โครงการ CIPCC 2026 ต้อนรับสื่อมวลชน 98 คนจาก 90 ประเทศ จีนชูบทบาท “สื่อ” เชื่อมอารยธรรมโลกใต้ สร้างความเข้าใจท่ามกลางโลกผันผวน
จีนเปิดโครงการ China International Press Communication Center (CIPCC) ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่ง ต้อนรับผู้สื่อข่าว 98 คนจาก 90 ประเทศทั่วโลก โดยเน้นบทบาทของสื่อมวลชนในการเชื่อมโยงอารยธรรม สร้างความเข้าใจระหว่างประเทศ และส่งเสริมความร่วมมือของประเทศโลกใต้ (Global South) ท่ามกลางบริบทโลกที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายรอบด้าน
พิธีเปิดจัดขึ้นโดยสมาคมการทูตสาธารณะแห่งประเทศจีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน และกระทรวงการต่างประเทศจีน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพ การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และความร่วมมือด้านสื่อระหว่างประเทศ
ถง เสี่ยวหลิง รองประธานสมาคมการทูตสาธารณะแห่งประเทศจีน กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม พร้อมระบุว่า โลกปัจจุบันกำลังเผชิญความซับซ้อนและความปั่นป่วนมากขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรมมีความสำคัญกว่าที่เคย โดยสื่อมวลชนทำหน้าที่สำคัญในการถ่ายทอดข้อเท็จจริง ลดอคติ และสร้างความเข้าใจระหว่างผู้คนจากหลากหลายประเทศ
เธอกล่าวว่า ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา CIPCC ได้กลายเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้สื่อข่าวจากประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ในการทำความรู้จักประเทศจีนอย่างใกล้ชิด โดยจนถึงปัจจุบัน มีผู้สื่อข่าวเกือบ 1,000 คนจากกว่า 140 ประเทศเข้าร่วมโครงการ และเดินทางศึกษาดูงานทั่วประเทศจีน
“ผู้สื่อข่าวเหล่านี้ใช้ปลายปากกาและเลนส์กล้องบันทึกพัฒนาการของจีนในยุคใหม่ ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของจีนที่แท้จริง หลากหลาย และแตกต่างจากการเล่าเรื่องแบบตะวันตกสู่สายตาชาวโลก” ถงเสี่ยวหลิงกล่าว
ด้าน หงเหลย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในพิธีเปิดว่า การรวมตัวของผู้สื่อข่าวจาก 90 ประเทศครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนของความเป็นเอกภาพและความร่วมมือของประเทศโลกใต้ พร้อมระบุว่า “การพัฒนาแบบจีน” หรือ Chinese modernization กำลังได้รับความสนใจจากหลายประเทศที่ต้องการศึกษาแนวคิด ระบบ และประสบการณ์การพัฒนาของจีน
หงเหลยกล่าวว่า จีนจัดตั้ง CIPCC ขึ้นเพื่อเป็น “หน้าต่างสู่จีน” และสะพานเชื่อมระหว่างสื่อมวลชนจากประเทศโลกใต้กับสังคมจีน โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวที่เข้าร่วมโครงการได้ส่งต่อเรื่องราวเกี่ยวกับจีนกลับไปยังประเทศของตน ผ่านรายงานข่าวนับพันชิ้นที่ช่วยสะท้อนภาพจีนในมิติที่รอบด้านและแม่นยำมากขึ้น
ในสุนทรพจน์ หงเหลยยังกล่าวถึงพัฒนาการทางเศรษฐกิจและสังคมของจีน โดยระบุว่า เศรษฐกิจจีนมีมูลค่าเกิน 140 ล้านล้านหยวน และตลอด 8 ปีที่ผ่านมา จีนมีส่วนช่วยต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกประมาณ 30% พร้อมชี้ถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) รถยนต์พลังงานใหม่ และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
เขายังกล่าวว่า ปี 2026 ถือเป็นปีแรกของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีน ซึ่งจะผลักดัน “การพัฒนาสมัยใหม่แบบจีน” เข้าสู่ระยะใหม่ พร้อมยืนยันว่า จีนจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก และเป็นผู้สนับสนุนสันติภาพ การพัฒนา และระเบียบระหว่างประเทศ
