‘ส้มโอ-ธัญรัศม์ จิรฐิติเกียรติ’ หญิงสาวผู้ใช้คำว่า ‘ที่สุด’ ได้ครบทุกมิติของชีวิต
Hello Magazine Thailand
อัพเดต 22 พ.ค. เวลา 17.28 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. เวลา 10.28 น. • HELLO! Magazine Thailandดังวลีภาษาอังกฤษที่ว่า ‘Work with Purpose, Live with Passion’ นี่คือนิยามที่สะท้อนตัวตนของ คุณส้มโอ-ธัญรัศม์ จิรฐิติเกียรติ ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะในฐานะประธานบริหาร บริษัท C Drink จำกัด เจ้าของแบรนด์ C2 น้ำดื่มไร้ฉลากรักษ์โลกรายแรกของไทยที่คว้ารางวัลระดับโลกมากมาย หรือกระทั่งบทบาทของซีอีโอสาวนักเต้นที่ขยันทำคลิปและมิวสิควิดีโอ นำเสนอความสนุกสนานผ่านทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งแม้ทั้งสองมิติชีวิตจะดูแตกต่างห่างไกลกันสุดขั้ว หากแต่คุณส้มโอยืนยันว่าทั้งคู่คือสิ่งที่เธอรักและตั้งใจทุ่มเทอย่างสุดพลัง ภายใต้เป้าหมายชัดเจนในด้านการทำประโยชน์เพื่อสังคมและร่วมดูแลสิ่งแวดล้อม ตลอดถึงต้องการส่งต่อแรงบันดาลใจแก่ผู้คนได้ลงมือทำในสิ่งที่หลงใหลให้เต็มที่และดีที่สุด
เส้นทางฝันที่ผันแปร
ในวัยเยาว์คุณส้มโอเกิดและเติบโตในจังหวัดสกลนคร ภายใต้การเลี้ยงดูของครอบครัวที่ทำธุรกิจด้านรับเหมาก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ เธอเป็นเด็กหญิงนักกิจกรรมผู้ใฝ่ฝันอยากมีโอกาสทำงานในวงการบันเทิง ด้วยเพราะมีความชื่นชอบในการร้องเพลงและเต้นเป็นชีวิตจิตใจ อีกทั้งยังได้รับแรงสนับสนุนส่งเสริมจากคุณพ่อคุณแม่
“เป็นเด็กโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนทุกอย่างที่เราชอบ อยากไปร้องเพลงอยากไปประกวด คุณแม่พาไปหมดทุกที่ มีความฝั่นอยากเป็นนักร้องนักแสดง” คุณส้มโอย้อนรำลึกถึงวันวาน
เมื่อก้าวสู่ช่วงอุดมศึกษา คุณส้มโอเข้าเรียนคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ภาคอินเตอร์ ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วน ปัจจุบันเธอมีดีกรีระดับปริญญาโทด้านกฎหมายจากวิทยาลัยทองสุข
ระหว่างที่กำลังศึกษาระดับปริญญาตรีนี่เองที่เธอได้มีโอกาสก้าวเข้าสู่โลกของการทำงาน โดยได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวของสามีในปัจจุบันให้เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจน้ำดื่ม ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นเหมือนทางแยกขีดให้เธอก้าวเดินออกห่างจากความฝันที่ต้องการทำงานในแวดวงบันเทิง
“โอทำงานตั้งแต่อายุ 19 ปี เริ่มจากตำแหน่งเล็กๆ ทำทุกอย่าง ตั้งแต่การสั่งของติดต่อลูกค้าทำบิล ไปจนถึงส่งของ บริษัทเรารับผลิตน้ำดื่มส่งให้ตามโรงแรมหรือบริษัทห้างร้านต่างๆ ช่วงแรกที่รับงานก็เจออุปสรรคหลายอย่างต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันเยอะมากและด้วยความที่เรายังเด็กประสบการณ์ก็น้อย เสียงเราก็เลยเล็กจะพูดอะไรก็ค่อนข้างยาก
