โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ช้อปปี้’ ยังไหวอยู่ไหม หลังปลดคนฟ้าผ่า ปิดตัวในหลายประเทศ

TODAY

อัพเดต 27 ก.ย 2565 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2565 เวลา 03.50 น. • workpointTODAY

หากจะพูดถึงแอปพลิเคชันซื้อของออนไลน์ เชื่อว่า ‘ช้อปปี้’ (Shopee) น่าจะเป็นชื่อแรกๆ ที่หลายคนนึกถึง คนไทยหลายสิบล้านคนซื้อของจากช้อปปี้

และไม่ใช่เพียงแค่ในไทย แต่ช้อปปี้ยังเป็นแพลตฟอร์มซื้อของออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานต่อเดือนมากเป็นอันดับ 1 ในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไต้หวันด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น ตลอดปี 2022 ที่ผ่านมา เรากลับได้ยินข่าวร้ายของช้อปปี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการยุติการดำเนินงานในบางประเทศอย่างถาวร รวมถึง ‘ปลดพนักงาน’ ครั้งแล้วครั้งเล่า

เกิดอะไรขึ้นกับ ‘ช้อปปี้’ กันแน่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายนี้อาการ ‘ยังไหว’ อยู่หรือเปล่า TODAY Bizview ชวนวิเคราะห์ไปด้วยกัน

[ ย้อนเส้นทางช้อปปี้ อีคอมเมิร์ซตัวแม่แห่งอาเซียน ]

‘ช้อปปี้’ ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 โดยเป็นอีกหนึ่งธุรกิจของ Sea Group บริษัทเทคโนโลยีเจ้าของธุรกิจเกมอย่าง Garena ซึ่งทุกวันนี้นอกจากอีคอมมิร์ซและเกมแล้ว Sea Group ก็ยังมีอีกธุรกิจคือดิจิทัลเพย์เมนต์และบริการทางการเงินอย่าง SeaMoney ด้วย

โดยช้อปปี้ให้บริการที่แรกในสิงคโปร์ ก่อนจะขยายตลาดมาสู่ 7 ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และค่อยๆ ขยายการเติบโตไปยังภูมิภาคอื่นทั้งในยุโรปและละตินอเมริกา รวมแล้วทั้งหมด 13 ประเทศ

แม้จะไม่ใช่ผู้เล่นรายแรกในบางตลาด แต่เนื่องจากกลยุทธ์ Mobile First และปรับแต่งโปรดักต์ให้เข้ากับแต่ละท้องถิ่นโดยเฉพาะ (Hyper-Localization) ก็ส่งผลให้ช้อปปี้ได้รับความนิยมและประสบความสำเร็จไม่ใช่น้อย

เห็นได้จากตัวเลขยอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ที่ลองมองย้อนไปในไตรมาส 2/2019 ช้อปปี้ขึ้นแท่นแอปฯ อีคอมเมิร์ซอันดับ 1 ที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน 5 ประเทศอาเซียน คือ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม และสิงคโปร์

ในไตรมาส 2/2020 ช้อปปี้ก็ขึ้นอันดับ 1 ในไทยด้วย โดยมียอดผู้ใช้งานแอคทีฟต่อเดือนมากที่สุดถึง 47.2 ล้านคน ขณะที่ลาซาด้าอยู่ที่ 35.2 ล้านคน

และจนถึงไตรมาส 2/2022 ข้อมูลจาก data.ai ระบุว่าช้อปปี้เป็นอีคอมเมิร์ซที่มีผู้ใช้งานแอคทีฟต่อเดือนมากเป็นอันดับ 1 ในตลาดอาเซียนส่วนใหญ่และไต้หวัน รวมทั้งเป็นแอปฯ อีคอมเมิร์ซที่คนใช้เวลาอยู่บนแอปฯ มากเป็นอันดับ 1 ด้วย

[ 7 เดือนในมรสุมของช้อปปี้ ]

