โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้รัฐธรรมนูญ: อนุทินนำทีมภูมิใจไทยยื่นร่างแก้ไข ม. 256 คงโมเดล สสร. ไร้คูหาเลือกตั้ง

iLaw

อัพเดต 20 พ.ค. เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. เวลา 04.16 น. • iLaw

วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) เวลา 10.30 น. พรรคภูมิใจไทย นำโดยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะกรรมการบริหาร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคได้เข้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต่อโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา

หลังการยื่นร่างดังกล่าว โสภณ ประธานรัฐสภาแถลงต่อสื่อมวลชนว่า จะทำหน้าที่ต่อไปคือการบรรจุร่างเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาพิจารณาต่อไป ในวันนี้ก็ได้รับร่างของพรรคภูมิใจไทยแล้ว ส่วนพรรคอื่นๆ จะเสนอร่างหรือไม่ก็แล้วแต่ เมื่อพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นพรรคหลักที่ได้ยื่นร่างเข้ามา ก็พร้อมจะบรรจุวาระ

ด้านอนุทิน ชาญวีรกูลแถลงว่า พรรคภูมิใจไทยขอขอบพระคุณประธานรัฐสภาที่มารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาบรรจุวาระพิจารณา การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพรรคภูมิใจไทยที่รับฟังเสียงและความต้องการของประชาชน เป็นไปตามการออกเสียงประชามติที่มีผลเอกฉันท์ว่า ประชาชนประสงค์ให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ ด้วยความที่เป็นพรรคของประชาชนทุกคนจึงได้ดำเนินการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว และเป็นพรรคแรกที่ยื่นร่างให้พิจารณา

จึงขอให้ประชาชนรับทราบเจตนารมณ์ ตามที่มีคนกล่าวหาว่าไม่ฟังเสียงประชาชน และไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันนี้เราได้แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้เป็นไปตามข้อกล่าวหาใดๆ และที่มาในที่นี้ก็เพราะประชาชนบอกให้มา

อนุทินยังกล่าวต่อไปว่า รัฐสภา หมายถึง สส. สว. จะกำหนดทิศทางว่า ผลของการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นอย่างไร ส่วนเจตจำนงของการเสนอร่างในฐานะพรรคการเมือง เพราะพรรคการเมืองรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเป็นปราการด่านแรก ส่วนรัฐบาลมาจากพรรคการเมือง พรรคการเมืองมาจากประชาชน และทำตามขั้นตอนและเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม อนุทินย้ำด้วยว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทยทุกคนมีเจตนารมณ์ให้รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนิกร จำนง สส. พรรคภูมิใจไทยได้แถลงเนื้อหาโดยสรุปของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าว หลังจากการประชุม สส. พรรคภูมิใจไทยว่า ข้อเสนอโมเดลสภาร่างรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน มาจากการเลือกของรัฐสภา และมีสสร. สำรองอีก 300 คน

ทั้งนี้ ภายใต้สภาร่างรัฐธรรมนูญจะมีกรรมาธิการสองชุด คือ กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็น โดยกำหนดให้กรรมาธิการทั้งสองชุดจะมีสัดส่วนของสสร. สำรอง ด้วย 1 ใน 3 และเมื่อสสร. ยกร่างรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ต้องเสนอร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้รัฐสภาเห็นชอบ โดยต้องได้รับเสียงเห็นชอบจากวุฒิสภาอย่างน้อย 1 ใน 4 หรือ 50 คน จาก 200 คน

ในการแถลงครั้งเดียวกันนี้ นิกรยังแถลงกรอบเวลาโดยคร่าวด้วยว่า หากรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อพิจารณาร่างดังกล่าวในวาระหนึ่ง ประมาณเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าจะพิจารณาวาระสามเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2569 และหากรัฐสภาเห็นชอบก็ส่งให้คณะรัฐมนตรีเคาะคำถามประชามติ และนิกรคาดว่าจะมีประชามติครั้งที่ 2 ในเดือนมกราคม 2570

แต่เดิมบทบาทของพรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ปรากฏท่าทีที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยระหว่างการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การแสดงจุดยืนนั้นเป็นไปตามความเห็นส่วนตัวของแต่ละบุคคลทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ เมื่อประกาศผลการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว คำแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน 2 ก็ไม่ปรากฏประเด็นการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลย แม้อนุทินจะให้คำยืนยันด้วยวาจาว่าผลการออกเสียงประชามติ 21.6 ล้านเสียงเป็น “คำสั่งประชาชน” ก็ตาม

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ภราดร ปริศนานันทกุลได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีการไม่นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมายืนยันเพื่อให้รัฐสภาพิจารณา โดยระบุว่า “หากรัฐบาลยืนยันร่างกลับไป ก็อาจคาดการณ์ได้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาคงไม่ต่างจากเหตุการณ์ก่อนยุบสภา และเชื่อว่าวาระสามก็คงไม่สามารถโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ ส่งผลให้เสียเวลา เพราะจะไม่สามารถเสนอญัตติที่มีลักษณะเดียวกันได้อีกภายในสมัยประชุมเดียวกัน และอาจทำให้เจตนารมณ์ของผู้ที่ออกไปทำประชามติเสียไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...