ขณะที่ หม่า หวยเต๋อ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเหรินหมินแห่งประเทศจีน กล่าวว่า สื่อมวลชนคือ “ดวงตาและหูของโลก” ที่มีบทบาทในการบันทึกความจริง ถ่ายทอดยุคสมัย และสร้างสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างอารยธรรม โดยเฉพาะในยุคที่โลกเผชิญทั้งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความแตกแยกจากข้อมูลข่าวสาร
เขาระบุว่า มหาวิทยาลัยเหรินหมินฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรมมาโดยตลอด พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มด้านการสื่อสารระดับโลก รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI กับงานด้านสื่อสารมวลชน เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของการสื่อสารระหว่างประเทศ
หม่า หวยเต๋อ ยังเปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้สื่อข่าวทั้งหมดจะได้พักอาศัยภายในมหาวิทยาลัยจีนตลอดระยะเวลาการอบรม โดยหวังให้มหาวิทยาลัยเป็น “บ้านหลังที่สอง” ของผู้เข้าร่วม และเป็นหน้าต่างสำคัญในการทำความเข้าใจเยาวชนจีน สังคมจีน และจิตวิญญาณของจีนยุคใหม่
ภายในงาน ยังมีตัวแทนผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศร่วมขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ หนึ่งในนั้นคือ มอยซ์ ฟารูก บรรณาธิการบริหาร Pakistan Economic Network และ Daily Ittehad Media Group จากปากีสถาน ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวสายสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเขากับประเทศจีนที่สืบทอดต่อกันมาถึง 3 รุ่น
ฟารูกกล่าวว่า คุณปู่ของเขาเคยเดินทางเยือนจีนในช่วงทศวรรษ 1970 และได้พบกับทั้งโจว เอินไหล และเติ้ง เสี่ยวผิง ก่อนเขียนหนังสือภาษาฮูดูเกี่ยวกับจีนเพื่อสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ขณะที่บิดาของเขาเคยเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในงานครบรอบ 70 ปีของสมาคมมิตรภาพประชาชนจีนกับต่างประเทศเมื่อปี 2024
“วันนี้ ในฐานะตัวแทนคนรุ่นที่สาม ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้สานต่อมรดกแห่งมิตรภาพนี้ผ่านงานสื่อสารมวลชน วารสารศาสตร์ และสื่อดิจิทัล” ฟารูกกล่าว
เขายังเน้นว่า ในยุคที่โลกเผชิญข้อมูลบิดเบือนและความแตกแยก สื่อมวลชนจำเป็นต้องทำหน้าที่เป็น “สะพานแห่งความเข้าใจ” มากกว่าการสร้างความขัดแย้ง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า มิตรภาพและเครือข่ายที่เกิดขึ้นจาก CIPCC 2026 จะยังคงดำเนินต่อไปในระยะยาว
ผู้สื่อข่าวมาเลเซียชี้ CIPCC เปิดมุมมองใหม่ต่อจีน ท่ามกลางเหตุการณ์สำคัญระดับโลก
ขณะที่ ซิติ จานาเรียห์ นอร์ ซิน ผู้สื่อข่าว Malaysian National News Agency (Bernama) ประเทศมาเลเซีย ที่เข้าร่วมโครงการ China International Press Communication Center (CIPCC) กล่าวถึงประสบการณ์ที่เธอตั้งใจร่วมโครงการตลอด 3 เดือนในประเทศจีนว่า ช่วยให้เธอได้เรียนรู้และเข้าใจจีนมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติของสังคม วัฒนธรรม และบทบาทของจีนบนเวทีโลก พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ได้สร้างเครือข่ายกับสื่อมวลชนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก
เธอกล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นประสบการณ์ด้านวิชาชีพ แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้สื่อข่าวจากหลายภูมิภาค ซึ่งช่วยให้เข้าใจประเด็นระหว่างประเทศในมุมที่กว้างขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวระบุว่า ช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการตรงกับจังหวะที่จีนเป็นศูนย์กลางของเหตุการณ์สำคัญระดับโลกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ทำให้เธอมีโอกาสติดตามข่าวสารและบรรยากาศจากพื้นที่จริงในกรุงปักกิ่งอย่างใกล้ชิด
