โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘คลัง’คอนเฟิร์มทำได้!ดึงเงินกู้โปะโครงการบัตรคนจน

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘คลัง’ คอนเฟิร์มไม่ขัดวัตถุประสงค์!! ดึง 1.88 หมื่นล้าน จาก พ.ร.ก.กู้เงินสู้วิกฤตพลังงานโปะบัตรคนจน หลังตั้งงบอุ้มกองทุนประชารัฐไว้ต่ำเพียง 3 หมื่นล้านบาท เหตุช่วงจัดทำร่างงบประมาณ รัฐจ่อเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ คาดผู้รับสิทธิ์ลดลง พร้อมปัดข่าวลือ ‘ถังแตก’ ระบุยังมีงบกลาง-ทุนสำรอง-เงินคงคลัง รองรับหากถึงยามจำเป็น

21 พ.ค. 2569- นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวยืนยันถึงกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลมีการนำเงินจาก พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท จำนวน 18,800 ล้านบาท ไปเติมในกองทุนประชารัฐเพื่อใช้จ่ายสวัสดิการพื้นฐาน ว่า สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย และไม่ขัดวัตถุประสงค์ของ พ.ร.ก. กู้เงิน

โดยอ้างอิงมาตรา 5 (1) ของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ที่เปิดทางให้นำเงินไปใช้ช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ซึ่งกลุ่มเปราะบางและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากค่าครองชีพและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ดังนั้น รัฐบาลจึงนำเงินสวัสดิการพื้นฐาน 300 บาทต่อเดือนจากงบรายจ่ายประจำ มารวมกับวงเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 700 บาท เป็น 1,000 บาทต่อเดือน ภายใต้โครงการไทยช่วยไทย พลัส เป็นระยะเวลา 4 เดือน โดยใช้แหล่งเงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นตัวสนับสนุนหลัก

“พ.ร.ก. กู้เงินฯ เป็นเพียงแหล่งเงินเพิ่มเติม สำหรับรองรับมาตรการช่วยเหลือประชาชนในยามได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน เมื่อวัตถุประสงค์ของโครงการสอดคล้องกับเงื่อนไขตามกฎหมาย ก็สามารถเบิกจ่ายได้ โดยทุกโครงการต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรองหลายชั้นก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ เนื่องจากงบประมาณกองทุนประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2569 มีการตั้งงบไว้เพียง 30,000 ล้านบาท ต่ำกว่าความจำเป็นใช้จริงที่คนที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน รัฐต้องใช้งบประมาณราว 50,000 ล้านบาท ส่งผลให้เกิดงบประมาณไม่เพียงพอรองรับผู้มีสิทธิราว 20,000 ล้านบาท” นายวินิจ กล่าว

ทั้งนี้ การตั้งงบประมาณกองทุนประชารัฐไว้เพียง 30,000 ล้านบาทนั้น เป็นการตัดสินใจเชิงบริหารงบประมาณ เนื่องจากในช่วงจัดทำร่างงบประมาณ รัฐบาลมีแผนเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ พร้อมนำระบบดิจิทัลและเกณฑ์คัดกรองที่เข้มงวดมาใช้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ์ ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่า การคัดกรองดังกล่าวจะทำให้จำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ที่ไม่ได้อยู่ในภาวะยากจนจริงลดลง ส่งผลให้ภาระงบประมาณลดลงตามไปด้วย จึงไม่ได้ตั้งงบไว้เต็มจำนวนตั้งแต่ต้น

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลกำลังประสบปัญหาการเงิน จนต้องนำเงินกู้มาใช้ทดแทนงบประจำนั้น โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า ‘ไม่เป็นความจริง’ และรัฐบาลยังมีเครื่องมือบริหารงบประมาณอีกหลายช่องทาง ทั้งการใช้งบกลาง หรือการใช้ทุนสำรองจ่ายตามมาตรา 45 ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ซึ่งสามารถนำเงินคงคลังมาใช้ล่วงหน้าได้ หากมีความจำเป็น

“ในครั้งนี้รัฐบาลเลือกใช้เงินจาก พ.ร.ก. กู้เงินฯ เนื่องจากมีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน และช่วยลดแรงกดดันต่องบประมาณส่วนอื่นที่มีภารกิจจำเป็นเช่นกัน” นายวินิจ กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...