โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ โจมตี 80 จุด อ้างโต้ตอบอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวเวิร์คพอยท์

(8 ก.ค. 69) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ได้ส่งกำลังทางอากาศเปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านกว่า 80 แห่ง รวมถึงระบบป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ชายฝั่ง และฐานยิงขีปนาวุธต่อต้านเรือรบ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการกระทำที่อันตรายและละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ส่งผลให้เกิดรายงานการระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญหลายแห่ง เช่น เกาะคาร์ก เกาะเคชม และเมืองท่าบันดาร์อับบาส ในช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 8 กรกฎาคม

.

ในขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ตัดสินใจยกเลิกการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านที่มีผลมาตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน โดยกำหนดให้การทำธุรกรรมทั้งหมดต้องยุติลงภายในวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการตอบโต้ทางการเงินที่เกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการใช้กำลังทหาร เพื่อเป็นการลงโทษต่อเหตุการณ์โจมตีเรือพาณิชย์ที่เกิดขึ้น

.

ทางด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการละเมิด "บันทึกความเข้าใจ (MoU) เรื่องการยุติความเป็นปรปักษ์" ที่ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 18 มิถุนายนอย่างชัดเจน พร้อมทั้งเตือนว่าอิหร่านจะดำเนินการทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ และจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซโดยเด็ดขาด

.

ขณะเดียวกัน กองบัญชาการทหารสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศกร้าวว่าจะส่งมอบ "การตอบโต้อย่างรุนแรง" ต่อสหรัฐฯ โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน โดยเฉพาะกรณีเรือของกาตาร์ที่ถูกโจมตี ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านมองว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นธรรมและขัดต่อหลักการเป็นเพื่อนบ้านที่ดี พร้อมย้ำว่าอิหร่านกำลังปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด

.

เหตุการณ์ความตึงเครียดในครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของนานาชาติ โดยกาตาร์ได้เรียกตัวอุปทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อยื่นประท้วงอย่างเป็นทางการต่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน "อัล-เรคายยัต" (Al Rekayyat) ของตน โดยระบุว่าเป็นการคุกคามความมั่นคงด้านพลังงานโลกและละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ซึ่งสถานการณ์ที่ผันผวนนี้กำลังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพในภูมิภาคและเส้นทางขนส่งทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

.

นอกจากนี้ยังสร้างความตึงเครียดให้ตลาดน้ำมันทันที่ โดยเฉพาะการที่กระทรวงการคลังสหรัฐได้เพิกถอนใบอนุญาตที่เคยอนุญาตให้อิหร่านจำหน่ายน้ำมันดิบที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรในตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 2.87% อยู่ที่ 72.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันดิบ Brent ทะยานขึ้น 2.75% อยู่ที่ 76.18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...