เธอมองว่า การได้อยู่ในจีนระหว่างช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ ทำให้ได้รับทั้งข้อมูล มุมมอง และประสบการณ์ตรงจากศูนย์กลางข่าวระดับโลก ซึ่งแตกต่างจากการติดตามข่าวจากภายนอกประเทศ
นอกจากนี้ เธอยังคาดหวังว่าจะได้ติดตามและรายงานประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศ รวมถึงการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่น เวทีเอเปค (APEC) ซึ่งจีนจะมีบทบาทสำคัญในปีนี้
ผู้สื่อข่าวมาเลเซียกล่าวทิ้งท้ายว่า ประสบการณ์จากโครงการ CIPCC ไม่เพียงช่วยพัฒนาทักษะด้านสื่อสารมวลชน แต่ยังช่วยเปิดโลกทัศน์ สร้างมิตรภาพระหว่างประเทศ และทำให้เข้าใจบทบาทของจีนในบริบทโลกยุคปัจจุบันได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวมัลดีฟส์มอง CIPCC เปิดมุมมองใหม่ต่อจีน ชี้ความร่วมมือจีน-มัลดีฟส์มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
อาลี ยูซุฟ บรรณาธิการบริหาร MV+, (www.plus.mv) จากประเทศมัลดีฟส์ที่เข้าร่วมโครงการ China International Press Communication Center (CIPCC) กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการตลอดระยะเวลา 3 เดือนในประเทศจีน ช่วยให้เขาได้รับประสบการณ์ใหม่ และเข้าใจประเทศจีนได้อย่างรอบด้านมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติทางสังคม วัฒนธรรม การเมือง และบทบาทของจีนบนเวทีระหว่างประเทศ
เขาระบุว่า มัลดีฟส์แม้จะเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรอินเดีย แต่ถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงกำลังขยายความร่วมมือกับจีนในหลากหลายด้านอย่างต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายดังกล่าวกล่าวว่า ในมุมมองของชาวมัลดีฟส์ จีนเป็นประเทศมหาอำนาจที่มีบทบาทสำคัญในเวทีโลก และเป็นประเทศที่มีความร่วมมือกับหลายภูมิภาคทั่วโลก ทำให้มัลดีฟส์ให้ความสนใจต่อการพัฒนาความสัมพันธ์กับจีนมากขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน สังคม และวัฒนธรรม
เขามองว่า จีนเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญที่มัลดีฟส์ควรติดตามและกระชับความร่วมมือ เพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุนและการพัฒนาในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงที่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ เขายังกล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการ CIPCC เปิดโอกาสให้เขาได้พบปะผู้สื่อข่าวจากหลายประเทศทั่วโลก สร้างมิตรภาพและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านสื่อสารมวลชนและประเด็นระหว่างประเทศร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวจากมัลดีฟส์ยังระบุว่า ช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการตรงกับการเดินทางเยือนจีนของผู้นำจากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามข่าวสารและสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดจากกรุงปักกิ่ง
เขาเชื่อว่า ประสบการณ์จากการร่วมโครงการครั้งนี้จะช่วยให้สามารถนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับจีนได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้านมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศผ่านบทบาทของสื่อมวลชนในอนาคต
ผู้สื่อข่าวไทยร่วม CIPCC 2026 มองบทบาทสื่อ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงระหว่างประเทศ
