โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิถีแห่งกลยุทธ์ : ภาพลึก เร้นลับ นักกลยุทธ์ มหัศจรรย์ จังหวะ ‘กาเซี่ยง’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ต.ค. 2565 เวลา 05.40 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2565 เวลา 05.00 น.

ภาพลึก เร้นลับ
นักกลยุทธ์ มหัศจรรย์
จังหวะ ‘กาเซี่ยง’

หากประเมินผ่านสถานการณ์ศึกที่เขาเตงสันซึ่ง โจโฉ ยกทัพหลวงไปด้วยตนเอง การดำรงอยู่ของกาเซี่ยงก็ถือว่าอยู่ในยุคปลาย

เห็นได้จากมุมมองของ “เหอมู่” ผ่านยุทธนิยาย “จารชนสามก๊ก”

ภาพจากสายตาของ กาเอ๊ก เมื่อเดินทางไปคารวะ ณ จวนติงโหว ในนครฮูโต๋ กาเซี่ยง น้ำลายไหลย้อยที่มุมปาก จ้องมอง กาเอ๊ก ที่อยู่เบื้องหน้าอย่างมึนงง

กาเอ๊ก ถอนใจ

จากบ้าน 3 ปี ปู่น้อยกลายเป็นคนแก่เลอะเทอะ อยู่คุยเป็นเพื่อนกับผู้เฒ่ามาครึ่งชั่วยามแล้ว เขากลับจำไม่ได้ว่าตนเป็นใคร

นี่ย่อมแย้งกับข้อสังเกตจาก เจียวเจ้ แห่งสำนักจิ้นโจ้วเฉาก่อนหน้านี้สิ้นเชิง

“แก่น่ะแก่จริง แต่มิได้เลอะเทอะแม้แต่น้อย ปู่น้อยของเจ้าแผนพิสดารมีเป็นร้อย คำนวณการแม่นยำดุจเทพยดา ใต้ฟ้านี้ไม่มีใครเทียบเคียง”

เป็นเช่นนั้นจริงละหรือ

หากพลิก “พิชัยสงคราม สามก๊ก” ของ สังข์ พัธโนทัย ไปยังภาคนามานุกรมบุคคล ตรงชื่อ กาเซี่ยง (เจี๋ยสวี)

ก็จะรู้ว่าเป็นชาวกูจั้ง อำเภออู่อุย มณฑลกานซู

เป็นที่ปรึกษาของ ลิฉุย กุยกี ก่อน ได้แนะนำให้บุคคลทั้งสองเข้ายึดราชธานีเตียงฮัน ฆ่า อ้องอุ้น และควบคุม พระเจ้าเหี้ยนเต้ ไว้

ลิฉุย กุยกี ก็ทำตามคำแนะนำนี้ และเป็นผลสำเร็จ

ต่อมา เข้าช่วย พระเจ้าเหี้ยนเต้ หนี ลิฉุย กุยกีกลับไปลั่วหยาง เป็นผู้คัดค้านมิให้ ลิฉุย กุยกีปราบ โจโฉ

ลิฉุย กุยกีก็โกรธจะฆ่ากาเซี่ยงเสีย

กาเซี่ยง น้อยใจมาก เมื่อ ลิฉุย กุยกี สิ้นชีพ ก็ไปเป็นที่ปรึกษาของ เตียวสิ้ว เจ้าเมืองอ้วนเซีย และเป็นผู้แทนของ เตียวสิ้ว เข้าเจรจากับ โจโฉ ซึ่งยกทัพมาตีอ้วนเซีย จึงขอผูกมิตรด้วย

โจโฉเห็นลักษณะของกาเซี่ยงก็ชอบใจตกลงรับความเป็นมิตร

จะเห็นได้ว่าชะตากรรมของ กาเซี่ยง มีความสัมพันธ์กับชะตากรรมของ โจโฉ อย่างชนิดที่เรียกได้ว่าแปลกอย่างพิสดาร

สังข์ พัธโนมัย อาจอธิบายสั้นๆ เพียงว่า

โจโฉ เห็นลักษณะของ กาเซี่ยง ก็ชอบใจตกลงรับความเป็นมิตร แต่แล้ว กาเซี่ยง ก็ให้ เตียวสิ้ว เข้าตีทัพ โจโฉ แตกพ่ายกลับไป

โดยมิได้ให้รายละเอียดว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

ต่อเมื่ออ่าน “นามานุกรมสามก๊ก ฉบับแฟนพันธุ์แท้” ของ ชัชวนันท์ สันธิเดช จึงเข้าใจสภาพการณ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า