“แต่โอลงมือทำงานทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ปัญหาและอุปสรรคที่เจอมันช่วยให้เราได้เรียนรู้ และพัฒนาแบบก้าวกระโดด สามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเราทำได้จริงๆ ก็เป็นที่ยอมรับของคนในองค์กร รวมทั้งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามันก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น”
จากโรงงานผลิตในพื้นที่ภาคกลาง ด้วยความมุ่งมั่นของคุณส้มโอ ส่งผลให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านยอดขายและกำลังการผลิต พร้อมขยายโรงงานครอบคลุมในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ จนก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในอาณาจักรธุรกิจน้ำดื่มที่แข็งแกร่ง ในขณะเดียวกัน คุณส้มโอก็ริเริ่มความฝันในมิติใหม่ๆ ด้วยการสร้างสรรค์แบรนด์น้ำดื่มเป็นของตัวเอง
“ด้วยการเติบโตมาในสายงานบริหารธุรกิจ แล้วพอมีลูกสองคนยิ่งรู้สึกว่าต้องสร้างธุรกิจที่มั่นคงให้ลูกต่อไป ความฝันมันเปลี่ยนไปตามวิถีชีวิต ซึ่งโอก็ฝันอยากทำแบรนด์น้ำดื่มไทยให้เติบโตในระดับโลก”
ผสานความฝันเข้ากับงานที่รัก
แบรนด์น้ำดื่ม C2 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ด้วยความโดดเด่นแตกต่างอย่างน่าสนใจ ภายใต้ภาพลักษณ์ของการเป็น “น้ำดื่มรักษ์โลก ชื่อแบรนด์เป็นคำพ้องเสียงมาจากคำว่า ‘ซีทรู’ (See Through) ที่แปลว่า มองเห็นทะลุ และเมื่อแยกออกมาเป็นสองคำ ตัว ‘C’ หมายถึง ‘Curcular Economy หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่วนเลข ‘2’ มีนัยเชื่อมโยงไปสู่คำว่า Together’ ที่แปลว่าด้วยกัน เมื่อรวมกันแล้วจึงหมายถึงการสร้างสรรค์เพื่อโลกที่ต้องควบคู่กันไปทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
“ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจที่เราทำก็นับเป็นต้นธารของการผลิตขยะพลาสติกเหมือนกัน ก็เลยจุดประกายความคิดมองมุมกลับว่าทำไมเราไม่เริ่มต้นด้วยขวดที่นำไปรีไซเคิลหรืออัพไซเคิลได้ง่ายขึ้นล่ะ เพราะโอมองว่าความรับผิดชอบของผู้ผลิตคือหัวใจสำคัญในการจัดการและป้องกันมลพิษพลาสติก” คุณส้มโอเล่าย้อนถึงก้าวแรกแห่งแรงบันดาลใจในการสร้างแบรนด์น้ำดื่ม C2
เธอและทีมงานใช้เวลาร่วม 2 ปีในการศึกษาค้นคว้าทดลอง กระทั่งได้ผลลัพธ์เป็นขวดน้ำดื่มแบบไร้ฉลาก เพื่อช่วยลดขั้นตอนในการเก็บ อีกทั้งยังเอื้อต่อการนำขวดเปล่าไปรีไซเคิลได้ง่ายขึ้น ฝา ขวดใช้เทคโนโลยีสกรีนเลเซอร์ลงไปแทนการพิมพ์สี ส่วนข้อมูลสินค้าใช้วิธีปั๊มนูนลงบนขวดพลาสติก PET เพื่อจะได้นำไปรีไซเคิลได้ 100% แต่ในแง่ของงานดีไซน์ก็ยังคงสวยงามโดดเด่น จนสามารถคว้ารางวัลด้านงานออกแบบที่เกี่ยวข้องกับการรักษ์โลก ทั้งระดับประเทศและระดับโลกทั้งหมด 14 รางวัล เช่น Demark Award 2021, Red Dot Design Award 2021, The Dieline Awards 2021 และ Best Sustainable Products ฯลฯ นับว่าเป็นแบรนด์น้ำดื่มที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก
นอกจากนี้แบรนด์ C2 ยังมีหมัดฮุกสำคัญในแง่การตลาดอยู่ที่การได้ไอดอลระดับโลกอย่างแจ็คสัน หวัง มารับหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์ นับตั้งแต่แรกเปิดตัวจนถึงทุกวันนี้
“โอทำแบรนด์ C2 เพื่อความยั่งยืนระยะยาว คนอาจจะมองว่าเราใช้พรีเซ็นเตอร์ระดับโลก เพื่อหวังเกาะกระแสจากตัวศิลปินหรือเปล่า แต่จริงๆ แล้วการที่เราชักชวนแจ็คสัน หวัง เพราะมองว่าเขาคือตัวอย่างและเป็นบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนยุคใหม่ ตัวเขาเองก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ทำอะไรแล้วทำเต็มที่มาตั้งแต่เด็ก ทั้งในแง่ของการเป็นอดีตนักกีฬาโอลิมปิก ส่วนในภาคไอดอลเขาก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่จากบ้านเกิดไปตามหาความฝันที่เกาหลี ภาพที่สะท้อนออกมาจากตัวเขานั่นต่างหากที่ทำให้เราเลือกเขา
“แจ็คสัน หวัง ไม่ใช่พรีเซ็นเตอร์ที่แค่มาถ่ายรูปถือขวดน้ำเท่ๆ แต่เราทำงานด้านสิ่งแวดล้อมร่วมกันมาตลอดตั้งแต่ปีแรก เพราะตัวเขาเองก็เล็งเห็นถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และอยากช่วยเหลือสังคมด้วยเช่นกัน ล่าสุดเขาก็นำเสนอไอเดียให้ ช่วยส่งเสริมเยาวชนในบ้านเรา โดยนำน้ำสะอาดหรือเครื่องกรองน้ำไปติดตั้งตามสถานที่ที่เด็กด้อยโอกาสอาศัยอยู่”
คุณส้มโอยังเสริมอีกด้วยว่า การได้ร่วมงานกับแจ็คสัน หวัง คือความสุขและภาคภูมิใจที่เธอสามารถนำความฝันด้านงานบันเทิงเมื่อครั้งยังเยาว์ มาผสมผสานกับการงานในปัจจุบัน แล้วถ่ายทอดออกมาในรูปแบบที่สร้างประโยชน์แก่สังคม
“หลายคนพูดติดตลกกับโอว่า แม้วันนี้ถึงจะไม่ได้เป็นไอดอล แต่เราก็สามารถจ้างไอดอลมาทำงานร่วมกันได้ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจว่าก็ยังมีมิติในด้านงานบันเทิงที่เราเคยใฝ่ฝันเพียง แค่ปรับเปลี่ยนบทบาทให้เหมาะสมกับตัวตนในปัจจุบัน”
เพื่อสังคมที่ดีกว่า เพื่อโลกที่ยั่งยืน
ตลอดระยะเวลาร่วม 3 ปีของแบรนด์น้ำดื่ม C2 คุณส้มโอยังคงมุ่งมั่นและชัดเจนในเส้นทางรักษ์โลกและช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในนามของแบรนด์น้ำดื่มน้องใหม่มาแรง เธอรังสรรค์โครงการและกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมหลากหลาย ไม่ว่าจะ เป็นการร่วมมือกับโรงหนัง SF Cinema ในทุกสาขาทั่วประเทศ จัดตั้งจุดรับขวดของแบรนด์ C2 เพื่อนำไปรีไซเคิลและอัพไซเคิลเป็นเสื้อคลุมสำหรับแจกให้กับคนเก็บขยะ เดินทางไปให้ความรู้เรื่องการรีไซเคิลขวดพลาสติกตามโรงเรียนต่างๆ สนับสนุน ค่ายอาสาของนักศึกษาเพื่อปลูกฝังแนวคิด Circular Economy ให้เกิดขึ้นจริง รวมถึงขยับขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ด้วยการร่วมมือกับ ALBA องค์กรด้านการจัดการขยะและการรีไซเคิลระดับนานาชาติ รวมถึง Indorama Venture (IVL) ในเรื่องเลเซอร์ฝาขวดและวงษ์พาณิชย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการรีไซเคิลและจัดการขยะพลาสติก หรือแม้กระทั่งในเมืองไทยยามเกิดวิกฤติ น้ำดื่ม C2 คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน
“การช่วยทำประโยชน์เพื่อสังคมตรงนี้มันอาจจะไม่ได้เรื่องยอดผลกำไร แต่มันทำกำไรให้เราในด้านความสุขใจให้คนจดจำว่า C2 คือน้ำที่ช่วยเหลือสังคมเป็นแบรนด์ของน้ำใจ ซึ่งยอดขายของเราก็เติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ จากการกระทำเหล่านี้ และเรามองว่ามันอาจจะยั่งยืนมากกว่าด้วยซ้ำในอนาคตระยะยาว”
จะสังเกตได้ว่าตลอดการสนทนาคุณส้มโอเน้น ย้ำถึงประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการช่วยเหลือสังคมอยู่เสมอ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้เองที่เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการเป็นผู้นำองค์กรที่โลกยุคใหม่ต้องการ
“เวลาทำอะไร โอตั้งเป้าหมายปลายทางเอาไว้อย่างชัดเจนว่าอยากจะไปถึงจุดไหนอย่างไร ทำเพื่ออะไรและเพื่อใคร เช่น เราต้องการผลักดันแบรนด์ไปสู่ระดับโลก ซึ่งผลกำไรอาจจะยังไม่ได้ มหาศาลในวันนี้ แต่มันจะทำให้เราก้าวไปถึงจุดนั้นได้ เราก็ทำการช่วยเหลือสังคมมันอาจจะใช้กำลังเงินมหาศาล รวมถึงใช้แรงกายแรงใจและใช้เวลา แต่เรามองแล้วว่ามันสามารถช่วยเหลือผู้คนมากมายได้ในระยะยาว และมันสนับสนุนเป้าหมายของเราที่ตั้งไว้ เราก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่”
เฉิดฉายบนพรมแดงฮอลลีวูด
“อยากพาแบรนด์น้ำดื่มไทยไปสู่ตลาดโลก” นี่คือความตั้งใจของคุณส้มโอที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ ตั้งแต่วันแรกที่เปิดตัวน้ำดื่ม C2 มาถึงช่วงต้นปีนี้เอง ที่ความใฝ่ฝันของเธอดูเหมือนจะเดินทางใกล้เข้ามาทุกขณะ เพราะคุณส้มโอบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่ตัวเองและแบรนด์ C2 ด้วยการได้รับเกียรติในฐานะนักธุรกิจหญิงไทยเพียงหนึ่งเดียว ร่วมเดินพรมแดงในงาน Golden Globe Awards ครั้งที่ 83 ณ The Beverly Hilton มหานครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
“ถ้าไม่นับน้องลิซ่า (ลลิษา มโนบาล) ที่ไปในฐานะศิลปิน โอก็คือผู้หญิงไทยเพียงคนเดียวที่ได้ร่วมเดินพรมแดงในพาร์ตของนักธุรกิจ” แม้จะผ่านมานับเดือนแล้วก็ตาม แต่ความตื่นเต้นยินดียังคงฉายชัดผ่านน้ำเสียงและแววตา
“ด้วยภาพของแบรนด์ C2 ที่ค่อนข้างชัดเจนในระดับสากล เราใช้พรีเซ็นเตอร์ระดับโลกอย่างแจ็คสัน หวัง และแบรนด์เราก็ทำเพื่อโลกด้วย ก็เลยได้รับเชิญให้ไปดูตลาดของทางโน้นว่าเป็นอย่างไร ได้มีโอกาสสัมผัสงานระดับโลก ซึ่งส่วนตัวส้มโอชอบงานบันเทิงอยู่แล้ว ดีใจและภูมิใจมากในฐานะนักธุรกิจหญิงคนเดียวของไทย”