คุณมณีนาถ อ่อนพรรณา ผู้สื่อข่าวในฐานะตัวแทนสื่อ จีนไทยนิวส์ และผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ NBT จากประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการ China International Press Communication Center (CIPCC) 2026 กล่าวว่า การเดินทางมาเยือนจีนครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ทำความเข้าใจประเทศจีนอย่างลึกซึ้งและรอบด้านมากยิ่งขึ้น ทั้งในมิติทางสังคม วัฒนธรรม และนโยบายการเปิดกว้างของประเทศจีนในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่กำลังเผชิญความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของหลายขั้วอำนาจ บทบาทของสื่อมวลชนในยุคนี้ควรทำหน้าที่เป็น “สะพานแห่งความเข้าใจ” เพื่อเชื่อมโยงผู้คนและประเทศต่าง ๆ เข้าหากัน
“สื่อมวลชนควรเป็นผู้สร้างความเชื่อมโยงระหว่างความเข้าใจของประเทศต่าง ๆ รวมถึงเชื่อมโยงอารยธรรม เพื่อก่อให้เกิดความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และความร่วมมือในทุกมิติ”
เธอยังมองว่า การเข้าร่วมโครงการ CIPCC ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการติดตามเหตุการณ์ระดับโลกอย่างใกล้ชิดจากกรุงปักกิ่ง โดยเฉพาะการเดินทางเยือนจีนของผู้นำประเทศสำคัญหลายคน ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย รวมถึงการเยือนจีนของประธานาธิบดีปากีสถานในสัปดาห์ถัดไป
เธอกล่าวว่า ผู้นำแต่ละประเทศต่างมีวาระและประเด็นสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจ และความร่วมมือระหว่างประเทศที่จะหารือกับจีน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตา และเป็นโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้ติดตามสถานการณ์จากพื้นที่จริง พร้อมลงพื้นที่โดยรอบในช่วงที่ผู้นำคนสำคัญระดับโลกเดินทางเยือนจีน เพื่อติดตามบรรยากาศ และความเห็นของชาวจีนต่อสถานการณ์เวทีโลก
นอกจากนี้ คุณมณีนาถยังเปิดเผยว่า เธอมีโอกาสเดินทางไปติดตามการประชุมเอเปคที่เมืองซูโจว ทางภาคตะวันออกของจีน ร่วมกับผู้สื่อข่าวจากอินโดนีเซีย โดยในวันที่ 22 และ 23 พฤษภาคมนี้ ตัวแทนระดับรัฐมนตรีจาก 21 เขตเศรษฐกิจสมาชิก จะมารวมตัวกันที่เมืองซูโจวเพื่อหารือเกี่ยวกับความร่วมมือและกำหนดทิศทางการพัฒนาในภูมิภาค เพื่อติดตามประเด็นความร่วมมือทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเอเปค และมองเห็นบทบาทของจีนในเวทีความร่วมมือระดับภูมิภาคมากยิ่งขึ้น
เธอ ระบุว่า ซูโจวเมืองเจ้าภาพ APEC ยังเป็นหนึ่งในเมืองที่เปิดกว้างที่สุดของจีน โดยมีกลุ่มนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่ง และเป็นที่ตั้งของแพลตฟอร์มการเปิดกว้างทางการค้าจำนวนมากที่สุดในประเทศ เมืองนี้เป็นบ้านของวิสาหกิจที่ลงทุนโดยชาวต่างชาติมากกว่า 19,000 แห่ง โดยมีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศสะสมรวมเกินกว่า 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
เธอเชื่อว่า การเดินทางและการเข้าร่วมโครงการครั้งนี้จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านวิชาชีพ ทำให้เข้าใจจีนในมิติต่าง ๆ ได้ลึกซึ้งมากขึ้น และยังสะท้อนบทบาทของผู้สื่อข่าวนานาชาติที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงอารยธรรมและความเข้าใจระหว่างประเทศ
“การที่ผู้สื่อข่าวเกือบ 100 คนจากทั่วโลกได้มารวมตัวกันในโครงการนี้ ไม่เพียงเป็นการแลกเปลี่ยนด้านวิชาชีพ แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่าย มิตรภาพ และความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม” เธอกล่าวทิ้งท้าย
ช่วงท้ายของพิธี ถง เสี่ยวหลิง รองประธานสมาคมการทูตสาธารณะแห่งประเทศจีน ได้กล่าวถึง “เสี่ยวหม่าน” หนึ่งใน 24 ฤดูกาลตามปฏิทินจีน ซึ่งตรงกับวันจัดงาน โดยอธิบายว่า เสี่ยวหม่านสะท้อนแนวคิดเรื่อง “ความพอดี” และ “การเติบโตอย่างมั่นคง” อันเป็นภูมิปัญญาตะวันออกที่สามารถประยุกต์ใช้กับการแลกเปลี่ยนระหว่างอารยธรรมและวงการสื่อทั่วโลก