โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หนุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์ ถูกฟ้าผ่าดับคาบ้าน เมียยังคาใจ เล่านาทีเห็นสายฟ้าแลบ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

บุรีรัมย์ ญาติและชาวบ้านยังคาใจ ฟ้าผ่าหนุ่มวัย 31 ปีเสียชีวิต เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะนั่งอยู่ในบ้านแท้ๆ ภรรยาผู้เสียชีวิตเล่านาทีก่อนเกิดเหตุ เห็นสายฟ้าแลบ เผยเตือนสามีแล้วอย่าเล่นโทรศัพท์
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 จากกรณีนายรุ่ง เปลี่ยนกลาง อายุ 31 ปี ชาวตำบลบุกระสัง อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะฝนกำลังตก เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น.ของคืนวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา
เหตุดังกล่าวสร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านและผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก เพราะจุดเกิดเหตุผู้เสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักของตัวเอง เพียงแค่เล่นโทรศัพท์แล้วถูกฟ้าผ่า ต่างจากเหตุฟ้าผ่าทั่วไปที่มักจะเกิดขึ้นตามทุ่งนาหรือต้นไม้ใหญ่ ชาวบ้านยังมองว่ามีอะไรผิดปกตินอกจากนี้หรือไม่ เพราะบ้านพักอาศัยถือว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเหตุฟ้าผ่า
นางสาวสุพิชชา สมพร อายุ 29 ปี ภรรยาผู้เสียชีวิต เล่าว่า เห็นภาพกับตาแล้วยังทำใจไม่ได้ ช่วงเกิดเหตุตนปิดไฟเหลือไว้เพียงหลอดเดียวแต่ไม่สว่าง
เห็นสามีนั่งเล่นโทรศัพท์พร้อมกับเสียบชาร์จเอาไว้ ระหว่างนั้นฝนตกฟ้ากำลังแรงมีเสียงฟ้าผ่าตามมาเป็นระยะ ตนเห็นสามีนั่งเล่นโทรศัพท์ จึงเตือนไปว่าให้ระวัง สามีหันมามองแล้วบอกว่า “หือ” (ไม่เป็นไร) เพียงเสี้ยววินาที เห็นแสงพุ่งเข้ามาภายในห้อง ทำให้ทั้งห้องมีแสงจ้า ก่อนจะมีเสียงฟ้าผ่ามาดังสนั่น จากนั้นสามีได้ล้มชักกระตุกลงนอนหายใจหลายเฮือก ก่อนจะขาดใจตายในที่สุดต่อหน้าตนกับลูก
“ยอมรับว่าเหตุการณ์แบบนี้ตนไม่เคยได้ยินมาก่อนที่ฟ้าจะผ่าลงกลางบ้านคนได้ เท่าที่สังเกตที่เต้ารับไฟ มีเสียบชาร์จโทรศัพท์กับพัดลมเอาไว้ แต่ทั้งโทรศัพท์และพัดลมไม่เป็นอะไร แต่กระแสไฟเข้าร่างสามี หลังจากนี้จะอยู่อาศัยอย่างไร จะระแวงแค่ไหน เพราะไม่รู้ว่าใต้พื้นบ้านมีสารอะไรหรือไม่ที่ทำให้ฟ้าผ่าได้ถึงขนาดนี้”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หนุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์ ถูกฟ้าผ่าดับคาบ้าน เมียยังคาใจ เล่านาทีเห็นสายฟ้าแลบ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...