Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs นิยามแห่ง เวลาคู่ขนาน และสุดยอดหัตถศิลป์จาก Van Cleef & Arpels
สำหรับสุภาพบุรุษผู้หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของเรือนเวลาชั้นสูง (Haute Horlogerie) นาฬิกาข้อมือ Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs (มิดไนต์ เออร ดิซิ เออร ดายเญอรส์) จากเมซงระดับโลกอย่าง Van Cleef & Arpels คือผลงานมาสเตอร์พีซที่หลอมรวมระบบกลไกซับซ้อนอันชาญฉลาด เข้ากับงานหัตถศิลป์ชั้นครูได้อย่างไร้ที่ติ นำเสนอความละเมียดละไมผ่านมุมมองของ “เวลาคู่ขนาน” ที่ช่วยจุดประกายจินตนาการให้ก้าวข้ามสู่โลกอีกมิติในทุกครั้งที่ก้มมองหน้าปัด
ระบบซ้อนกลไก เวลาคู่ขนาน (Dual-Time Zone Movement) ที่อัจฉริยะและเรียบง่าย
นาฬิกาข้อมือ Van Cleef & Arpels Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs มาพร้อมความโดดเด่นด้วยกลไกขึ้นลานอัตโนมัติในตัว (Self-winding mechanical movement) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดระบบซ้อนกลไก (Complication) ให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการใช้ฟันเฟืองเดี่ยวขับเคลื่อนการทำงานพร้อมกัน 3 ส่วน:
Heure d’ici : แสดงตัวเลขบอกชั่วโมงของเขตเวลาท้องถิ่นในปัจจุบันผ่านกรอบหน้าต่างด้านบน
Heure d’ailleurs : แสดงตัวเลขบอกชั่วโมงของเขตเวลาต่างประเทศผ่านกรอบหน้าต่างด้านล่าง ด้วยกลไกตัวเลขเปลี่ยนชั่วโมงทันที (Jumping Hours)
Retrograde Minutes : แสดงนาทีด้วยเข็มเดี่ยวที่จะดีดตัวกลับไปยังจุดเริ่มต้นเลข 0 ทันทีอย่างแม่นยำเมื่อเดินทางครบนาทีที่ 60 พร้อมกับการเริ่มต้นวงจรชั่วโมงใหม่
เรือนเวลารุ่นนี้มาพร้อมพลังงานสำรองยาวนานถึง 65 ชั่วโมง โดยความเหนือชั้นเชิงวิศวกรรมทั้งหมดนี้ ถูกควบคุมอย่างง่ายดายผ่าน “เม็ดมะยมเดี่ยว” ที่ทำหน้าที่ครบครัน ทั้งการขึ้นลาน ตั้งเวลาต่างเขต และปรับเข็มนาที มอบความสะดวกและคล่องตัวสูงสุดในการใช้งาน
งานดีไซน์ตัวเรือน Midnight สัญลักษณ์แห่งบุรุษตามแบบฉบับเมซง
ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบ (18K Rose Gold) ขัดผิวเนื้อซาตินขนาดหน้าปัด 38 มม. ได้รับการจัดสัดส่วนแบบอสมมาตร (Asymmetry) ซึ่งเป็นลูกเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Van Cleef & Arpels หน้าปัดโดดเด่นด้วยอักษรตัวเขียนชื่อรุ่นขนาบแนวโค้งอย่างวิจิตรบรรจง
ใจกลางหน้าปัดตกแต่งด้วยโมทิฟทรงกลมสลักลายตาข่ายนูน “ปิเก” (piqué) ซึ่งเป็นลายผ้าทออันเป็นสัญลักษณ์เคียงคู่หน้าปัดนาฬิกาบุรุษตระกูล Pierre Arpels ล้อมรอบด้วยลายสลักริ้วรัศมีตะวัน (Guilloché) ที่กระจายเส้นสายสาดแสงออกไปรอบตัวเรือน ขณะที่ฝาหลังทองคำได้รับการสลักลายดวงตะวันสาดแสงร่วมกับจันทร์กลางหมู่ดาว เพื่อสื่อความหมายถึงเวลา “ที่นี่” และ “ที่นั่น” ได้อย่างแยบคาย
มหากาพย์หัตถศิลป์ลงยา (Enameling) สรรค์สร้างเฉดสีหนึ่งเดียวในโลก
ความท้าทายขั้นสูงสุดของนาฬิกา Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs อยู่ที่กระบวนการรังสรรค์หน้าปัดลงยาโดยเหล่าช่างศิลป์ฝีมือเยี่ยม ณ กรุงเจนีวา ซึ่งต้องศึกษาคุณสมบัติทางทัศนศาสตร์ ทั้งการดูดซับ สะท้อน และหักเหแสงของรัตนชาติ เพื่อจำลองประกายแสงที่สวยงาม
เฉดสีอำพันสลับโทนร้อน-เย็น: ตัวหน้าปัดใช้เทคนิคลงยาสีน้ำตาลเข้มเฉดอำพัน (Amber-brown enamel) บนพื้นหลังทองคำขัดเงาราวกระจก ทำให้หน้าปัดสามารถเปลี่ยนเฉดสีไปมาระหว่างโทนอบอุ่นและโทนเย็นตาตามมุมแสงที่ตกกระทบ
ปรากฏการณ์ตาแมว (Chatoyancy): การผสานลายสลัก piqué และ guilloché ภายใต้ชั้นเคลือบเงาลงยาอย่างประณีต เพื่อควบคุมความหนาของเนื้อสีไม่ให้บดบังลวดลาย และก่อให้เกิดมิติแสงเหลือบประกายอันน่าทึ่ง
สูตรลับความแกร่งกว่า 1,000 องศาเซลเซียส
ช่างศิลป์ได้ประยุกต์เทคนิคจากงานเป่าแก้วมาใช้ในเตาอบนาฬิกา:
รอบแรก: อบด้วยอุณหภูมิต่ำ (ต่ำกว่า 500 องศาเซลเซียส) ยาวนานกว่า 30 ชั่วโมง เพื่อให้เนื้อสีกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
รอบถัดมา: อบในเตาความร้อนสูงมากกว่า 1,000 องศาเซลเซียสอีกสองรอบ เพื่อขจัดฟองอากาศภายใน และตกแต่งรูปทรงด้วยลูกรีดเกลียวจนได้ชั้นงานลงยาที่แข็งแกร่ง ไร้ตำหนิ และไม่บิดเบี้ยว
Midnight Heure d’ici & Heure d’ailleurs ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องบอกเวลา แต่คือศิลปวัตถุที่รวมศาสตร์แห่งกลไกเวลาคู่ขนาน (Dual-time zone) และศิลป์แห่งงานลงยาชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน หากคุณคือนักสะสมนาฬิกาที่มองหาความแตกต่างที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เรือนเวลาทองคำสีกุหลาบเรือนนี้คือคำตอบที่สะท้อนรสนิยมอันสุขุมลุ่มลึกของสุภาพบุรุษได้อย่างดีที่สุด
ร่วมสัมผัสและสอบถามรายละเอียดของเรือนเวลาหัตถศิลป์ชั้นสูงได้ที่ บูติก Van Cleef & Arpels วันนี้
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.