เมื่อเข้าเมืองได้ โจโฉ กลับทำบัดสี

เอา นางเจ่าซือ อดีตภรรยาของ เตียวเจ ไปเป็นภรรยาแล้วพาไปตั้งค่ายเสพสุขกันนอกเมือง กาเซี่ยงจึงวางแผนให้ เตียวสิ้ว ลอบเข้าตีค่ายของ โจโฉจนแตกยับเยิน

ยึดเมืองอ้วนเซียคืนได้อย่างง่ายดาย

บทบาทของ กาเซี่ยง จึงมีผลต่อ โจโฉ เป็นอย่างมาก ทั้งในด้านอันสร้างความเจ็บแค้นและในด้านอันสร้างความประทับใจ

ตัวอย่างหนึ่งอ่านได้จาก “กลศึกสามก๊ก”

ผลงานการค้นคว้าและวิเคราะห์ ของ “หลิ่ปิงเอี้ยน ซุนจิ้ง” ซึ่ง บุญศักดิ์ แสงระวี แปลมาจากภาษาจีน

ตอน “แผนซ้อนแผน กลซ้อนกล กาเซี่ยงรู้เท่าทันแผนการโจโฉ”

ระบุว่า ใน “ตำนานสามก๊ก” กาเซี่ยง นับว่าเป็นนักวางแผนทางยุทธศาสตร์ที่ค่อนข้างจะยอดเยี่ยมคนหนึ่ง ก่อนหน้าที่จะไปเข้าด้วยกับ โจโฉ ได้สร้างบทเรียนทางการทหารซึ่งใช้สติปัญญาไปเอาชนะข้าศึกอย่างวิเศษ

สายตาอันแหลมคมของ กาเซี่ยง รู้ทันถึงแผนการโจมตีเมืองลำหยงของ โจโฉ จึงได้สร้างบ่วงดักขึ้นอย่างแนบเนียน

และทำลายกองทัพโจโฉจนยับเยิน

ในฤดูร้อนของปี ค.ศ.198 โจโฉ แอบอ้างพระราชโองการของ พระเจ้าเหี้ยนเต้ ยกทัพไปพิชิตเตียวสิ้ว แห่งลำหยงเป็นครั้งที่ 2

เตียวสิ้ว สู้ไม่ได้จึงถอยกลับเข้าไปรักษาเมืองไว้อย่างเหนียวแน่น

โจโฉ เข้าตีกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จจึงขี่ม้าวนไปรอบๆ เมืองติดต่อกัน 3 วันด้วยตัวเอง ก็พบว่าทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของกำแพงเมืองมีสีอิฐเก่าใหม่ไม่เหมือนกัน งาแซงขวากหนามส่วนมากก็ชำรุด

จึงคิด “อุบาย” ไว้อย่างหนึ่ง

ออกคำสั่งอย่างเปิดเผยให้สะสมเสบียงอาหารและชุมนุมไพร่พลไว้ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของกำแพงเมือง

แสดงท่าทีจะเข้าโจมตีทางด้านนี้

แต่ในทางเป็นจริงแล้วกลับสั่งให้กองทัพตระเตรียมเครื่องศัสตราวุธที่จะใช้โจมตีเมืองให้พร้อมอย่างลับๆ

หมายมุ่งที่จะเข้าโจมตีเมืองด้านตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีจุดอ่อน..

แต่ โจโฉ หารู้ไม่ว่าขณะที่เขาขี่ม้าวนรอบเมืองลำหยงทั้ง 3 วันนั้น กาเซี่ยง ซึ่งอยู่ในเมืองก็แอบสังเกตพฤติการณ์ของ โจโฉ อยู่ถึง 3 วันเต็มๆ เช่นกัน

เขารู้เท่าทันเจตนาของ โจโฉ ในทันที

จึงได้เสนอแผนให้ เตียวสิ้ว ใช้กลซ้อนกล สั่งทหารชั้นยอดเข้าไปหลบซ่อนตัวตามบ้านเรือนทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง พร้อมกับให้ราษฎรแต่งกายเป็นทหารขึ้นประจำทางด้านตะวันตกเฉียงเหนืออย่างหนาแน่น

โบกธงส่งเสียงร้องกันอย่างเอิกเกริก

โจโฉ เห็นดังนั้นก็หัวเราะว่า “เตียวสิ้วต้องกลอุบายของเราแล้ว” ในตอนกลางวันจึงแสร้งตีลวงทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ในตอนกลางคืนก็ลอบนำทหารชั้นยอดปีนข้ามกำแพงด้านตะวันออกเฉียงใต้เข้าไป

ทหาร เตียวสิ้ว ซึ่งซุ่มอยู่ตามบ้านเรือนราษฎรก็จุดปะทัดสัญญาณขึ้น

แล้วตรูกันออกมาฆ่าฟันทหาร โจโฉ ล้มตายเป็นอันมาก จำต้องพากันถอยหลังกลับออกมา เตียวสิ้วยกทหารไล่ตามฆ่าฟัน

