‘คมนาคม’ ชะลอ ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ เข้าครม. รอฟังความเห็นทุกฝ่ายรอบด้าน
‘สิริพงศ์’ ย้ำคมนาคมยังไม่เสนอ ‘SEC -แลนด์บริดจ์’ เข้า ครม.ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายกำหนดแนวทาง ลุยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน ก่อนกำหนดทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมร่วมกันตั้งเป้าสรุปผลศึกษาภายใน 1 ปี
8 ก.ค.2569-นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมมีแนวทางที่จะยังไม่เดินหน้าร่างพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) และโครงการแลนด์บริดจ์ตามแนวทางเดิม โดยทั้งสองโครงการจะยังไม่ถูกนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) จนกว่าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน และได้ข้อสรุปร่วมกันที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ในส่วนของร่าง พ.ร.บ. SEC ที่มีการศึกษาไว้ในช่วงก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคมมีจุดยืนว่าจะยังไม่ดำเนินการต่อในรูปแบบเดิม เช่นเดียวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยจะรอผลการศึกษาประกอบเพิ่มเติม รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ก่อนกำหนดแนวทางดำเนินโครงการที่เหมาะสม
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้ตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่าย ประกอบด้วยตัวแทนภาครัฐ ภาคประชาชน และฝ่ายบริหาร โดยมีตนเองเป็นประธาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ก่อนนำผลที่ได้มาปรับปรุงรายละเอียดของโครงการให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ยืนยันว่าไม่ได้ยกเลิกโครงการแลนด์บริดจ์ แต่เป็นการชะลอการเสนอเข้าสู่คณะรัฐมนตรี(ครม) ครม. จนกว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันจากทุกฝ่าย โดยผลการศึกษาที่ดำเนินการไว้ก่อนหน้านี้ยังคงใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา และเปิดกว้างต่อการปรับรูปแบบการพัฒนาในอนาคต หากทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกัน ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายให้กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและจัดทำข้อสรุปแล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรืออย่างน้อยให้มีแนวทางที่ชัดเจนภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน
“การชะลอการดำเนินงานไม่ได้หมายความว่ากระทรวงจะยกเลิกผลการศึกษาที่จัดทำไว้ทั้งหมด เนื่องจากข้อมูลและผลการศึกษาที่ผ่านมาถือเป็นพื้นฐานสำคัญ เปรียบเสมือนโครงสร้างหลักของบ้าน แม้จะมีการปรับปรุงหรือออกแบบใหม่ ก็ยังสามารถนำข้อมูลเดิมมาประกอบการพิจารณาได้ เพียงแต่จำเป็นต้องนำมาหารือร่วมกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น สร้างความเข้าใจ และหาข้อสรุปร่วมกัน”นายสิศิพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาเคยมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมาแล้ว แต่จากเสียงสะท้อนที่ได้รับ กระทรวงเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องขยายกระบวนการมีส่วนร่วมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ก่อนกำหนดทิศทางการพัฒนาในระยะต่อไป ซึ่งไม่ได้หมายความว่าที่ผ่านมารับฟังความคิดเห็นไม่ครบ เพราะมีการรับฟังทุกภาคส่วนอยู่แล้ว แต่กระทรวงเห็นว่ายังควรรับฟังเพิ่มเติมให้มากกว่านี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและลดข้อกังวลของประชาชน
สำหรับการนำโครงการแลนด์บริดจ์กลับมาพิจารณาอีกครั้ง ไม่ใช่การรื้อฟื้นโครงการโดยไม่มีเหตุผล แต่เป็นผลมาจากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานของโลก ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาประเมินว่า ถึงเวลาหรือไม่ที่ประเทศไทยควรมีทางเลือกด้านการขนส่งสินค้าเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ดังนั้นเมื่อมีการนำโครงการกลับมาศึกษาอีกครั้ง ก็พบว่าประชาชนมีความคิดเห็นที่หลากหลายและแตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่กระทรวงคมนาคมต้องเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติม ก่อนตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการในรูปแบบใด
ส่วนกรณีที่โครงการแลนด์บริดจ์จะเกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบันหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องรอผลการหารือกับภาคประชาชน เพราะยังมีประเด็นสำคัญอีกหลายด้านที่ต้องร่วมกันพิจารณา ทั้งแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ผลกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชน ความเหมาะสมของรูปแบบการพัฒนา ว่าโครงการ SEC จะมีลักษณะใกล้เคียงกับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) หรือไม่ รวมถึงความเหมาะสมของพื้นที่ก่อสร้างท่าเรือ การพัฒนาพื้นที่ทั้งสองฝั่ง และรายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องหารือร่วมกันอย่างรอบคอบ