ในงานคุณส้มโองามสง่าโดดเด่นอยู่ในชุดราตรี กูตูร์จาก Gaby Charbachy แบรนด์แฟชั่นชันสูงระดับโลกโดยดีไซเนอร์เชื้อสายเลบานอน ตัวชุดท่อนบนเป็นผ้าสีทองแชมเปญจับเดรปตกแต่งคริสตัลลูกปัดที่ค่อยๆ กระจายตัวไหลลื่นเชื่อมต่อกับกระโปรงยาว สีขาวบริสุทธิ์สะท้อนถึงความพลิ้วไหวประหนึ่งสายน้ำ ในส่วนของสีสันเมคอัพ คุณส้มโอก็ได้ช่างแต่งหน้าประจำตัวเลดี้กาก้ามาสะบัดแปรงสร้างสรรค์ลุคให้อย่างงดงามหรูหรา
การปรากฏตัวของคุณส้มโอในค่ำคืนแห่งฮอลลีวูด ครั้งนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่สื่อถึงวิสัยทัศน์ทางธุรกิจในระดับสากลของแบรนด์น้ำดื่มสัญชาติไทยที่เปี่ยมด้วยศักยภาพและพร้อมก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างมั่นคงและภาคภูมิ
“นอกจากได้กระทบไหล่ดาราฮอลลีวูดแล้ว งานนี้ยังเปิดโอกาสต่อยอดให้ในอนาคตเราอาจได้นำน้ำดื่ม C2 ไปเสิร์ฟในงาน หรือแม้กระทั่งอาจจะเห็นแบรนด์ C2 ไปร่วมกับองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก ซึ่งก็คือหนึ่งในความตั้งใจของโอแต่แรก”
ซีอีโอนักเต้นเติมเต็มฝัน
แม้ทุกวันนี้คุณส้มโอจะรั้งตำแหน่งผู้บริหารสาวแห่งอาณาจักรน้ำดื่มแล้วก็ตาม แต่ด้วยจิตวิญญาณของศิลปินนักเต้น เธอจึงสานต่อเส้นทางฝันวันเยาว์ให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดแก่แบรนด์ และเพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่ รวมถึงใช้กิจกรรมการเต้นเป็นเครื่องมือผ่อนคลายความเครียดจากการทำงานหนัก
และตามสไตล์ของคนที่ทุ่มเทสุดกำลังในทุกสิ่งที่ทำ คุณส้มโอลงทุนรังสรรค์มิวสิควิดีโอและคลิปเต้นคัฟเวอร์ ด้วยงานโปรดักชั่นสวยงามอลังการ ก่อนนำเสนอบนแพลตฟอร์มออนไลน์ กระทั่งได้รับเสียงชื่นชมในวงกว้าง
“ช่วงเวลาว่างจากงาน เราก็ใช้การเต้น การร้องเพลงเหล่านี้ที่เราชื่นชอบมาช่วยคลายเครียด และยังช่วยเติมเต็มความฝันตอนเด็กได้ด้วย โอลงทุนเองทั้งหมด ทำเป็นคลิปวิดีโอบ้าง คลิปเต้นหรือเป็นคอนเทนต์อะไรไปบ้าง ก็ทำให้เรามีผู้ติดตามทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น มีคนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความชื่นชมในสิ่งที่ทำ เราก็ดีใจ มีความสุข รู้สึกภาคภูมิใจได้เหมือนกัน
“คือโอไม่ได้มองว่าเราทำเพื่อจะได้เป็นไอดอลแล้ว แต่อย่างน้อยเราได้มีกิจกรรมร่วมกับพวกเพื่อนๆ ที่เป็นนักเต้น อีกอย่างหนึ่งคือเราได้ออกกำลังกายจากการเต้นด้วย มันช่วยผ่อนคลายทั้งร่างกายและสมอง บ่อยครั้งโอคิดแก้ปัญหาเรื่องงานไม่ออก ก็จะเลือกไปเต้นให้สมองมันโล่งๆ เต้นเสร็จกลับบ้านนอนตื่นมาวันรุ่งขึ้นคิดหาทางแก้ออกเลยก็มี”
