โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“วราวุธ” หนุนธุรกิจไทยเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมสีเขียว-ดิจิทัล ดันนิคมฯ คาร์บอนต่ำ รับทุนต่างชาติย้ายฐานยั่งยืน

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

”วราวุธ“ หนุน ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียว-ดิจิทัล ดัน นิคมฯ คาร์บอนต่ำ รองรับทุนต่างชาติย้ายฐานยั่งยืน

วันที่ 10 ก.ค.69 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานพิธีเปิดงาน I-EA-T Fair 2026 “One Mind, One I-EA-T Powering Global Industry” พร้อมเสวนาร่วมกับ Ms. Melinda Good, Division Director, World Bank Thailand and Myanmar ในเวทีสะท้อนมุมมองจากผู้นํา “ถอดรหัสโลกผันผวน สู่การสร้างความได้เปรียบของอุตสาหกรรมไทย Decoding Global Uncertainty Creating Competitive Advantage for Thailand's Industrial Future” ณ ห้อง Ballroom 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร

โดยนายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับธนาคารโลก (World Bank) จัดงาน Executive Dialogue: “Voice from Industry” ภายใต้หัวข้อ “ถอดรหัสโลกผันผวน สู่การสร้างความได้เปรียบของอุตสาหกรรมไทย” เพราะปัจจุบันโลกกำลังเผชิญภาวะ “Poly Crises” หรือวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างมหาอำนาจ ความผันผวนของพลังงาน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งกำลังกดดันห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตทั่วโลก

สำหรับประเทศไทยซึ่งยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานและวัตถุดิบจำนวนมาก ความผันผวนดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันมาตรการการค้าใหม่ของโลก เช่น กลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) และกฎระเบียบด้านความยั่งยืนของสหภาพยุโรป (EUDR) กำลังเปลี่ยนความยั่งยืนจากทางเลือก เป็นเงื่อนไขสำคัญในการเข้าถึงตลาดโลก

นายวราวุธ กล่าวว่า เราจึงเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและภาคการผลิตสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” และ “อุตสาหกรรมดิจิทัล” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาว ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยได้จัดวงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 20,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้สามารถลงทุนปรับปรุงกระบวนการผลิต ลดการใช้พลังงาน และก้าวสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียวได้เร็วขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยีชีวภาพ และปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้วิสัยทัศน์ “AI² หรือ AI ยกกำลังสอง” ด้วยการผสานพลังระหว่าง Artificial Intelligence และ Agriculture Industry หรืออุตสาหกรรมเกษตร เพื่อยกระดับภาคเกษตรแปรรูปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงเร่งลดขั้นตอนขออนุญาต ปลดล็อกกฎระเบียบ และอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ ผ่านมาตรการ Regulatory Guillotine ดึงดูดการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางการลงทุนทหรือ Safe Zone สำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยปัจจุบัน กนอ. ดูแลนิคมอุตสาหกรรม 69 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรม 1 แห่ง ครอบคลุม 16 จังหวัด พร้อมโครงสร้างพื้นฐานมาตรฐานสากล เขตปลอดอากร และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ

“ในช่วงที่หลายบริษัทกำลังทบทวนห่วงโซ่อุปทานและมองหาฐานการผลิตใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ไทยมีจุดแข็งจากทำเลยุทธศาสตร์ ความเป็นกลาง และระบบนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมรองรับการลงทุนระดับโลก ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงเม็ดเงินลงทุนและเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ประเทศ”นายวราวุธ กล่าว

อีกหนึ่งความคืบหน้าสำคัญคือความร่วมมือระหว่าง กนอ. และธนาคารโลก ภายใต้โครงการ Low-Carbon City and Carbon Market Development Program (LCC) เพื่อพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง ให้เป็นต้นแบบเมืองอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ และกลไกตลาดคาร์บอนของไทย ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตไทย เตรียมพร้อมต่อกฎการค้าสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นขึ้นทั่วโลก

นายวราวุธ กล่าวว่า วิกฤตที่โลกกำลังเผชิญไม่ใช่เพียงความท้าทาย แต่เป็นโอกาสสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้แข็งแกร่ง ยืดหยุ่น และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้คือการพัฒนาทุนมนุษย์และแรงงานทักษะสูง เพื่อสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และความยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...