็น "เดือนหมาหอน" สำหรับโค้งสุดท้ายของการตัดสินบริษัทเอกชนเข้าต่อเรือฟริเกตสมรรถสูงของงบฯ ปี 2569 (ลำที่ 1) ของกองทัพเรือคาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณกลางหรือปลายเดือมิ.ย.นี้ ถือเป็นช่วง "ลุ้นเด้งที่หนึ่ง" ของ ทร.ว่าผลสรุปจะออกมาตามที่ ทร.ต้องการแบบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ แว่วว่า "ไทม์ไลน์" การประกาศเอกชนที่ได้รับคัดเลือกอย่างเป็นทางการ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการเสนอเรื่องไปที่กระทรวงกลาโหม และลงนามโดยปลัดกระทรวงฯ ตามขั้นตอนแล้ว แต่เชื่อว่าหลังจาก พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ลงนามผลจากคณะกรรมการคัดเลือกฯ และส่งไปที่กองบัญชาการกองทัพไทย ก็น่าจะมีหลายฝ่ายรับรู้และมีการเปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการออกมา ส่วนของ “ทร.” จะแถลงข้อมูลหลังมีข้อยุติว่าเลือกบริษัทไหนหรือไม่ ยังไม่มีการยืนยัน แต่หลังจากนั้นคงต้องมา "ลุ้นเด้งที่สอง" ในการชี้แจงกับฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการต่อเรือฟริเกตลำที่สองในปีงบ 70 อีกเฮือก หลังจากสำนักงบประมาณตีตกในขั้นตอนของหน่วยขอรับงบเสนอมา เพราะติดเงื่อนไขของเพดานหนี้ผูกพันว่าจะผ่านฉลุย หรือต้องไปรอลุ้นใหม่ในงบปี 2571