เคทีซี-โรงพยาบาลวันเวลา ชี้ ‘ผู้ดูแล’ คือโจทย์ใหญ่ของสังคมสูงวัยไทย เมื่อคุณภาพชีวิตสำคัญไม่แพ้การรักษา
ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 14.8 ล้านคน หรือประมาณ22.5% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ที่ต้องการการดูแลระยะยาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อีกหนึ่งกลุ่มคนสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือ ‘ผู้ดูแล’ (Caregiver) ซึ่งกำลังกลายเป็นกำลังสำคัญของระบบสุขภาพไทย แต่ต้องแบกรับภาระทั้งด้านร่างกาย จิตใจ เวลา และค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลานาน จนหลายคนเผชิญภาวะเหนื่อยล้าสะสมโดยไม่รู้ตัว
22 มิ.ย. 2569 - ภายใต้แนวคิด KTC Wellness: The Journey to Well-being “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) เพื่อชวนสังคมไทยเปิดมุมมองใหม่ต่อการดูแลสุขภาพในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่าการดูแลแบบประคับประคอง ไม่ได้หมายถึงการรอวาระสุดท้ายของชีวิต แต่คือการช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถใช้ทุกช่วงเวลาที่เหลืออยู่ได้อย่างมีคุณภาพ มีศักดิ์ศรีและมีความหมาย โดยเฉพาะในยุคที่ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง
นายอัครพล เอื้ออารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า "เราไม่ได้มองเพียงผลการรักษาทางการแพทย์ แต่ให้ความสำคัญกับความสุขสบายของผู้ป่วย สุขภาพจิต ความสัมพันธ์ในครอบครัว และคุณภาพชีวิตโดยรวม ยิ่งเริ่มดูแลได้เร็ว ผู้ป่วยและครอบครัวก็ยิ่งมีโอกาสใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพมากขึ้น การให้ผู้ป่วยอยู่ภายใต้การดูแลของทีมผู้เชี่ยวชาญ ช่วยลดความทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกายและจิตใจ พร้อมเปิดโอกาสให้ครอบครัวยังคงมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกขั้นตอน ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลจำนวนมากต้องรับภาระทั้งทางร่างกาย จิตใจ และการเงินเป็นเวลานานจนเกิดภาวะเหนื่อยล้าสะสม เราเชื่อว่าการดูแลผู้ป่วยที่ดี ต้องเริ่มจากการดูแลผู้ดูแลไปพร้อมกัน เพราะหากผู้ดูแลหมดแรง ผู้ป่วยก็จะขาดระบบสนับสนุนที่สำคัญที่สุด"
“ประเทศไทยกำลังเผชิญช่องว่างสำคัญด้านการดูแลระยะยาว ทั้งในมิติของบุคลากรทางการแพทย์ ระบบสนับสนุนครอบครัว และบริการด้านการดูแลแบบประคับประคองที่ยังมีไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่คือเหตุผลสำคัญที่โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้น เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มช่องว่างของระบบสุขภาพไทย โดยยกระดับมาตรฐานการดูแลแบบประคับประคองให้เป็นมากกว่าการรักษาทางการแพทย์ แต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ"
ทั้งนี้ โรงพยาบาลวันเวลาไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อดูแลเฉพาะผู้ป่วย แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อดูแลทั้งครอบครัว เพราะทุกครั้งที่มีผู้ป่วยหนึ่งคน มักมีคนในครอบครัวอีกหลายคนที่กำลังเผชิญความเครียด ความกังวล และความเหนื่อยล้าไปพร้อมกัน เราเชื่อว่าการดูแลที่ดีต้องครอบคลุมทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ช่วงเวลาสำคัญของชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีความหมายมากที่สุด
ศ.พญ.ยุวเรศมคฐ์ สิทธิชาญบัญชา Senior Palliative Care Specialist กล่าวว่า “ปัจจุบันในประเทศไทย มีผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังระยะประคับประคอง อาทิ โรคหัวใจล้มเหลว ไตวายเรื้อรัง ปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่ต้องการดูแลหลังการผ่าตัดหรือหลังการรักษาที่มีความซับซ้อนที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงผู้ป่วยที่ต้องทำกายภาพ ให้เคมีบำบัด หรือมีอาการเจ็บปวดรุนแรง ผู้ป่วยเหล่านี้มีความจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) มากกว่า 200,000 รายต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเข้าสู่สังคมสูงวัย