กรมอุทยานฯ เผยผลสำรวจทะเลตรัง พบพะยูนประจำถิ่น 3 ตัว ดัชนีสุขภาพสมบูรณ์ปานกลางทชูความสำเร็จนโยบายอุทยานแห่งชาติยุคใหม่ นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับยกระดับงานวิจัยและคุ้มครองสัตว์ทะเลหายาก
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) เปิดเผยความสำเร็จครั้งใหม่ในการติดตามและอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก หลังระดมทีมเจ้าหน้าที่ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินปูพรมสำรวจน่านฟ้าเหนือแหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ของจังหวัดตรังแบบต่อเนื่อง 2 วันซ้อนในช่วงน้ำขึ้น ระหว่างวันที่ 8–9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ผลปรากฏพบพะยูน (Dugong dugon) รหัสลับประจำถิ่นจำนวน 3 ตัว สภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ สะท้อนประสิทธิภาพสูงสุดของการบริหารจัดการพื้นที่คุ้มครองและความสำเร็จของแผนแม่บทอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ
นายชุติพงค์ พลวัฒน์ หัวหน้าศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) เปิดเผยว่า ปฏิบัติการสำรวจเชิงรุกครั้งนี้เป็นการขานรับนโยบาย "อุทยานแห่งชาติยุคใหม่ นำเทคโนโลยีขับเคลื่อนงานวิจัยและคุ้มครองสัตว์ป่า" ของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อยกระดับการติดตามประชากรสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ทะเลหายากอย่างแม่นยำ โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนประสิทธิภาพสูง บินสำรวจครอบคลุมพื้นที่วิกฤตอันดามันจนสามารถจับภาพและจำแนกอัตลักษณ์ (Photo-ID) พะยูนได้อย่างละเอียดชัดเจน
สำหรับผลการสำรวจเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ พิกัดเกาะไหงตะวันออก ตรวจพบพะยูนจำนวน 2 ตัว แสดงพฤติกรรมว่ายน้ำหาอาหารอย่างปลอดภัย โดยสามารถระบุเครื่องหมายธรรมชาติเฉพาะตัวได้อย่างเด่นชัด คือ ตัวที่ 1 พบรอยขีดข่วนด้านขวาของลำตัวลักษณะคล้ายตัวอักษร "X" และมีปลายจมูกสีขาว ขณะที่ ตัวที่ 2 พบจุดสีขาวนวลเด่นชัดบริเวณกลางหลังอย่างเห็นได้ชัด
ต่อมาในการสำรวจเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขยายพื้นที่สำรวจไปยังเกาะมุกทิศใต้และหยงหลำ ท่ามกลางสภาพอากาศท้องฟ้าแจ่มใส มีคลื่นลมตามธรรมชาติ และน้ำทะเลใส โดยพิกัดบริเวณหยงหลำทิศเหนือ ตรวจพบพะยูนเพิ่มอีก 1 ตัว ซึ่งนับเป็น ตัวที่ 3 ของปฏิบัติการนี้ ตรวจสอบพบอัตลักษณ์พิเศษมีรอยขีดขนานสองเส้นบริเวณกลางลำตัว ร่วมกับรอยขีดอีกสองเส้นบนครีบด้านขวา
จากการนำภาพถ่ายทางอากาศเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ทางทะเล นักวิชาการระบุว่า พะยูนทั้ง 3 ตัว มีค่าดัชนีสภาพร่างกาย (Body Condition Score: BCS) อยู่ในเกณฑ์ 3 จาก 5 (3/5) ซึ่งเป็นระดับปานกลางตามมาตรฐานสุขภาพสัตว์ป่าในธรรมชาติ ร่างกายสมส่วน ไม่อยู่ในภาวะซูบผอมหรือขาดสารอาหาร ยิ่งไปกว่านั้น จากการตรวจจับอัตราการหายใจพบว่าพะยูนมีอัตราการขึ้นมาหายใจเฉลี่ย 3 ครั้งต่อ 5 นาที ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบทางเดินหายใจปกติและไม่มีภาวะความเครียดจากการรบกวนภายนอก
การเปลี่ยนผ่านจากการใช้เรือยนต์ตรวจการณ์มาเป็น "เทคโนโลยีโดรน" ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปงานวิจัยทางทะเล เพราะนอกจากจะไม่ส่งเสียงรบกวนหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อพะยูนแล้ว ภาพถ่ายมุมสูงยังช่วยสร้างระบบฐานข้อมูลประชากรที่แม่นยำ (Photo-ID) เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การกำหนดพื้นที่เขตกันชน (Buffer Zone) และการฟื้นฟูระบบนิเวศหญ้าทะเลร่วมกับชุมชนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลต่างๆ จากการสำรวจในครั้งนี้ จะถูกนำไปใช้เพื่อวางมาตรการป้องกันเชิงรุก ร่วมกับการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ (Smart Patrol) ในการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการทำประมงผิดกฎหมายหรือการท่องเที่ยวที่รบกวนแนวหญ้าทะเล เพื่อรักษาให้จังหวัดตรังยังคงเป็นศูนย์กลางและที่มั่นสุดท้ายของประชากรพะยูนในประเทศไทยต่อไป