ฮือฮา! 22 ประเทศร่วมชิงแชมป์นวดแผนไทยระดับโลก
กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการพร้อมด้วยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ประกาศสนับสนุนโรงเรียนสอนนวดเอกชนและสถาบันความงามในการจัดงานแข่งขันนวดระดับโลก Wellness World Championship 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นการร่วมกันจัดงานโดยมิได้หวังผลกำไรของสถานศึกษานอกระบบประเภทวิชาชีพด้านนวดสปาและนวดแผนไทย นำโดย น.ส.อำภา ชาญรบ นายกสมาพันธ์ผู้ประกอบการสุขภาพและความงามอินเตอร์เนชั่นแนล น.ส.ปาณิสรา ศรีสำราญ นายกสมาคมแพทย์แผนไทยนครราชสีมา ผู้ได้รับอนุญาตจัดตั้งสถานศึกษาจากกระทรวงศึกษาธิการและผู้ดำเนินการศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน รวมทั้งเจ้าของโรงเรียนสอนนวดชั้นนำที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่ได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้นมา
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมผู้เข้าแข่งขันให้เกิดทักษะและความร่วมมือในการพัฒนาวิชาชีพร่วมกัน พัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและแรงงานด้านการนวด สปาและเวลเนสให้มีทักษะ ความรู้และมาตรฐานในระดับสากล สร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติเชื่อมโยงองค์กร ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการจากทั่วโลก สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพและความงามให้มีมูลค่าเพิ่มเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ การลงทุนในภาคอุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม ทำให้ผู้ประกอบการและแรงงานนวดไทยมีความมั่นคงในอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืน
การแข่งขันนวดระดับโลกครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่การแข่งขันนวดหน้า นวดไทย นวดน้ำมันและนวดฝ่าเท้า มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200 คน จาก 22 ประเทศ ทั้งในรูปแบบ Onsite และ Online โดยมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งในไทยและต่างประเทศร่วมตัดสินในแต่ละประเภทจำนวน 30 คน โดยการตัดสินจะใช้วิธีการให้คะแนนแบบ “ตัดเกรด” ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานการแข่งขันที่โปร่งใส ถือเป็นเวทีการแข่งขันด้านสุขภาพและความงามระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่แห่งปีอย่างแท้จริง
นายโกเมศ ปิยะพันธุ ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวยืนยันถึงการส่งเสริมวิชาชีพนวดแผนไทยว่ากรมพัฒนาฝีมือแรงงานมองเห็นทิศทางความต้องการของตลาดแรงงานโลกที่เปลี่ยนไป เราจึงมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนด้านการแพทย์แผนไทยและบริการสุขภาพให้มีครบวงจรผ่านกลไกสามส่วนคือการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ทันสมัย การมีศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงานที่ทันสมัยและการเชื่อมโยงทักษะเข้ากับตำแหน่งงานที่เหมาะสมในอุตสาหกรรมเวลเนสระดับโลก
“สำหรับนักกีฬาที่เข้าแข่งขันทุกท่านท่านคือทูตทางวัฒนธรรมและสุขภาพ มือของท่านไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่การสัมผัสเพื่อผ่อนคลาย แต่คือการส่งมอบพลังแห่งการรักษาและฟื้นฟูสู่เพื่อนมนุษย์ การแข่งขันในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาผู้ชนะเพื่อรับรางวัลแต่คือพื้นที่แห่งการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศในวิชาชีพ การแลกเปลี่ยนเทคนิคจากวัฒนธรรมและการร่วมกันสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับองค์การสุขภาพโลก จึงเชื่อว่าพลังแห่งการพัฒนาฝีมือแรงงานจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญหรือซอฟพาวเวอร์ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไทยในเวทีโลกอย่างยั่งยืน“
ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดงานแข่งขันการนวดระดับโลก Wellness World Championship 2026 ในครั้งนี้ ซึ่งการแข่งขันที่ทางเจ้าภาพร่วมกันจัดขึ้นมิใช่เพียงเวทีเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เป็นเวทีแห่งการเรียนรู้ การแสดงสมรรถนะและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพจากหลากหลายประเทศ
“ศาสตร์ด้านการนวด โดยเฉพาะการนวดไทยเป็นภูมิปัญญาที่มีคุณค่า เป็นทั้งทักษะอาชีพ วัฒนธรรมและบริการที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของผู้คนโดยตรง เมื่อได้รับการพัฒนาอย่างมีมาตรฐาน ย่อมสามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจสุขภาพ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการสร้างโอกาสทางอาชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างยั่งยืน เวทีการแข่งขันเช่นวันนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่เชื่อมโยงการเรียนรู้กับการประกอบอาชีพจริงอย่างมีคุณค่า”
ด้านนางสาวอำภา ชาญรบ หรือ “ครูอ้อย” ผู้บริหารโรงเรียนวิทยาการสุขภาพและความงามสยามอินเตอร์ กล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการและกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่ช่วยส่งเสริมและผลักดันให้อาชีพนวดแผนไทยให้ดังไกลไปถึงระดับโลก สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้คนไทยได้อย่างแท้จริง แม้ผู้ที่มาเรียนจะมีหรือไม่มีวุฒิการศึกษาก็ตามแต่เมื่อเรียนจนครบตามหลักสูตรแล้วก็สามารถพัฒนาตัวเองให้เป็นหมอนวดที่มีคุณภาพ นำรายได้กลับไปเลี้ยงครอบครัวได้ การจัดการแข่งขันครั้งนี้จึงถือเป็นก้าวที่สำคัญของวงการนวดแผนไทยที่จะยกระดับเป็นมาตรฐานวิชาชีพสากลต่อไป
ด้าน น.ส.ปาณิสรา ศรีสำราญ หรือ “ครูแก้ว” นายกสมาคมแพทย์แผนไทยจังหวัดนครราชสีมาในฐานะผู้บริหารโรงเรียนปาณินวดแผนไทยกล่าวว่าการแข่งขันการนวดอย่างเป็นระบบของประเทศไทยครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการยกระดับวิชาชีพการนวดและสปาไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก หากหมอนวดไทยได้รับการยอมรับในระดับสากลเมื่อเรียนจบมีใบรับรองอย่างถูกต้องจากกระทรวง ก็จะทำให้มีโอกาสไปทำงานในต่างประเทศมากขึ้น ถือเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับคนไทยอีกทางหนึ่งในภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่อย่างนี้ โดยทางเจ้าภาพผู้จัดงานมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้ด้านการนวดที่แท้จริง มิใช่การนวดแอบแฝงให้กับบุคลากรผู้สำเร็จการศึกษา ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้หมอนวดไทยได้โกอินเตอร์มากขึ้น