โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คืนสิทธิทำกิน-รักษาผืนป่ากว่า 12.5 ล้านไร่ ประชาชน 1.2 ล้านรายได้รับสิทธิถูกกฎหมาย

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 03.33 น. • The Bangkok Insight

รัฐบาล "คืนสิทธิทำกิน–รักษาผืนป่า" แล้วกว่า 12.5 ล้านไร่ ครอบคลุม 66 จังหวัด ประชาชนกว่า 1.2 ล้านรายได้รับสิทธิถูกกฎหมาย เตรียมต่อยอดแก้ปัญหาพื้นที่ป่าไม้ถาวรที่รอคอยมานานกว่า 65 ปี

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชนในที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ ภายใต้การดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศอย่างยั่งยืน

สิทธิทำกิน

ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติได้สำเร็จตามเป้าหมายรวมกว่า 12.5 ล้านไร่ ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค. 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 66 จังหวัด จำนวน 19,576 หมู่บ้าน มีประชาชนได้รับประโยชน์แล้วกว่า 1.2 ล้านราย โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิจะมีเอกสารรับรองสิทธิในรูปแบบดิจิทัล สามารถใช้ประกอบการทำกิน การเข้าถึงบริการภาครัฐ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างมั่นคงมากขึ้น

ตัวอย่างสำคัญคือพื้นที่จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเกษตรกรที่เคยทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ได้รับสมุดดิจิทัลรับรองสิทธิทำกินตามนโยบายรัฐบาล ทำให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าจะถูกมองว่าอยู่หรือทำกินอย่างผิดกฎหมายอีกต่อไป

นอกจากนี้ การได้รับสิทธิในที่ดินยังช่วยยกระดับเศรษฐกิจของเกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม โดยเกษตรกรชาวสวนทุเรียนสามารถนำเอกสารสิทธิไปขอการรับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) จากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยืนยันว่าเป็นผลผลิตจากพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่สูงขึ้น และส่งออกไปยังต่างประเทศได้

ในปี 2568 ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่านานกกก อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ จำนวน 190 ราย พื้นที่รวมกว่า 2,052 ไร่ ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตและส่งออก สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศกว่า 180 ล้านบาท ช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่อย่างชัดเจน

รัฐบาลยังเดินหน้าต่อยอดการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการอยู่อาศัยและทำกินใน พื้นที่ป่าไม้ถาวร ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอการแก้ไขมานานกว่า 65 ปี

ล่าสุด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เร่งดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมเสนอกรอบมาตรการการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าไม้ถาวรต่อคณะรัฐมนตรี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2.2 ล้านไร่ คาดว่าจะมีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 2 แสนราย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการคลี่คลายปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศให้คงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังกล่าวเพิ่มเติมในที่ประชุมว่า การได้รับสิทธิในที่ดินทำกิน ไม่ได้ช่วยเฉพาะเรื่องอาชีพและรายได้เท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้มากขึ้น ทั้งการขอติดตั้งไฟฟ้า ระบบน้ำ และบริการพื้นฐานต่าง ๆ ของรัฐ ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ห่างไกลอย่างเป็นรูปธรรม

รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ภายใต้หลักการ คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวิต มีรายได้ที่ยั่งยืน ขณะเดียวกันก็รักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่สำหรับคนรุ่นต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...