เพิ่งสร้างเสร็จ 3 สัปดาห์ ฝายน้ำล้น อบจ.พิจิตร พังแล้ว
(25 พ.ค. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากเหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดพิจิตร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำและลำคลองต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและไหลเชี่ยวกราก จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงการก่อสร้างฝายน้ำล้น “หนึ่งตำบลหนึ่งฝาย” ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร ล่าสุดพบฝายชะลอน้ำคลองห้วยใหญ่-คลองห้วยเล็ก หมู่ 8 บ้านคุยกระชาย ตำบลวังโมกข์ อำเภอวชิรบารมี ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างสูงถึง 1,487,000 บาท ได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนแผ่นคอนกรีตทรุดตัวและพังทลายเสียหายยับเยิน ทั้งที่เพิ่งดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จมาได้เพียง 3 สัปดาห์ และยังอยู่ในระหว่างรอการตรวจรับและส่งมอบงานเท่านั้น
.
เหตุการณ์ฝายพังก่อนส่งมอบงานในลักษณะเดียวกันนี้ ได้เกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมมาแล้วถึง 4 แห่ง จากทั้งหมด 30 แห่งทั่วจังหวัด เช่น ในพื้นที่อำเภอสามง่าม และอำเภอเมืองพิจิตร ซึ่งสร้างความกังขาให้แก่ชาวบ้านและหลายภาคส่วนว่าโครงการดังกล่าวอาจส่อไปในทางทุจริต ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน หรือคำนวณออกแบบไม่ถูกต้อง เนื่องจากพบว่าฝายที่พังเสียหายทั้งหมดถูกจัดจ้างโดยบริษัทรับเหมาเพียงรายเดียวกัน
.
ล่าสุด ป.ป.ช.พิจิตร ได้ส่งทีมชมรมสตรอง จิตพอเพียงต้านทุจริต ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอวชิรบารมี ลงพื้นที่ตรวจสอบทางกายภาพ พบว่าบริเวณที่พังทลายไม่มีเหล็กเส้นยึดโยงโครงสร้างคอนกรีตตามที่ควรจะเป็น รวมถึงไม่มีการติดตั้งป้ายระบุรายละเอียดโครงการ แจ้งงบประมาณ หรือระยะเวลาค้ำประกันงานให้ประชาชนรับทราบแต่อย่างใด
.
ด้าน นายดนัย ผ่องแผ้ว ปลัดอำเภอวชิรบารมี ได้สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้านเร่งเปิดประตูระบายน้ำทางตอนเหนือเพื่อลดแรงดันน้ำและสำรวจความเสียหายเพิ่มเติม ขณะที่เครือข่ายต้านทุจริตเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการขั้นเด็ดขาด
.
ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยังบริษัทผู้รับเหมาทางโทรศัพท์ ได้รับการชี้แจงว่า ทางบริษัทชนะการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และดำเนินการก่อสร้างตามแบบแปลนของ อบจ.พิจิตร ทุกประการ ส่วนสาเหตุที่ฝายพังทลายลงอย่างง่ายดายนั้น น่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการออกแบบของหน่วยงานรัฐที่ไม่มีการเสริมโครงสร้างเสาตอหม้อเพื่อต้านทานแรงมุกของกระแสน้ำ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงการดังกล่าวยังไม่ได้เบิกจ่ายเงินงบประมาณ ทาง อบจ.พิจิตร เตรียมทำหนังสือสั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งเข้าดำเนินการรื้อถอนและซ่อมแซมใหม่อีกครั้งต่อไป