Amazon งานเข้า! โดนฟ้องข้อหาผลักภาระภาษี IEEPA หลังศาลฎีกาสั่งโมฆะ
Amazon เผชิญคดีฟ้องร้องแบบกลุ่ม ปมอมเงินภาษีนำเข้ายุค "ทรัมป์" ผลักภาระภาษีใส่ราคาสินค้า แต่จงใจไม่ขอคืนเงินให้ลูกค้า มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ศาลฎีกาสหรัฐฯ วินิจฉัยมติ 6 ต่อ 3 ชี้มาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำฟ้องแฉแรงจูงใจทางการเมือง ปล่อยรัฐบาลเก็บเงิน หวังเอาใจทำเนียบขาวหลัง "เบซอส" โดนต่อสายตรง
16 พฤษภาคม 2569 - อะเมซอนดอตคอม (Amazon.com) ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซระดับโลก เผชิญกับการยื่นฟ้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ต่อศาลรัฐบาลกลางในเมืองซีแอตเทิล โดยกลุ่มผู้บริโภคได้รวมตัวกันกล่าวหาว่า บริษัทมีพฤติการณ์เก็บรักษาเงินที่เกิดจากการผลักภาระต้นทุนภาษีนำเข้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายไปยังผู้บริโภคผ่านการปรับขึ้นราคาสินค้า คิดเป็นมูลค่ารวมหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อพิพาททางกฎหมายดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นมาจากมาตรการภาษีการค้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งในเวลาต่อมาศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีมติวินิจฉัย 6 ต่อ 3 ชี้ขาดว่าการจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหารที่เกินขอบเขต และไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย
ส่งผลให้ในเวลาต่อมา ภาคธุรกิจและบริษัทเอกชนจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบ ได้ดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อขอคืนภาษีจากรัฐบาลกลางคิดเป็นมูลค่ารวมกันหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของAmazon นั้น คำฟ้องระบุอย่างชัดเจนว่า บริษัทจงใจที่จะไม่ดำเนินการยื่นขอคืนเงินภาษีในส่วนของบริษัทเพื่อนำมาส่งมอบคืนให้แก่ผู้บริโภค
"การไม่ยื่นขอคืนภาษีดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมือง เพื่อเอาใจรัฐบาลทรัมป์ ด้วยการปล่อยให้รัฐบาลเก็บเงินส่วนนี้ไว้ต่อไป"
นอกจากนี้ ฝ่ายโจทก์ยังได้ระบุถึงข้อจำกัดทางข้อกฎหมายที่บีบให้ต้องดำเนินการฟ้องร้องต่อตัวแทนค้าปลีกโดยตรง เนื่องจากภายใต้บทบัญญัติทางกฎหมายปัจจุบัน ผู้บริโภคทั่วไปไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายในการยื่นคำร้องขอคืนภาษีจากรัฐบาลได้โดยตรงเหมือนกับบริษัทผู้นำเข้า ส่งผลให้การดำเนินคดีทางแพ่งกับ Amazon เป็นช่องทางเดียวที่ผู้บริโภคจะสามารถเรียกร้องค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้
ในเอกสารคำฟ้องฉบับดังกล่าว ยังมีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์เชิงลึกในช่วงเดือนเมษายน 2568 ซึ่งมีกระแสข่าวระบุว่า Amazonมีแนวคิดที่จะพัฒนาและเพิ่มฟีเจอร์ใหม่บนหน้าเว็บไซต์ เพื่อจำแนกและแสดงให้ผู้ซื้อสินค้าเห็นอย่างชัดเจนว่า ราคาสินค้าในส่วนใดที่ถูกปรับเพิ่มขึ้นจากภาระภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ของรัฐบาล ซึ่งการเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ทางทำเนียบขาวแสดงท่าทีไม่พอใจอย่างรุนแรงทันที
แม้ว่าในเวลาต่อมา Amazonจะออกโรงปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว โดยยืนยันว่าบริษัทไม่เคยมีแผนการหรือนโยบายที่จะเปิดเผยรายละเอียดภาษีบนแพลตฟอร์มค้าปลีก แต่ในคำฟ้องมีการระบุข้อมูลสำคัญว่า
"เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัมป์โทรศัพท์หาเจฟฟ์ เบซอส ประธานกรรมการบริหารของอะเมซอนโดยตรง เพื่อแสดงความไม่พอใจ"
จนถึงปัจจุบันทาง Amazonยังคงไม่มีการออกแถลงการณ์หรือแสดงความคิดเห็นใดๆ ต่อการถูกดำเนินคดีในครั้งนี้ โดยรายละเอียดในคำฟ้องได้ตั้งข้อหาหนักแก่บริษัท ทั้งในข้อหารับผลประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม (Unjust Enrichment) และการละเมิดกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐวอชิงตัน ยุติการรายงานข่าว