โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลองสำริด-เครื่องประดับ-กำไลทอง 3 เดือนหลังการขุดค้น “ดอนยายทอง” เรารู้อะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

การค้นพบกลองสำริด (กลองมโหระทึก) ใบแรกในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 ที่ผ่านมา ทั้งพบร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 8 โครงนับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญครั้งใหญ่ของวงการโบราณคดีไทยก็ว่าได้

จนถึงตอนนี้ (พฤษภาคม 2569) เป็นเวลากว่า 3 เดือนหลังนักโบราณคดีลงพื้นที่ขุดค้นแหล่งโบราณคดีแห่งใหม่ ในชื่อ“แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง” เพื่อดำเนินงานและศึกษาหลักฐานที่พบอย่างเต็มที่ “ศิลปวัฒนธรรม”ขอพาไปสำรวจว่า เราได้รู้อะไรจากหลักฐานที่พบกันแล้วบ้าง

สู่แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง

แหล่งโบราณคดีแห่งนี้อยู่ในบ้านดอนพลับ ตำบลสมอพลือ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ตำแหน่งหลุมตั้งอยู่กลางทุ่งนา มีบ้านเรือนและชุมชมห่างออกไปทางทิศเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ

กรรณิการ์ เปรมใจนักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เล่าว่า “การค้นพบครั้งนี้เริ่มต้นจากบังเอิญเจอกลองมโหระทึก (กลองสำริด) เป็นอย่างแรก หลังเครื่องตรวจโลหะตรวจผิวดินแล้วเจอกลอง นักโบราณคดีเลยมาขุดกู้กลองกันก่อน

เราใช้กระบวนการขุดค้นทางโบราณคดีเต็มรูปแบบ ทำพื้นที่เป็นผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส กำหนดตำแหน่งที่พบกลองไว้ตรงกลาง แล้วขุดตามชั้นดินธรรมชาติทีละนิด เลยพบหลักฐานทางโบราณคดีที่อยู่แวดล้อม

สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มขุดเพื่อเก็บกลองสำริดจำนวน 2 ใบ ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 โดยได้ความอนุเคราะห์จากนางคนางค์ เพชรสุด เจ้าของที่ดิน กับอีกหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เนื่องจากจุดนี้เป็นที่นามาก่อน แต่เป็นดอน คือสูงกว่าบริเวณโดยรอบ และเจ้าของที่คนเก่าคือ “ยายทอง” จึงเป็นที่มาของชื่อ “แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง”

นอกจากกลองสำริดแล้วยังพบหลักฐานอื่น ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นภาชนะดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ และเครื่องประดับโลหะและทองคำ ภายในหลุมขนาดความกว้าง 4 เมตร ยาว 4.5 เมตร ตามแกนแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก คุณกรรณิการ์เผยว่า มีแผนเปิดพื้นที่ทางด้านทิศตะวันตกของหลุมเพิ่ม เพื่อศึกษากลองมโหระทึกที่พบเพิ่มอีก 2 ใบตอนขยายหลุมด้วย

เจออะไรที่บ้านดอนพลับ

หลักฐานแรกที่พบในแหล่งโบราณคดีดอนยายทองคือ กลองสำริด เป็นกลองรูปแบบเดียวกับวัฒนธรรมดองซอน วัฒนธรรมยุคสำริดที่มีศูนย์กลางอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำแดง ตอนเหนือของเวียดนาม โดยเป็นกลองที่พบเป็นแบบเฮเกอร์ 1กำหนดอายุได้ในช่วง 2,000-1,500 ปีเป็นต้นมา

ชิ้นส่วนขอบฐานของกลองใบที่ 2 พบในระดับความลึก 60 เซนติเมตรจากผิวดิน พร้อมภาชนะดินเผาแบบหม้อก้นกลมทางทิศเหนือ ตะวันตก และตะวันตกเฉียงใต้ของกลอง และระดับความลึก 1 เมตรจากผิวดิน ก็พบขอบหน้ากลองใบแรกจากการวางคว่ำหน้ากลองลงพื้น

ทิศเหนือและทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกลอง พบหลักฐานสำคัญคือชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์จำนวน 8 โครง ทั้งหมดหันศีรษะไปทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สภาพโดยรวมไม่สมบูรณ์นักจากความชื้นและดินซึ่งเป็นกรดสูง มีการอุทิศภาชนะสำริดบริเวณศีรษะ ข้างลำตัว และปลายเท้าของโครงกระดูก ที่สำคัญคือทุกโครงสวมเครื่องประดับ ได้แก่ กําไลข้อเท้า ลูกปัดหิน ลูกปัดแก้ว เครื่องสำริดครอบศีรษะ

คุณกรรณิการ์ให้ข้อมูลว่า “เบื้องต้นเราแบ่งโครงกระดูกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกที่เจอก่อน 4 โครง คือกลุ่มฝั่งทิศเหนือ ส่วนอีกกลุ่มคือฝั่งทางด้านทิศใต้ ลักษณะการฝังศพทําให้พออนุมานได้ว่า กลุ่มที่ 2 เป็นการฝังคราวเดียวกัน เพราะพบชิ้นส่วนของโครงกระดูกเป็นสรีระตามกายวิภาคศาสตร์เกือบทุกโครง พบทั้งส่วนศีรษะ ลําตัว และขา

ส่วนกลุ่มที่ 1 เบื้องต้นเราสันนิษฐานว่าเป็นการฝังคนละครั้ง เพราะลักษณะของกระดูกมีการรบกวนกัน บางส่วนของท่อนขาของบางโครงก็หายไป อาจมีการฝังไปแล้วก่อนหน้านี้แล้วนํามาฝังซ้ำ โดยมีการเกลี่ยพื้นที่โครงกระดูกเก่า ๆ แล้วเอาโครงใหม่ฝังเพิ่ม แต่ระยะเวลาคงไม่ห่างกันมาก เพราะชั้นดินที่ฝังยังอยู่ในระดับเดียวกัน

กลองฝังอยู่ในระดับประมาณ 60 เซนติเมตร ส่วนโครงกระดูกอยู่ในระนาบเดียวกับที่วางกลอง ลักษณะเหมือนวางศพเสร็จก็วางกลองในระดับเดียวกัน กลองที่สูงประมาณ 40 เซนติเมตรเลยโผล่ขึ้นมาเหนือโครงกระดูก แล้วตั้งภาชนะดินเผาไว้ด้านบน ดังนั้น ก่อนเจอศพ เราจะเจอกลองกับภาชนะดินเผาก่อน”

ต้นเดือนมีนาคมยังพบฐานกลองมโหระทึกเพิ่มอีก 4 ใบ อยู่รอบโครงกระดูกในมุมทิศตะวันตกเฉียงใต้ 2 ใบ และมุมทิศตะวันตกเฉียงเหนืออีก 2 ใบ รวมเป็นกลองสำริดทั้งหมด 6 ใบแล้ว

สำหรับภาชนะดินเผาที่พบนั้นอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของหลุม ยังพบภาชนะขนาดเล็กวางเรียงซ้อนกันประมาณ 7 ใบ และมีภาชนะใบใหญ่วางอยู่ด้านล่าง ยังมีหลักฐานสำคัญอีกกลุ่มคือแหวนทองคำจำนวน 3 วง กำไลทองคำ 1 วง และจี้ทองคำจำนวน 1 ชิ้น อยู่ร่วมกับโครงกระดูก โดยกำไลทองคำสวมอยู่กับแขนของโครงกระดูกเลยทีเดียว

ร่องรอยก่อนประวัติศาสตร์แห่งเพชรบุรี

นักโบราณคดีแห่งสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ระบุข้อสันนิษฐานเบื้องต้นจากการขุดค้นจนถึงปัจจุบันว่า แหล่งโบราณคดีดอนยายทองเป็นแหล่งฝังศพยุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย หรือช่วงก่อนเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์ในดินแดนประเทศไทย คือราว ๆ 2,000-1,500 ปีมาแล้ว

การค้นพบเครื่องอุทิศในบริเวณเดียวกับจุดฝังศพ ไม่ว่าจะเป็นกลองสำริด เครื่องประดับทองคำ เครื่องประดับสำริด ภาชนะดินเผา ลูกปัดแก้ว และลูกปัดหิน ล้วนแสดงถึงสถานะทางสังคมของผู้ตายว่าเป็นบุคคลชั้นสูง หรือชนชั้นนำในอดีต