ฝ่าย โจโฉ ถอยพ้นออกจากเมืองลำหยงหลายสิบลี้

เมื่อตรวจสอบก็รู้ว่าเสียทหารไปประมาณ 5 หมื่นเศษ ผลที่ลงเอยก็คือ โจโฉ ลักไก่ไม่สำเร็จซ้ำยังเสียข้าวสารไปอีก 1 ฟายมือ

สร้างความเจ็บช้ำเป็นอย่างสูงให้กับกองทัพเมืองฮูโต๋

แต่แล้วเมื่อทัพ โจโฉ ต้องเผชิญศึกกับทัพของอ้วนเสี้ยว ในศึกกัวต๋อ ทั้งสองต่างส่งเทียบเชิญไปยัง เตียวสิ้ว

ชัชวนันท์ สันธิเดช วิเคราะห์แล้วสรุปว่า

แม้เวลานั้นหลายฝ่ายต่างยำเกรง อ้วนเสี้ยว แต่กาเซี่ยง อ่านขาดว่าขุนศึกแซ่อ้วนเป็นคนไม่ได้เรื่องสุดท้ายจะพ่ายแพ้ โจโฉ แน่นอน

จึงแนะ เตียวสิ้ว ให้เลือกข้าง โจโฉ

เตียวสิ้ว ก็เชื่อ ทั้งสองจึงให้ เล่าหัว พาไปหา โจโฉ
เพื่อขอสวามิภักดิ์อีกครั้ง โจโฉ ยินดีเป็นอย่างยิ่งจูงมือทั้งคู่มานั่งบนที่สูง

ปูนบำเหน็จให้เตียวสิ้ว พร้อมตั้งกาเซี่ยงเป็นที่ปรึกษา..

เมื่อ Ma Bo Yong เขียน “ความลับแห่งสามก๊ก”
และ “เม่นน้อย” แปลภาค “มังกรซมซาน” (ต้น) ออกมา

จึงปรากฏ “ฉาก” สำคัญในท้องพระโรงเมืองฮูโต๋

ยามนี้ หลิวเสีย พบว่าข้างหลัง เตียวสิ้ว มีคนคุกเข่าอยู่อีกคน คนผู้นั้นเป็นชายชราที่ห่อหุ้มร่างกายด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวใหญ่

เตียวสิ้ว คุกเข่าครึ่งหนึ่ง ชายชรากลับถวายบังคมอย่างเต็มพิธี

ชายชราผู้นี้บำรุงรักษาตัวเองเป็นอย่างดีทีเดียว เครายาวเป็นสีขาวดุจหิมะ แต่เส้นผมกลับดำขลับวับวาว มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ขุ่นมัวอย่างยิ่ง

คล้ายลูกตาดำซ้อนกัน มองไปทางใดล้วนไม่มีจุดหมาย

“ข้าน้อยจย่าสวี (กาเซี่ยง) ถวายบังคมฝ่าบาท” ชายชราลุกจากพื้นอย่างโงนเงน เสียงที่พูดอู้อี้ไม่ชัด “ตั้งแต่จากกันที่ฉางอัน ผ่านมาหลายปีแล้ว กระหม่อมกลายเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ฝ่าบาทกลับทรงแข็งแรงกำยำยิ่งกว่าเดิม”

ความรู้สึกของ “หยางผิง” ในร่างของ “หลิวเสีย” หรือพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซับซ้อนยิ่ง

จย่าสวี เป็น 1 ในบุคคลที่ลึกลับที่สุดแห่งยุค เดิมทีเขาเป็นนักกลยุทธ์ของกองทัพซีเหลียง หลังจาก ตั๋งโต๊ะ ถูกลอบทำร้าย

ลิฉุย กับ กุยกี ขุนศึกผู้กล้าหาญใต้บังคับบัญชาหมายจะถอยหนี

แต่ถูก จย่าสวี โน้มน้าวให้ย้อนกลับไปโจมตี สังหาร หวังซือถู และยึดครองฉางอัน

สมัยอยู่อำเภอเวินเซี่ยน หยางผิง เคยถกเถียงกับ ซือหม่าอี้ ครั้งหนึ่ง คำพูดเดียวของ จย่าสวี ทำให้ชาวเมืองฉางอันลำบากยากแค้น

นับเป็นคนบาปคนหนึ่ง

ซือหม่าอี้กลับคิดว่าราชวงศ์ฮั่นเสื่อมถอยแล้ว แม้ไม่มีจย่าสวีก็ต้องมีคนอื่นมาทำเรื่องนี้อยู่ดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...