นอกเหนือจากนี้ คุณส้มโอยังเปิดใจว่าเธอหลงใหลในโลกของความเร็วมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งก็เป็นกิจกรรมที่สามีโปรดปรานด้วยเช่นกัน ทั้งคู่จึงมักใช้เวลาว่างร่วมกันในการขับขี่รถยนต์ รวมถึงชักชวนกันไปงานแข่งรถทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศอยู่เสมอ ที่สำคัญเธอยังต่อยอดจากกิจกรรมโปรดไปสู่โอกาสของการประกาศถึงศักยภาพน้ำดื่ม C2 ด้วยการไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน F1 (Formula 1) ที่ Singapore Granpix โดยนำน้ำไปเสิร์ฟในงานปาร์ตี้ (Official After Party) กับ Amber Lounge เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจที่ได้พาแบรนด์ไทยไปยืนบนเวทีใหญ่ระดับโลก
“โอได้เจอผู้หลักผู้ใหญ่ทั้งในวงการธุรกิจและวงการบันเทิงหลายคนชื่นชมเราในฐานะที่เป็นคนซึ่งทำอะไรแล้วไปสุดในทุกสิ่งที่ทำเสมอ ทั้งแบรนด์น้ำดื่ม C2 หรือในด้านความบันเทิง เราก็รู้สึกภาคภูมิใจกับจุดนี้นะคะ”
ขุมพลังจากครอบครัว
กว่าทศวรรษของการทำงาน คุณส้มโอได้เรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ และพิสูจน์ถึงความเป็น ‘ตัวจริง’ ในแวดวงน้ำดื่มของไทยผ่านภาพสะท้อนตัวตนที่สื่อถึงความจริงจังมุ่งมั่น รวมถึงผลงานซึ่งเป็นที่ประจักษ์ในความสำเร็จ
“สิ่งสำคัญที่ครอบครัวโอสอนมาโดยตลอด คือเราต้องมีความอดทนและมีสติ เราอดทนเพราะบางปัญหามันไม่สามารถแก้ไขได้เดี๋ยวนี้ และเรามีสติเพราะเราจะได้ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ เพื่อที่จะได้ผ่านพ้นอุปสรรคไปให้ได้ในท้ายที่สุด โอใช้สองคำนี้นำทางมาโดยตลอด และในฐานะผู้นำเราต้องมีความรับผิดชอบสูง ถ้าเราเป็นผู้นำที่มีสติ สิ่งต่างๆ ก็จะเกิดขึ้นมาจากกระบวนการคิดอย่างครบถ้วนรอบคอบของเรา เพื่อนำพาทีมไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจ”
อย่างไรก็ตาม คุณส้มโอมองว่าถนนแห่งความสำเร็จสายนี้ยังต้องเดินทางอีกยาวไกล แต่เธอเชื่อมั่นว่าจะสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางที่วาดหวังไว้ในวันหนึ่งข้างหน้า ด้วยว่าเธอเชื่อมั่นในทีมงาน และที่สำคัญเธอมีพลังใจอันยิ่งใหญ่จากครอบครัว
“กุญแจสำคัญที่ส่งให้เราประสบความสำเร็จ คือกำลังใจจากครอบครัวทั้งจากฝั่งบ้านของโอเองและบ้านสามี ที่ผ่านมาทุกคนสนับสนุนเต็มที่ในทุกมิติที่เราต้องการจะทำ เพราะไม่ว่าเราจะเหนื่อยจากการทำงานหนัก เจอเรื่องเครียดหรืออุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่เมื่อเราหันมาเจอครอบครัวที่พร้อมสนับสนุนและอยู่เคียงข้างเราทุกอย่าง มันก็เป็นแรงผลักดันให้เราสู้ได้อย่างเต็มที่
“สมัยโอเด็กๆ พ่อแม่บอกกับโอว่า *‘อยากทำอะไรลูกทำเลย ป๊าม้าสนับสนุนเต็มที่‘* เมื่อถึงวันนี้ที่เติบโตขึ้น เราก็อยากพูดประโยคนี้กับป๊าม้าเหมือนกัน และพอมีลูกเราก็อยากส่งต่อพลังและความรู้สึกดีๆ เหล่านี้ที่ตัวเองเคยได้รับไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานด้วยเช่นกัน”
ในบทบาทความเป็นแม่ คุณส้มโอมีความสุขกับการดูแลลูกชายวัยน่ารักสองคน (น้องบลูเบรฟ-ภูริวัจน์ และน้องบลูบลู-ฉัตรวัชร์) ซึ่งถอดแบบความหลงใหลในด้านบันเทิงและกีฬามาจากคุณแม่ส้มโอชนิดที่เรียกว่าลูกไม้หล่นใต้ต้น
