"เท้ง" ผิดหวังแต่ไม่ผิดคาด หลังศาลรธน. มีมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัดรธน. ตอกกลับ "อนุทิน" มาสภาให้บ่อยจะได้จำชื่อ สส. ได้
"เท้ง" ผิดหวัง แต่ ไม่ผิดคาด หลังศาลรธน. มีมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไม่ขัด รธน. ตอกกลับ "อนุทิน" ปมบอกไม่รู้จัก ก็เพราะไม่ค่อยเข้าตอบกระทู้ ย้ำอยากจำ สส. ได้ให้มาสภาบ่อย ๆ ด้าน "ศิริกัญญา" กังขา "รถขยะ EV-ลานกีฬาโซลาร์" ซ้ำซ้อนงบปี 70 จ่อหาทางตัดในกมธ.งบฯ 70 ซัด ไม่สะท้อนเปลี่ยนผ่านพลังงานได้จริง ขณะที่ “ศิริกัญญา” แจงปม ‘ปชน.’ โพสต์เฟซบุ๊ก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เอื้อคดี ฮั้วสว. ยัน ไม่ใช่ เฟคนิวส์
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชนแถลงภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อเยียวยาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลาง (มติ 9-0) และวงเงิน 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (มติ 7-2) ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ โดยพรรคประชาชนระบุว่า แม้ผลคำวินิจฉัยเป็นไปตามที่คาด แต่ยังยืนยันว่าไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.ก. และหลายโครงการสามารถใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีได้อยู่แล้ว
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ขณะนี้คณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 กำลังพิจารณาโครงการที่รัฐบาลเตรียมใช้เงินกู้ เช่น ลานกีฬาโซลาร์ รถขยะไฟฟ้า และโครงการอื่น ๆ ซึ่งเห็นว่าเป็นโครงการปกติที่สามารถตั้งงบประมาณได้ ไม่จำเป็นต้องกู้เงิน พร้อมย้ำว่ารัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐบาลเรียกประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญได้ หากมีความจำเป็นจริง
ด้านนางสาวศิริกัญญาเปิดเผยว่า พรรคพบเอกสารลักษณะเป็น "แคตตาล็อก" โครงการที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลือกขอใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยหลายโครงการ เช่น รถขยะ EV ลานกีฬาโซลาร์ เครื่องผลิตออกซิเจนพลังงานแสงอาทิตย์ และโซลาร์รูฟท็อป ไม่ได้ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ จึงตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการเตรียมผู้รับจ้างหรือผู้จำหน่ายไว้ล่วงหน้า และกังวลว่าอาจเป็นการสอดไส้โครงการเพื่อแสวงหาประโยชน์
พรรคประชาชนยังเตรียมใช้กลไกกรรมาธิการตรวจสอบความซ้ำซ้อนของโครงการกับงบประมาณปี 2570 รวมถึงงบกลางอีก 12,000 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับเงินกู้จะมีวงเงินกว่า 212,000 ล้านบาท พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นในการใช้เงินจำนวนดังกล่าว
นายณัฐพงษ์ยังตอบโต้นายกรัฐมนตรีที่ระบุว่าไม่รู้จักตน โดยกล่าวติดตลกว่า หากนายกรัฐมนตรีเข้าสภาและมาตอบกระทู้บ่อยขึ้นก็น่าจะจำ สส. ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังยืนยันจุดยืนให้ทบทวนบทบาทและความจำเป็นของ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเห็นว่าหน่วยงานที่มีภารกิจซ้ำซ้อนควรพิจารณายุบหรือควบรวมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณของรัฐ
“ศิริกัญญา” แจงปม ‘ปชน.’ โพสต์เฟซบุ๊ก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เอื้อคดี ฮั้วสว. ยัน ไม่ใช่ เฟคนิวส์
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ที่ เพจเฟซบุ๊กพรรคประชาชน โพสต์แก้ไขข้อความเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (กฎหมายนิรโทษกรรม) หลังมีข้อวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายเผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อน โดยระบุว่า เดิมพรรคตั้งข้อสังเกตว่าบัญชีแนบท้ายของร่างกฎหมายเปิดช่องให้คดีตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง สว. อยู่ในขอบเขตการนิรโทษกรรม แม้จะระบุยกเว้นคดีทุจริตและคุณสมบัติก็ตาม แต่ยังไม่มีคำชี้แจงชัดเจนว่าคดีฮั้ว สว. จะเข้าข่ายหรือไม่ จึงแก้ไขข้อความเพื่อลดความคลุมเครือ
น.ส.ศิริกัญญา ยืนยันว่าไม่ใช่การเผยแพร่เฟกนิวส์ เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าคดีฮั้ว สว. จะได้รับการยกเว้นจากการนิรโทษกรรมหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินคดีอย่างจริงจัง และขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ไม่ใช่ดำเนินคดีกับ สว. เพียงบางราย
ด้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ โต้คำกล่าวของ พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ที่อ้างว่าการไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 เป็นการป้องกันการเอื้อลัทธิ โดยยืนยันว่าร่างกฎหมายที่ สว. แก้ไขไม่มีบทบัญญัตินิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 อยู่แล้ว แต่เป็นการตัดกลไกช่วยเหลือเยาวชนที่ผ่านกระบวนการยุติธรรมออกจากมาตรา 11 ซึ่งเดิม สส. กำหนดให้มีคณะกรรมการจัดทำแผนส่งให้ศาลประกอบการพิจารณา
นายณัฐพงษ์ยังวิจารณ์ผู้ที่ผลักดันให้ตัดช่องทางดังกล่าวว่าเป็นการปิดโอกาสและตัดอนาคตของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกหรือการโพสต์ข้อความ โดยตั้งคำถามถึงเหตุผลของการแก้ไขกฎหมายในลักษณะดังกล่าว
“แต่คำถามที่ควรจะถามดังๆคือ คนที่ออกมาปิดช่องตรงนี้ ตัดอนาคตของเยาวชน โดยเฉพาะ คนมีความผิดจากการโพสต์ หรือไม่ได้เจตนาที่จะทำผิดมาตรา 112 ตนมองว่าเป็นคนที่อำมหิตมาก คุณทำแบบนี้เพื่ออะไร”นายณัฐพงษ์ กล่าว