กรมอนามัยชูผลสำเร็จ ‘หวาน 50%’ คนไทยตื่นตัวสั่งหวานน้อย-ไม่หวานเพิ่มขึ้น ลุยขยายผลครอบคลุม 3 หมื่นสาขา
วันนี้ (26 พฤษภาคม) แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายด้านสุขภาพของประชาชน ว่า ปัจจุบันมีภาคธุรกิจเครื่องดื่มรายใหญ่ให้ความสนใจและเข้าร่วมขับเคลื่อนแคมเปญ หวานปกติ = หวาน 50% เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขยายตัวจากเดิม 7 บริษัทในช่วงเริ่มต้น เพิ่มขึ้นเป็น 11 บริษัท ซึ่งครอบคลุมจุดจำหน่ายมากกว่า 30,000 สาขาทั่วประเทศ
ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมทางอาหาร (Food Environment) ที่เอื้อต่อการดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม จากข้อมูลการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของหลายบริษัทพบว่า ผู้บริโภคเริ่มมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสั่งเครื่องดื่มอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเมนูที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงมีสถิติการสั่งเมนูหวานน้อย (ระดับความหวานร้อยละ 25) และเมนูไม่หวาน เพิ่มสูงขึ้น
สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยเริ่มคุ้นชินกับรสชาติที่หวานน้อยลงและเปิดรับทางเลือกเพื่อสุขภาพมากขึ้น โดยป้ายสัญลักษณ์ของแคมเปญที่กรมอนามัยให้การสนับสนุน มีส่วนสำคัญในการสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคปรับลดระดับความหวานลงโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกบริโภคสิ่งที่ดีต่อสุขภาพได้โดยไม่ต้องใช้มาตรการบังคับทางกฎหมาย
ทางด้าน นายแพทย์ปกรณ์ ตุงคะเสรีรักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย ได้กล่าวเสริมถึงความสำเร็จของแคมเปญนี้ว่า ไม่ได้เกิดจากการบังคับห้ามบริโภคความหวาน แต่เป็นการปรับเปลี่ยนค่าความหวานเริ่มต้น ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดไม่ต้องเลิกหวาน แค่ลดลงครึ่งเดียวก็พอ ซึ่งเป็นกุศโลบายที่ช่วยให้ประชาชนสามารถลดปริมาณการบริโภคน้ำตาลในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการยังได้นำเสนอแนวทางในการขยายผลไปยังเมนูเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ควบคู่ไปกับการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย การสื่อสารสร้างความเข้าใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการอบรมพนักงานหน้าสาขา เพื่อร่วมกันผลักดันให้ระดับความหวาน 50% กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ (New Standard) ของสังคมไทยในอนาคต
ทั้งนี้ หลายบริษัทยังมีแผนการเตรียมขยายเมนูเครื่องดื่มในแคมเปญเพิ่มขึ้น และเตรียมต่อยอดความร่วมมือไปยังกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและขนมที่ลด หวาน มัน เค็ม ตามเกณฑ์เมนูชูสุขภาพและเมนูทางเลือกสุขภาพของกรมอนามัย
ซึ่งกรมอนามัยยืนยันที่จะเดินหน้าสนับสนุนการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ ทั้งในมิติของอาหาร เครื่องดื่ม และการปรับพฤติกรรม เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับประชาชนชาวไทย โดยเชื่อมั่นว่าสุขภาพที่ดี สามารถเริ่มต้นได้จากการลดความหวานลงในชีวิตประจำวัน