“ลูกถอดแบบแม่ออกมาเป๊ะเลย คือเป็นคนที่ชอบทำกิจกรรม ชอบร้องเพลง ชอบเต้น และเป็นคนที่เวลาทำอะไรแล้วจะตั้งใจทำสุดๆ ลูกชายคนโตมีความสามารถด้านดนตรี ตี กลองร้องเพลงเล่นเปียโน แม้กระทั่งดนตรีไทย ลูกชายคนเล็กเก่งทางด้านกีฬา ขี่ม้าตีกอล์ฟ ซึ่งโอก็ดำเนินรอยตามแม่ตัวเองเหมือนกัน นั่นคือสนับสนุนลูกทุกเส้นทางที่เขาชอบ เขา ก็ได้เติบโตมาในสิ่งแวดล้อมที่เหมือนโอ
“โอเลี้ยงลูกเป็นเพื่อนเลยค่ะ เวลามีเรื่องหรือมีปัญหาลูกบอกเราหมด โอก็จะสอนแนะนำแนวทางให้ไปโดยใช้ประสบการณ์ของเรานี่แหละสอนเขา แต่ก็ให้อิสระทางความคิดพวกเขา เวลาลูกๆ คิดอะไรพูดอะไร โอจะฟังพวกเขาก่อนเสมอ แล้วค่อยๆ สอนกลับไปในมุมที่ยังไม่ถูกต้อง หรือมุมที่เขายังไม่เข้าใจ”
ในฐานะผู้บริหารระดับสูง คุณส้มโอยอมรับว่าค่อนข้างมีภารกิจรัดตัว หากแต่เธอพยายามจัดสรรเวลาแก่ครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์
“โอจัดตารางตัวเองไว้เลยว่าใน 1 สัปดาห์จะต้องมีเวลา 1 วันให้กับลูกและครอบครัว ซึ่งก็จะมีกิจกรรมต่างๆ ที่พูดคุยวางแผนกันไว้แล้วล่วงหน้า เพื่อที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่กับพวกเขา เพราะบางทีอาทิตย์หนึ่งแทบไม่ได้เจอกันเลย ตื่นมาลูกไปโรงเรียนแต่เช้า เรากลับจากทำงานลูกเข้านอนแล้ว รวมถึงคุณพ่อคุณแม่ด้วย โอก็จะจัดสรรเวลาว่าอย่างน้อยได้ไปนั่งพูดคุยอัพเดตชีวิตกันบ้าง มันเหมือนการได้ชาร์จพลังชีวิตของตัวเราเองด้วยค่ะ”
ต่อยอดอนาคตด้วยวิสัยทัศน์รักษ์โลก
จากเด็กน้อยรักการเต้นที่ฝันอยากเป็นไอดอล ก่อนชะตาชีวิตพลิกผันให้เติบโตในแวดวงธุรกิจน้ำดื่ม จากการเป็นผู้ผลิตเบื้องหลัง ก้าวสู่แบรนด์ชื่อดังที่กวาดรางวัลระดับโลกหลากสาขา ถึงวันนี้นอกจากแบรนด์น้ำดื่ม C2 แล้ว คุณส้มโอยังพัฒนาต่อยอดจากน้ำดื่มไปสู่สายสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างเช่น Miracle Pi น้ำดื่มอัลคาไลน์โมเลกุลเล็ก และ C2 Vitamin Jelly เจลลี่วิตามินรสมะยงชิดช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและบำรุงสุขภาพผิว ซึ่งเป็นเครื่องการันตีถึงการทำธุรกิจที่เอาใจใส่ต่อคุณภาพ กล้าคิด กล้าทำ และรับผิดชอบต่อโลกตามเจตนารมณ์ของคุณส้มโอ
“กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจน้ำดื่มคือกว้างมาก แต่กลุ่มที่โอรู้สึกว่าท้าทายที่สุดคือเด็กรุ่นใหม่ๆ ซึ่งเป็นคนรุ่นที่ธรรมชาติของเขาเปลี่ยนได้ทุกวัน เราเลยรู้สึกว่าในจุดที่เราทำคลิปเต้นก็เป็นอะไรที่เด็กรุ่นใหม่น่าจะชอบ เราทำเพื่อให้พวกเขามองเห็นแรงบันดาลใจจากเราในฐานะคนที่ทำอะไรแล้วทำสุดทำจริงมุ่งมั่นตั้งใจ และโอก็เอาแบรนด์น้ำดื่ม C2 ไปสนับสนุนเด็กๆ ในงานเต้นงานแสดงอะไรพวกนี้ด้วย อย่างน้องๆ ทีมเชียร์ลีดเดอร์ตัวแทนประเทศไทย เราก็สนับสนุนในทุกมิติ เพื่อให้เขาได้เห็นถึงความตั้งใจของเรา ทุกวันนี้เวลาโอเดินผ่านโรงเรียนกวดวิชาแล้วเห็นบนโต๊ะเด็กๆ มีน้ำดื่มของ เราวางไว้ โอก็รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของเด็กๆ