ในขณะที่ระบบรองรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ยังมีอยู่อย่างจำกัด ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาการเข้าถึงบริการดูแลแบบประคับประคอง เนื่องจากโรงพยาบาลทั่วไปมีข้อจำกัดด้านจำนวนเตียงและทรัพยากร ส่งผลให้ผู้ป่วยบางส่วนต้องกลับไปดูแลต่อที่บ้าน แม้จะยังมีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสหวิชาชีพ นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ก่อตั้งขึ้น เพื่อรองรับผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลต่อเนื่อง และเติมเต็มช่องว่างของระบบการดูแลระยะยาวในประเทศไทย"
“การรักษาโรคกับการดูแลคุณภาพชีวิตไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป แม้เราไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่ยังสามารถลดความทุกข์ทรมาน บรรเทาความเจ็บปวด และช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีศักดิ์ศรีได้ อีกหนึ่งประเด็นที่สังคมไทยยังพูดถึงน้อยคือภาวะ Caregiver Burnout หรือภาวะเหนื่อยล้าของผู้ดูแล ซึ่งกำลังกลายเป็นความท้าทายสำคัญของสังคมสูงวัย ผู้ดูแลจำนวนมากต้องเผชิญความเครียด ความกดดัน และความรู้สึกผิดเป็นเวลานาน สัญญาณเตือนอาจเริ่มจากอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย รู้สึกหมดพลัง หรือชาทางอารมณ์ หลายคนคิดว่าต้องเข้มแข็งตลอดเวลา จนลืมไปว่าตัวเองก็เป็นมนุษย์ที่ต้องการการดูแลเช่นกัน"
โรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล จึงออกแบบแนวทางการดูแลที่มองผู้ป่วยและครอบครัวเป็นหน่วยเดียวกัน โดยมีทีมสหวิชาชีพประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลแบบประคับประคอง ร่วมดูแลทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลควบคู่กัน เพื่อช่วยให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างมีคุณภาพ สิ่งที่อยากฝากถึงผู้ที่กำลังดูแลคนที่รัก คือการบอกว่าเหนื่อยไม่ได้แปลว่าไม่รัก แต่เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอหรือการทอดทิ้งคนที่เรารัก ตรงกันข้าม เมื่อผู้ดูแลได้รับการดูแลที่ดีขึ้น คนที่เรารักก็จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้นตามไปด้วย เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ดูแลคือหัวใจสำคัญของการดูแลทั้งหมด
นางสาวสิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต "เคทีซี" กล่าวว่า “วันนี้ผู้คนมองสุขภาพเป็นการลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิต เราเห็นความสนใจด้านการป้องกันโรค การฟื้นฟูสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ และการวางแผนสุขภาพระยะยาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนจากยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดโรงพยาบาลปี 2568 ที่เติบโต 6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยกลุ่มสมาชิกอายุ 50 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเกือบ 60% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมดในหมวดดังกล่าว ซึ่งสะท้อนว่าคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและการเตรียมความพร้อมสำหรับคุณภาพชีวิตในระยะยาวมากขึ้น”
เคทีซีจึงพัฒนา KTC Wellness Ecosystem ภายใต้แนวคิด "KTC Wellness: The Journey to Well-being" เพื่อเชื่อมโยงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลคุณภาพชีวิตในระยะยาว ความร่วมมือระหว่างเคทีซีกับโรงพยาบาลวันเวลา อินเตอร์เนชั่นแนล ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ แต่ยังสะท้อนอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญของประเทศไทยในยุคสังคมสูงวัย นั่นคือการสร้างระบบรองรับการดูแลระยะยาวที่ครอบคลุมทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล เพราะในอนาคต "คุณภาพชีวิต" อาจกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญของระบบสุขภาพไม่แพ้ผลลัพธ์ทางการรักษา และการดูแลผู้ดูแลให้เข้มแข็ง อาจเป็นหนึ่งในคำตอบสำคัญของการดูแลผู้ป่วยอย่างยั่งยืนในสังคมไทย