หลักฐานเหล่านี้ยังเผยความเชื่อมโยงระหว่างพื้นที่เพชรบุรีกับชุมชนโบราณอื่น ๆ โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี ซึ่งค้นพบกลองสำริดถึง 3 แห่ง คือ บ้านหนองวัวดํา อำเภอปากท่อ, เมืองโบราณคูบัว ตำบลคูบัว อําเภอเมืองราชบุรี และเขาขวาก ตำบลหนองกวาง อำเภอโพธาราม โดยกลองสำริดที่เพชรบุรีจะคล้ายกับของคูบัวทั้งลักษณะ ขนาด รูปทรง และรูปแบบดาวบนหน้ากลอง แต่คูบัวเป็นดาว 10 แฉก ขณะที่ดอนยายทองเป็นดาว 11 แฉก

คุณกรรณิการ์เล่าว่า “ทองคําที่เราเจอมีลวดลายคล้ายกับที่เจอในภาคใต้ คือที่ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นรูปแบบอิทธิพลจากอินเดีย ส่วนลักษณะลูกปัดจะคล้ายกับที่เจอจากโคกพริก แหล่งโบราณคดียุคก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ใกล้คูบัว ชุมชนสมัยทวารวดีของราชบุรี และแหล่งโบราณคดีเขาสามแก้ว จังหวัดชุมพร ซึ่งเทียบอายุที่ประมาณ 2,000-2,500 ปี

ส่วนการฝังศพที่มีเครื่องโลหะสำริดครอบศีรษะ จะเหมือนแหล่งโบราณคดีโปรเฮียร์ ในเขมรที่เขากําหนดให้อยู่ในช่วงสมัยพุทธศตวรรษที่ 1-6 ซึ่งใกล้เคียงกับแหล่งนี้ เราเลยกําหนดอายุเบื้องต้นว่าอยู่ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลาย ก่อนเข้าสู่สมัยประวัติศาสตร์เต็มตัวของบ้านเรา คือ 2,000-1,500 ปีก่อน”

อย่างไรก็ตาม นักโบราณคดียังไม่สามารถระบุเพศหรืออายุเจ้าของโครงกระดูกที่พบได้ เพราะเชิงกรานไม่ชัด และกะโหลกก็ถูกสำริดครอบอยู่ แต่ในอนาคตจะมีการพิสูจน์ข้อมูลเหล่านี้จากคราบพรัคที่หลงเหลืออยู่ตามฟันของโครงกระดูก ซึ่งจะช่วยให้ระบุเพศได้

สุจิตต์ วงษ์เทศ ชี้ว่า กลองสำริดที่พบคือหลักฐานสำคัญมาก เพราะนอกจากเป็นเครื่องแสดงสถานะทางสังคมในพิธีเรียกขวัญและส่งขวัญขึ้นฟ้าของคนโบราณแล้ว ยังเป็นหลักฐานชี้ชัดถึงการเป็นชุมชนเริ่มแรกของเมืองเพชรบุรีเมื่อ 2,000 ปีก่อน ณ บ้านดอนพลับ ในยุคที่ดินแดนสุวรรณภูมิเริ่มเป็นส่วนหนึ่งในการเติบโตของการค้าทางทะเลกับอินเดีย โดยมีสินค้าสำคัญคือ “ทองแดง” นั่นเอง

เครื่องประดับสำริดและทองคำยังเป็นร่องรอยความรุ่งเรืองตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ของชุมชนโบราณในดินแดนแถบนี้อย่างยากจะอาจปฏิเสธ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี (สัมภาษณ์)

เฟซบุ๊ก สำนักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี. แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี. วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569. (ออนไลน์)

สุจิตต์ วงษ์เทศ, มติชนออนไลน์. กลองมโหระทึก ขุดพบใหม่เมืองเพชรบุรี.วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 .จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_5716677

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 18 พฤษภาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลองสำริด-เครื่องประดับ-กำไลทอง 3 เดือนหลังการขุดค้น “ดอนยายทอง” เรารู้อะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...