“ส่วนในอนาคต โอตั้งใจอยากเปิดพื้นที่ให้เด็กทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านการเต้น หรือส่งเสริมให้เกิดความกล้าแสดงออก อาจจะมีเวทีให้เด็กๆ ได้มาโชว์ความสามารถมาฝึกฝน อยากจะผลักดันเด็กที่มีความสามารถทั้งคนที่มีโอกาส และด้อยโอกาสทางสังคม ฝันอยากเป็นอีกหนึ่งเส้นทางให้เด็กๆ ได้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ และมีคุณภาพ” คุณส้มโอเผยถึงอีกหนึ่งโปรเจกต์ในฝัน
ขณะเดียวกันในมุมชีวิตส่วนตัว เธอก็วาดหวังถึงการได้ทำในสิ่งที่ตัวเองหลงรักอย่างสุด กำลังความสามารถเช่นที่ผ่านมา ตลอดถึงการเป็นหญิงสาวที่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม ทั้งทางด้านจิตวิญญาณและรูปลักษณ์ภายนอก “อยากเป็นผู้ใหญ่ที่แข็งแรงสุขภาพดี อยากให้ตัวเองได้สัมผัสกับความรู้สึกของคำว่าสาวสองพันปีแบบที่เราเคยชื่นชมบรรดาศิลปิน ที่ถึงแม้พวกเขาจะสูงวัยขึ้นแต่ยังแข็งแรง ยังมอบความบันเทิงให้กับผู้คนได้ โอก็อยากดำเนินรอยตามในทิศทางแบบนั้น”
พร้อมกันนี้ คุณส้มโอยังเน้นย้ำถึงปณิธานการเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในเรื่องดูแลสิ่งแวดล้อมอีกหนึ่งแบ่งปันและการแบ่งปันแก่สังคมเพื่อนมนุษย์ เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์โลกที่ดีงามอย่างยั่งยืน
“ตลอดชีวิตที่ผ่านมา โอทำทุกอย่างจากสิ่งที่ตัวเองชอบ ซึ่งมันสะท้อนถึงคำว่ายั่งยืน เพราะเมื่อเรามีความสุขกับสิ่งที่ทำ เท่ากับว่ามันคือพลังขับเคลื่อนให้เรามุ่งมั่นไปข้างหน้าสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
“เมื่อเราทำแบรนด์ C2 สำหรับโอไม่ได้มอง แค่ผลกำไรเป็นเป้าหมายหลักเพียงอย่างเดียว แน่นอนว่าเราทำย่อมต้องหวังผลกำไร แต่มีวงเล็บว่าเราต้องมีความสุขด้วย เพื่อให้สิ่งที่เราทำอยู่นี้มันยั่งยืนไปในอนาคต มันคือการทำเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนแก่ตัวเอง เพื่อจุดประกายแรงบันดาลใจแก่สังคม เช่น โครงการเก็บขยะ เราไม่ได้ไปเก็บแล้วจบ แต่โอยังต่อยอดไปสู่การสอนเด็กๆ ชวนคนรุ่นใหม่มาทำกิจกรรมร่วมกันไปร่วมมือกับทางกทม. ร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อขยายความคำว่ายั่งยืนให้เติบโตแข็งแรงในวงกว้าง
“เราอยากยกระดับไปสู่อนาคตที่บ้านเรา มีคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจในเรื่องการแยกขยะอย่างแท้จริง มีตู้แยกขยะติดตั้งกระจายอยู่ทั่วเมือง มีระบบจัดเก็บและแยกขยะที่ได้มาตรฐานระดับโลก ซึ่งเหล่านี้แหละโอมองว่ามันคือความยั่งยืน โดยที่กว่าจะถึงวันนั้นเราอาจจะไม่ได้อยู่ดูแล้วด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราทำมันยังได้รับการพัฒนาต่อยอดไปสู่วันข้างหน้าจากรุ่นสู่รุ่น”