โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รอยแผลเป็นหายเองได้ไหม

Health Daily

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2565 เวลา 10.00 น. • สุขภาพดีดี

รอยแผลเป็นหายเองได้ไหม

แผลเป็นเป็นปัญหากวนใจใครหลายๆคน เพราะอาจจะทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจ ซึ่งหลายคนสงสัยว่า รอยแผลเป็นหายเองได้ไหม ?

หรือจะต้องทาครีมบำรุง หรือเลเซอร์รอยแผลเป็นให้หายไป วันนี้ สุขภาพดีดี.com ได้รวบรวมข้อมูลดีดีเกี่ยวกับรอยแผลเป็น มาให้ทุกคนได้อ่านกันค่ะ

แผลเป็นเกิดขึ้นจากกระบวนการหนึ่งของการรักษาแผลที่ร่างกายสร้างขึ้น ร่างกายจะทำการการผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าคอลลาเจน

เพื่อช่วยสร้างเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายขึ้นใหม่ ทำให้บาดแผลหายเป็นปกติในที่สุด แต่สิ่งที่จะหลงเหลือเอาไว้นั้นก็คือ “รอยแผลเป็น”

ซึ่ง รอยแผลเป็นไม่มีวันหายขาดได้ สามารถจางลงได้เพียงเท่านั้น แต่ปกติแล้วหากไม่ได้เป็นแผลเป็นลึกหรือมีบริเวณกว้าง ก็มีโอกาสที่จะจางลงและกลับมาเป็นปกติสูงมากค่ะ

รอยแผลเป็นแบ่งออกเป็น 3 ประเภท

มาเริ่มกันที่ทำความรู้จักกับรอยแผลเป็นกันก่อนนะคะ รอยแผลเป็นมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เป็นปัญหาหลักๆจะมี 3 ชนิดค่ะ

แผลเป็นแบบเนื้อแหว่งหายไปหรือแบบบุ๋ม สังเกตดูก็จะเห็นว่าผิวตรงนั้นจะยุบตัวมากกว่าผิวปกติ

แผลเป็นแบบนูน จะเป็นแผลที่มีเนื้อแข็ง แต่ว่าจะนูนตามแนวแผลเดิมเท่านั้น

แผลเป็นแบบคีลอยด์ จะเป็นแผลคล้ายๆ แบบนูน แต่ขอบเขตการปูดของแผลเป็นจะลุกลามออกมามากกว่ารอยแผลเดิม และมีขนาดใหญ่มากขึ้น

การรักษารอยแผลเป็น

1.ปล่อยให้จางลงไปเอง ซึ่งระยะเวลาในการจะทำให้รอยแผลเป็นนั้นจางลงนั้น จะใช้ระยะเวลาอยู่ที่ 12-18 เดือน หรือถ้าหากเป็นรอยแผลเป็นจางๆก็จะให้เวลาเพียง 6-12เดือนเท่านั้น

2.ทาครีมลดรอยแผลเป็น โดยยาทาที่ใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นยาทา ที่ช่วยในเรื่องการลดการทำงานของเม็ดสีดำที่ผิวหนัง หรือเมลานิน และยาทาที่มีสารออกฤทธิ์เป็น Anti-oxidant ซึ่งช่วยในการลดรอยดำของแผล สำหรับแอดมินเอง

แอดมินเลือกใช้ Kelosil เนื่องจาก Kelosil จะมีความแตกต่างจากครีมลดรอยแผลเป็นทั่วๆไปที่จะทาแล้วซึมเข้าไปในเนื้อผิว แต่ตัว Kelosil จะเป็นการเคลือบรอยแผลเป็นนั้น ทำให้เรามั่นใจได้ว่าครีมที่เราทาไปนั้นจะไม่หลุดหายไปไหนระหว่างเราใช้ชีวิตประจำวัน

วิธีการใช้ : ซิลิโคนเจลบาง ๆเคลือบบริเวณจุดแผลเป็นเพื่อลดการก่อตัวของผิวส่วนเกินและความเข้ม,รอย ของพื้นผิวที่ผิดปกติหรือเป็นแผลเป็นได้

3.การฉีดสารเพื่อลดรอยแผลเป็น ซึ่งวิธีนี้เป็นการใช้สารยาที่เป็นตัวสารเคมี ซึ่งการใช้ยาหรือสารเช่น Bleomycin หรือยาที่มีส่วนผสมของSteroid ออกฤทธิ์ลดขนากที่กว่างใหญ่นูนของแผลให้เล็กและนุ่มลงได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์ในการพิจารณาปริมาณที่ใช้ตามขนาดของแผล

4.การทำเลเซอร์ ใช้พลังงานเลเซอร์ส่งไปยังชั้นผิวหนังทำลายเนื้อเยื่อรอยแผลที่นูนให้เรียบยิ่งขึ้น หากได้รับการทำเลเซอร์อย่างต่อเนื่องแผลอาจมีขนาดเล็กลงและเรียบได้

5.การผ่าตัด ในกรณีที่เกิดแผลมานานแล้ว เพื่อจัดรูปทรงและตำแหน่งของแผลให้ดีขึ้น ตัดส่วนที่เป็นแผลนูนออก และสามารถลดขนาดของรอยแผลเป็นได้อีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็อาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นในรูปแบบอื่นได้อีกด้วย

จากบทความนี้สามารถสรุปได้ว่า แผลเป็นเมื่อเกิดขึ้นแล้วไม่สามารถหายขาดได้อย่าง 100% ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดคือการระวังไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น แต่ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วสามารถแก้ได้ในหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความสะดวกของทุกท่าน

ที่มาข้อมูล : www.pobpad.com/

ram-hosp.co.th

thecloverskinclinic.com/

www.iskycenter.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...