หนุ่มงงจอดติดไฟแดง จู๋ๆแก๊ง BMW หัวร้อนลงมารุมตืบ แจ้งความคดีไม่คืบ
23 มิ.ย. 2569 นายกฤธน (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี หรือ ต้า ผู้เสียหาย เดินทางมาร้องสื่อมวลชน พร้อมเปิดคลิปกล้องหน้ารถพลเมืองดีจับภาพวินาทีแก๊ง BMW หัวร้อน เปิดประตูลงจากรถมาเอะอะโวยวายด่าทอหยาบคายไม่พอใจในขณะกำลังจอดติดไฟแดง
จากนั้นคนขับรถ BMW พร้อมกับเพื่อนอีกสองคนรุมทำร้ายได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งพลเมืองดีที่เข้ามาช่วยกับถูกแก๊ง BMW ทำร้ายอีกด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 69 เวลา 23.00 น.ที่มาผ่าน บริเวณแยกแอร์เพลน ถนนมหาวิทยาลัย ตำบลสุรนารี อ.เมือง นครราชสีมา หลังเกิดเหตุ เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. โพธิ์กลาง ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนคดีไม่คืบหน้าหวั่นถูกทำร้ายซ้ำ พ่อคนก่อเหตุโทรขอเคลียร์จบคดี ยืนยันดำเนินการตามกฏหมายให้ถึงที่สุด
นายกฤธน เล่าเหตุการณ์ว่า ช่วงการอีกหลังตัวเองเลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้านพัก ระหว่างทางได้จอดรถติดไฟแดง หลังจากนั้นขับมาจอดได้หันไปมอง ไม่นานกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่บนรถ BMW เปิดประตูรถลงมาตะโกนเอะอะโวยวายจนว่ามึงมาเดี่ยวกับกูไหม จากนั้นชายร่างท้วมเดินปรี่เข้ามาชกที่ใบหน้า ชายอีกสองคนลงมาจากรถก็มารุมทำร้ายตนเอง
พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ได้จอดรถมอเตอร์ไซค์ ถามว่า พวกพี่เกิดเหตุอะไรขึ้น กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่รู้ว่า โมโหอะไรมาไปทำร้ายพลเมืองดีที่จอดถามเหตุการณ์ ซึ่งตอนนั้นตกเองงงว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น โดยที่ตนเองไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุมาก่อน
หลังเกิดเหตุมีโทรศัพท์สายปริศนา ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นพ่อของผู้ก่อเหตุโทรมาขอพูดคุยไกล่เกลี่ย เพื่อไม่ให้ดำเนินคดีกับลูกชาย ซึ่งตนเองได้ปฏิเสธไปและจะขอดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ถ้าหากว่าตนเองยอมความ ผู้ก่อเหตุก็จะไม่รับบทเรียนอยากจะทำร้ายใครก็จะทำตามใจ ซึ่งตนเองไม่เคยมีปัญหาบาดหมางหรือรู้จักกันมาก่อน ถือว่าการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย
ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือน ยังไม่มีความคืบหน้าทางคดี ตนเองจึงได้ออกมาร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน เพราะเกรงว่าถ้าหากกลุ่มผู้ก่อเหตุขับรถมาเจอตัวเองโดยบังเอิญ อาจจะถูกทำร้ายซ้ำได้อีก อยากวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีให้เร็วที่สุด
ด้าน พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ รู้ตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ทั้ง 3 คนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการเรียกประชุม เจ้าหน้าที่ทั้งหมดแล้วทั้งชุดสืบสวนและ ชุดสอบสวน ซึ่งตอนนี้ติดอยู่ที่ทางเจ้าหน้าที่ ยังไม่รับใบรับรองแพทย์ของผู้เสียหาย
จากการตรวจสอบทราบว่า ยังไม่สามารถส่งให้ตำรวจได้ เนื่องจากยังไม่มีลายเซ็นต์ของผู้อำนวยการโรงพยาบาล เนื่องจากเป็นโรงพยาบาล ภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้เสียหายเป็นบุคลากรของมหาวิทยาลัย ยังไม่ส่งฟ้องศาล และออกหมายจับได้ ยืนยันว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นผู้มีอิทธิพล เข้ามาขัดขวางการทำคดีของเจ้าหน้าที่
นายกฤธน ผู้เสียหายเปิดเผยว่า หลังจากที่ทราบปัญหาติดอยู่ที่ เอกสารใบรับรองแพทย์ ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญ จึงจำเป็นต้องมีลายเซนต์ ผู้บริหารในหลายส่วน รวมทั้ง ลายเซนต์แพทย์ ซึ่งปกติแพทย์ไม่ได้เข้าโรงพยาบาลทุกวัน ล่าสุดได้ประสานงานไปที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ได้รับคำตอบว่า ใบรับรองแพทย์จะส่งให้ตำรวจได้ ภายในเย็นวันนี้
ขอยืนยันว่าจะไม่ยอมความ ไม่พร้อมไกล่เกลี่ย ไม่อยากเจอหน้ากลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมจะส่งฟ้องในชั้นศาล จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากได้คุยกับตำรวจในวันนี้ รู้สึกสบายใจขึ้น เพราะพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุถือว่าอุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฏหมาย ซึ่งอยากให้คดีนี้เป็นบนเรียนกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ
ต่อมาทีมข่าวได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อติดตามความคืบหน้าของการออกใบรับรองแพทย์ โดยทางโรงพยาบาลแจ้งว่า ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอยู่ระหว่างเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหาร จึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้ในขณะนี้ คาดว่าการดำเนินการเรื่องเอกสารจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ ช่วยให้กระบวนการทางกฎหมายสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างรวดเร็ว