โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘วีระ’ เสนอรัฐบาลขายหุ้น MCOT มาเป็นงบประมาณแผ่นดิน ชี้รัฐไม่จำเป็นต้องถือหุ้นในบริษัทนี้อีกแล้ว

The Momentum

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.51 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2569) ที่อาคารรัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณปี 2570 วีระ ธีระภัทรานนท์ สื่อมวลชนอาวุโส ในฐานะกรรมาธิการสัดส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่วมอภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงปัญหาของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ว่า รายจ่ายกว่าร้อยละ 80 เป็นรายจ่ายประจำ ขณะที่รายจ่ายด้านการลงทุนมีเพียงร้อยละ 20 ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลควรดำเนินการคือบริหารสินทรัพย์ที่รัฐบาลถือให้เกิดประโยชน์

วีระกล่าวว่า สิ่งที่กระทรวงการคลังยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่คือ การบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่อยู่ในและนอกสังกัดของกระทรวงการคลัง เนื่องจากปัจจุบันรายได้ของประเทศมีจำกัด วีระเสนอว่า รัฐบาลดำเนินการ Asset Financing ผ่านการยุบหรือเลิกรัฐวิสาหกิจที่ไม่มีภารกิจแล้วได้

“ถ้ายุบเลิกได้ ให้ยุบเลิก หรือหากไม่ต้องการยุบ ก็ลดสัดส่วนการถือหุ้นและให้เอกชนเข้าไปทำแทน บางอย่างที่มันทำไม่ได้เพราะรัฐบาลถือหุ้นมากเกินไป”

สื่อมวลชนอาวุโสยกตัวอย่าง อสมท (MCOT) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ร้อยละ 70 อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ‘ไม่มีความจำเป็น’ ต้องถือหุ้น หากปรับให้เหลือสัดส่วนร้อยละ 40 เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นบริษัทเอกชน MCOT จะบริหารจัดการได้สะดวกมากขึ้น

“บริษัทนี้มีสินทรัพย์เป็นหมื่นล้านบาท แต่เป็นสินทรัพย์ที่ทำอะไรไม่ได้ อสมท มีที่ดินเป็นร้อยกว่าไร่ในกรุงเทพฯ แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจ บริษัทก็เลวร้ายลงในธุรกิจที่ลำบาก ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำ Asset Financing อย่างเต็มที่” วีระเสนอ

ในประเด็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่รัฐบาลจะใช้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน วีระมองว่า เป็นการรีดนาทาเร้นรัฐวิสาหกิจที่ทำงานอยู่ เพราะต้องนำเงินในอนาคตมาตั้งกองทุน อีกทั้งไม่คุ้มค่าต่อผู้ถือหน่วยลงทุนที่จะเข้ามาซื้อกองทุนดังกล่าว เนื่องจากจ่ายผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำกว่า 4%

ส่วนประเด็นการใช้เงินนอกงบประมาณ สื่อมวลชนอาวุโสเสนอให้กระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณเข้ามาเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการ เพราะในปีนี้รัฐบาลเลือกใช้วิธีการลงทุนรูปแบบร่วมลงทุน (Matching Fund) จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาทในโครงการที่เกี่ยวข้องพลังงาน

ปัจจุบันหน่วยราชการหรือหน่วยรับงบประมาณ มีเงินนอกงบประมาณสะสมไม่น้อยกว่า 7 แสนล้านบาท แต่ปัญหาคือไม่รู้ว่าเงินดังกล่าวอยู่ในจุดใด ดังนั้นหากต้องการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว วีระเสนอว่า จำเป็นต้องมี ‘เจ้าภาพ’ ในการดำเนินการ โดยให้คณะกรรมาธิการเรียกหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมแจกแจงว่าจะใช้เงินนอกงบประมาณอย่างไร เพื่อให้กระทรวงการคลังหรือสำนักงบประมาณทำงานข้ามกระทรวงและเกิดประโยชน์สูงสุดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...