“รูเปียห์” นำโด่งสกุลเงินอ่อนค่าสุดในภูมิภาค 7.1% ขณะที่เงินบาทรั้งอันดับ 4
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย "รูเปียห์" อินโดฯ นำโด่งอ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาคดิ่งแล้ว 7.1% ตามด้วยรูปีและวอน ด้านเงินบาทไทยอ่อนค่าทำสถิติใหม่เช้านี้แตะ 32.99 บาทต่อดอลลาร์ฯ คาดกรอบวันนี้ 32.85-33.00
11 มิ.ย.2569 - ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าทดสอบแนว 33.00 ก่อนจะกลับมาปรับตัวอยู่ที่ระดับ 32.92-32.94 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.45 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยในช่วงเช้าเห็นการเคลื่อนไหวของเงินบาทอ่อนค่าไปแตะ 32.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นการอ่อนค่าครั้งใหม่หากเทียบกับการอ่อนค่ามากที่สุดของวันก่อนหน้าที่อยู่ 32.97 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
“ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันนี้ เงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว 4.2% อยู่ในอันดับ 4 ของสกุลเงินที่อ่อนค่าในภูมิภาค ขณะที่เงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียอ่อนค่าลง 7.1% ขึ้นมาเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากที่สุดในภูมิภาค ตามมาด้วยรูปีของอินเดียที่อ่อนค่าลง 5.7%ที่การอ่อนค่าเท่ากับวอนของเกาหลีใต้ และไทยตามลำดับ”
ดร.กาญจนา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ แม้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่ก็โน้มไปในด้านอ่อนค่า ตามทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลงหลุดแนว 4,100 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนจากการคาดการณ์ของตลาดว่าเฟดอาจจะกลับมาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงปลายปีนี้เพื่อสกัดแรงกดเงินเฟ้อท่ามกลางสัญญาณตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังไม่สิ้นสุดลง
“ตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไป (CPI Inflation) ของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ 4.2% YoY ในเดือนพ.ค.] นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เพิ่มช่วงบวกหลังมีข่าวว่า อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ก็เป็นปัจจัยกดดัน Sentiment ของสกุลเงินเอเชีย และเงินบาทด้วยเช่นกัน”
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.85-33.00 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การตอบรับของตลาดต่อตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลการประชุม ECB และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนพ.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์