“ทรัมป์” สั่งเพิ่มคุมเข้มธุรกรรมชาวต่างชาติในสหรัฐ จับตาความเสี่ยงการเงิน-แรงงานผิดกฎหมาย
"ทรัมป์" สั่งเพิ่มคุมเข้มธุรกรรมชาวต่างชาติในสหรัฐ จับตาพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เลี่ยงภาษี ปกปิดเจ้าของบัญชี และใช้หมายเลขผู้เสียภาษีเปิดบัญชีโดยไม่มีสถานะทางกฎหมาย
วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.53 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) เพื่อเพิ่มการตรวจสอบกิจกรรมทางการเงินของผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐ โดยเฉพาะการทำธุรกรรมผ่านระบบธนาคาร อย่างไรก็ตามมาตรการล่าสุดยังไม่เข้มงวดเท่าข้อเสนอเดิมของกระทรวงการคลัง ที่เคยเสนอให้ธนาคารต้องเก็บข้อมูลสถานะความเป็นพลเมืองของลูกค้าโดยตรง
ที่ผ่านมา รัฐบาลทรัมป์ได้ผลักดันนโยบายหลายด้านที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภาคธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดให้ธนาคารเก็บข้อมูลด้านสัญชาติและสถานะผู้อพยพของลูกค้า รวมถึงข้อเสนอเมื่อต้นปีที่ต้องการจำกัดอัตราดอกเบี้ย เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวหาธนาคารบางแห่งว่าเลือกปฏิบัติต่อกลุ่มอนุรักษนิยม ซึ่งภาคธนาคารปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
คำสั่งล่าสุดของทำเนียบขาวไม่ได้กำหนดให้ธนาคารต้องเก็บข้อมูลสัญชาติของลูกค้า แต่สั่งให้รัฐมนตรีคลังออกแนวทางเตือนธนาคารให้จับตาสัญญาณความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น การหลีกเลี่ยงภาษีเงินเดือน การปกปิดเจ้าของบัญชีตัวจริง การจ่ายค่าแรงนอกระบบ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้หมายเลขผู้เสียภาษีส่วนบุคคล (ITIN) เพื่อเปิดบัญชีหรือขอสินเชื่อโดยไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ได้รับการยืนยันในสหรัฐ
แหล่งข่าวจากธนาคารรายใหญ่แห่งหนึ่งระบุว่า มาตรการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลเริ่มรับฟังความเห็นจากภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ผู้บริหารธนาคารหลายแห่งเตือนว่า หากต้องให้ธนาคารตรวจสอบสถานะสัญชาติหรือสถานะผู้อพยพของลูกค้าทุกราย จะสร้างภาระต้นทุนสูงและปั่นป่วนระบบการเงินอย่างมาก
เอ็ด มิลส์ นักวิเคราะห์นโยบายจาก Raymond James กล่าวว่า แม้รัฐบาลต้องการควบคุมปัญหาผู้อพยพมากขึ้น แต่หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารก็ต้องการให้ธุรกรรมต่าง ๆ อยู่ในระบบการเงินอย่างเป็นทางการ เพราะหากผลักคนจำนวนมากออกจากระบบธนาคาร อาจกลายเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า ธนาคารต่าง ๆ มองว่าการตรวจสอบสถานะผู้อพยพและสัญชาติของลูกค้าทั้งหมดแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินยังเตือนว่ามาตรการลักษณะดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนหลายล้านคนถูกตัดออกจากระบบธนาคาร และกระทบการเข้าถึงบริการทางการเงินในวงกว้าง
ในคำสั่งล่าสุด ทำเนียบขาวยังระบุสัญญาณเตือนที่ธนาคารควรเฝ้าระวังเพิ่มเติม เช่น บัญชีที่ใช้ชื่อบริษัทบังหน้า (Shell Company) การใช้แพลตฟอร์มบางประเภทเพื่อปกปิดการจ่ายค่าแรง รวมถึงการถอนเงินสดซ้ำ ๆ เป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้การใช้หมายเลข ITIN โดยไม่มีหมายเลขประกันสังคม (Social Security Number) หรือวีซ่าทำงานประกอบ ควรถูกจัดเป็นธุรกรรมที่น่าสงสัยเช่นกัน
ทำเนียบขาวยังเสนอให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานกำกับดูแล พิจารณาปรับแก้ Bank Secrecy Act เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลลูกค้าได้ง่ายขึ้น โดยระบุว่า เอกสารบางประเภทที่ออกโดยสถานกงสุลต่างประเทศอาจมีความเสี่ยงด้านการปลอมแปลงหรือใช้ในทางที่ผิดได้
อ้างอิง : www.reuters.com