โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีบย้ายด่วน! เตือน 5 สิ่ง "อย่าวางบนตู้เย็น" ทำเครื่องพังไว-ค่าไฟพุ่งปรี๊ด แถมทำลายฮวงจุ้ย

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ขัดลาภ-เงินรั่ว! เปิดความลับหลังตู้เย็น จุดอับสายตาที่ห้ามวาง

เช็กด่วนก่อนพัง! เปิดลิสต์ 5 สิ่งห้ามวาง "บนหลังตู้เย็น" เด็ดขาด ทำเครื่องอืด-กินไฟ แถมทำลายฮวงจุ้ยเงินทอง

"ตู้เย็น" ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสามัญประจำบ้านที่แทบทุกครอบครัวต้องเปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีวันหยุด ทว่าสำหรับบ้านที่มีพื้นที่ห้องครัวจำกัด หลาย ๆ คนมักจะติดนิสัยชอบใช้พื้นที่ว่างราบเรียบอย่าง "หลังตู้เย็น" เป็นจุดวางของอเนกประสงค์เพื่อความสะดวกและประหยัดพื้นที่ โดยหารู้ไม่ว่าพฤติกรรมเคยชินนี้ส่งผลเสียต่อตัวเครื่องอย่างร้ายแรง ทั้งทำให้อายุการใช้งานสั้นลง ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น แถมยังเสี่ยงเรื่องสุขอนามัยและขัดหลักฮวงจุ้ยเรียกทรัพย์อีกด้วย

วันนี้เราจะพาไปกาง 5 สิ่งของต้องห้ามที่คุณไม่ควรนำไปวางตั้งไว้บนหลังตู้เย็นเด็ดขาด เพื่อเซฟเงินในกระเป๋าจากค่าไฟและยืดอายุเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ยาวนานขึ้น มาเช็กกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง

เปิดโผ 5 สิ่งของต้องห้าม แนะนำให้ย้ายออกจากหลังตู้เย็นทันที

1. เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ (ไมโครเวฟ, หม้อหุงข้าว, กาต้มน้ำไฟฟ้า)

หลายครอบครัวที่ห้องครัวแคบมักจะนำไมโครเวฟหรือหม้อหุงข้าวไปตั้งซ้อนไว้บนหลังตู้เย็นเพื่อประหยัดพื้นที่ แต่ในทางวิศวกรรมไฟฟ้า ตู้เย็นจะปล่อยความร้อนออกมาทางด้านบนและด้านข้างในขณะทำงาน การนำเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นไปตั้งทับจะทำให้ความร้อนแผ่กระจายออกไม่ได้และเกิดการสะสมความร้อนทวีคูณ ซึ่งนอกจากจะทำให้ระบบทำความเย็นของตู้เย็นเสื่อมประสิทธิภาพแล้ว ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัยที่อันตรายมาก ๆ

2. อาหารสด ขนม และของกินทุกชนิด

หลายคนเวลาไปตลาดหรือเดินซื้อของกลับมาบ้าน มักจะชอบหิ้วถุงผลไม้ ขนมขบเคี้ยว หรืออาหารที่กินเหลือไปวางแปะไว้บนตู้เย็นเพราะคิดว่าหยิบง่าย แต่จุดนั้นคือแหล่งสะสมของละอองฝุ่นและมีความร้อนระเหยออกมาตลอดเวลา อุณหภูมิที่อุ่นชื้นบนหลังตู้เย็นจะเร่งให้แบคทีเรียและเชื้อราเจริญเติบโตในอาหารได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาหารบูดเสียและเป็นอันตรายต่อระบบลำไส้หากเราเผลอรับประทานเข้าไป

3. ของหนักและของชิ้นใหญ่เทอะทะ (ถังน้ำ, กระเป๋าเดินทาง, กล่องลัง)

การเห็นหลังตู้เย็นเป็นพื้นที่ราบหน้ากว้างไม่ได้แปลว่าเราจะนำของหนัก ๆ ไปวางกดทับได้ค่ะ การวางถังน้ำดิบ กระเป๋าเดินทาง หรือกล่องเก็บของขนาดใหญ่จะสร้างแรงกดทับมหาศาลลงบนโครงสร้างของตู้เย็น ส่งผลให้ตัวถังเกิดอาการบิดเบี้ยวหรือยุบตัวลงเมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งจะส่งผลให้ตู้เย็นทำงานเสียงดังผิดปกติและแผ่ความเย็นได้แย่ลง ที่สำคัญหากเกิดแรงสั่นสะเทือนขณะเครื่องทำงาน สิ่งของหนัก ๆ เหล่านี้อาจร่วงหล่นลงมากระแทกใส่คนในบ้านหรือเด็กเล็กจนบาดเจ็บได้

4. เงินทอง กระเป๋าสตางค์ หรือเอกสารสำคัญประจำบ้าน

ในแง่ของความเป็นจริง ความร้อนและความชื้นที่ลอยขึ้นมาจากตู้เย็นสามารถทำให้กระดาษเอกสารสำคัญเกิดการบิดงอ ชำรุด หรือซีดจางได้ง่าย ส่วนในแง่ของศาสตร์ฮวงจุ้ย ตู้เย็นถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม "ธาตุน้ำ" ซึ่งเปรียบเสมือนคลังสมบัติและตู้เซฟเก็บเสบียงของบ้าน การนำเงินทองหรือเอกสารสิทธิ์สำคัญไปวางไว้บนธาตุน้ำที่เลื่อนไหล จะส่งผลให้การเงินของครอบครัวเกิดความผันผวน เงินทองรั่วไหล ขัดลาภ และทำให้เก็บทรัพย์สินไม่อยู่

5. ของจิปาถะรกเรื้อ (ถุงพลาสติกขยำ, ขวดเปล่า, สิ่งของไม่ใช้แล้ว)

หลังตู้เย็นมักกลายเป็นจุดโยนทิ้งของรก ๆ เช่น ถุงหิ้วพลาสติกที่ใช้แล้ว ขวดน้ำเปล่า หรือเศษสิ่งของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ซึ่งเมื่อสะสมนานเข้าจะกลายเป็นแหล่งกักเก็บฝุ่นหนาเตอะ ทำลายทัศนียภาพความสะอาดตาในห้องครัว และในทางฮวงจุ้ยระบุว่า ความรกเรื้อเหนือน่านน้ำคลังสมบัติจะทำให้พลังงานดีติดขัดและนำพาความอับโชคมาสู่บ้าน

การดูแลรักษาหลังตู้เย็นให้โล่ง โปร่ง และสะอาดสะอ้านอยู่เสมอ เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการช่วยให้ตู้เย็นระบายความร้อนได้ดี ทำความเย็นได้ฉับไว และช่วยเซฟเงินค่าไฟในบ้านได้อย่างเห็นผล รู้แบบนี้แล้ว วันหยุดนี้ลองเดินไปสำรวจห้องครัว แล้วจัดระเบียบย้ายสิ่งของเหล่านี้ออกจากหลังตู้เย็น เพื่อคืนความโปร่งโล่งและเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ทุกคนในครอบครัวกัน!

แหล่งข้อมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...