แต่ถึงอย่างนั้น ตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ข่าวคราวที่เราเห็นดูเหมือนจะไม่ได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับผลความสำเร็จนั้น

โดยช้อปปี้มีข่าวคราวการปลดพนักงานหลายครั้งหลายคราว และยุติการดำเนินงานในหลายประเทศ ดังนี้

-มีนาคม ประกาศถอนตัวออกจากอินเดีย เลิกจ้างพนักงาน 300 คน ซึ่งแม้มีกระแสข่าวว่าเป็นเพราะรัฐบาลอินเดียต้องการแบนแอปฯ จากจีน แต่บริษัทบอกว่าการถอนตัวของช้อปปี้เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนในตลาดโลก

-มีนาคม ถอนตัวออกจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตลาดเดียวในยุโรปของช้อปปี้

-มิถุนายน มีข่าวปลดพนักงานในอาเซียน คือ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย โดยในไทยจะปลดพนักงานในทีมช้อปปี้เพย์และช้อปปี้ฟู้ดลงครึ่งหนึ่ง

-สิงหาคม มีข่าวว่าช้อปปี้ยกเลิกข้อเสนองานหลายตำแหน่ง รวมถึงกรณีชาวจีนคนหนึ่งที่ตกลงรับข้อเสนอทำงานที่ช้อปปี้ในสิงคโปร์ แต่เมื่อเดินทางมาถึงสนามบิน กลับถูกบอกเลิกงานกะทันหัน

-ต้นเดือนกันยายน มีข่าวปิดการดำเนินงานใน 3 ประเทศคือ ชิลี โคลอมเบีย และเม็กซิโก เน้นไปที่ธุรกิจการค้าข้ามพรมแดน และจะปิดกิจการออกจากประเทศอาร์เจนตินาโดยสิ้นเชิง

-กันยายน ประกาศปลดพนักงานในอินโดนีเซีย ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง Forest Li ประกาศไม่รับเงินเดือนจนกว่าสถานการณ์บริษัทจะดีขึ้น และล่าสุดกับข่าวปลดพนักงานหลายร้อยชีวิตในไทย โดยมีผลทันทีคือ 27 ก.ย. นี้

[ เพราะนี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะเผาเงินได้แบบเดิม ]

แม้กิจการจะเติบโต ตัวเลขรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในไตรมาส 2/2022 รายได้อยู่ที่ 1,700 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 51.4% แต่ถึงอย่างนั้น ทั้งช้อปปี้รวมไปถึง Sea Group เองก็ยังคงขาดทุนอยู่

โดยภาพรวมทั้งบริษัทขาดทุน 931.2 ล้านเหรียญ ส่วนช้อปปี้มี Adjusted EBITDA หรือกำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ติดลบอยู่ 648.1 ล้านเหรียญ หรือเรียกง่ายๆ ว่าขาดทุนนั่นเอง ซึ่งนี่เป็นตัวเลขที่มากกว่าไตรมาส 2 ของปีที่แล้วด้วย

ส่วนในประเทศไทย 3 ปีที่ผ่านมา (2562-2564) ช้อปปี้ (ประเทศไทย) ขาดทุนสะสมรวมราว 13,888.5 ล้านบาท

การขาดทุนของช้อปปี้ถึงขั้นที่ล่าสุดบริษัทขอ ‘ระงับ’ การคาดการณ์รายได้ปีนี้ ทั้งที่ไตรมาสก่อนหน้ามีการประกาศคาดการณ์ตัวเลขรายได้มาตลอด

อันที่จริง การขาดทุนสะสมต่อเนื่องหลายปีอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพสักเท่าไหร่ เพราะธุรกิจประเภทนี้จะมีแนวทางสร้างบริษัทด้วยการระดมทุนจากนักลงทุน แล้วนำเงินมาลงทุนขยายธุรกิจให้เติบโตได้แบบรวดเร็ว (เรียกขั้นตอนนี้ว่าเผาเงิน)

เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้ได้มากที่สุด จนกลายเป็นผู้ชนะในตลาดให้ได้ เมื่อชนะอย่างแท้จริง ถึงวันนั้นก็จะได้กำไรกลับมาอย่างมหาศาล

ช้อปปี้เองก็เช่นกัน บริษัทมีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการระดมทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งช้อปปี้ก็นำเงินระดมทุนมาเผาไปกับการพัฒนาโปรดักต์ของเดิมให้ดีขึ้น ขยายโปรดักต์ใหม่ๆ เสริมอีโคซิสเต็มให้แพลตฟอร์ม

ไม่ว่าจะเป็น การขยายธุรกิจไปสู่บริการส่งอาหารอย่าง ‘ช้อปปี้ฟู้ด’ (แม้ว่าในไทยจะมีผู้เล่นในสนามหลายรายแล้วก็ตาม)

ช้อปปี้ยังไปพัฒนาธุรกิจเพย์เมนต์อย่าง ‘ช้อปปี้เพย์’ เปิดตัวบริการให้วงเงินไว้ซื้อของแล้วให้ผ่อนจ่ายคืนทีหลังได้อย่าง SPayLater เป็นต้น

ซึ่งการพัฒนาโปรดักต์ให้เกิดได้อย่างรวดเร็ว ก็ต้องอาศัยการจ้าง ‘คนเก่ง’ ด้วย โดยเคยมีกระแสข่าวว่าช้อปปี้พยายามแย่งตัวบุคลากรด้านเทคนิคระดับ P7 จากอาลีบาบา ด้วยการเสนอเงินเดือนให้ถึง 318,900 เหรียญสหรัฐ จากเงินเดือนเดิมอยู่ที่ระหว่าง 87,000-217,400 เหรียญสหรัฐฯ

ไม่ใช่ใช้เงินไปกับการดึงดูดคนเก่งๆ เพียงอย่างเดียว ในการขยายฐานผู้ใช้ ช้อปปี้ก็ต้องทุ่มเม็ดเงินมหาศาลไปกับแคมเปญทางการตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจ้างพรีเซ็นเตอร์ดังๆ ระดับโลก เช่น คริสเตียโน โรนัลโด้, แจ็คกี้ ชาน, แบล็คพิงค์, แบมแบม GOT7 รวมไปถึงพระนางเบอร์ต้นๆ ของไทยอย่าง ณเดชน์-ญาญ่า และใหม่-ดาวิกา เป็นต้น

นอกจากนี้ยังอาศัยการอัดโปรโมชั่นด้วยการแจกโค้ดส่วนลดด้วย ซึ่งแม้ช้อปปี้จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมการขาย 4% แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังขาดทุนในแต่ละออร์เดอร์อยู่ดี

แต่เมื่อโลกเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาเงินเฟ้อทำให้ Fed ต้องประกาศขึ้นดอกเบี้ย (ล่าสุด 21 ก.ย. ขึ้นอีก 0.75 จุด) ซึ่งแม้ว่านี่จะส่งผลให้เงินกู้ยืมให้ดอกผลมากขึ้น แต่ก็หมายความว่า บรรดาสินทรัพย์ปราศจากความเสี่ยง เช่น พันธบัตรกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ก็ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนด้วยเหมือนกัน

สินทรัพย์ที่เป็น Safe Haven ก็อาจดึงดูดนักลงทุนได้มากกว่าหุ้นบริษัทเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยง

เมื่อยากที่ระดมทุนหาเงินสดมาเผาเพื่อขยายการเติบโต นั่นทำให้ Sea Group ต้องพยายามรักษากระแสเงินสดของตัวเองไว้ พยายามลดค่าใช้จ่าย ลดการขาดทุน เพื่อให้กลับมาดึงดูดนักลงทุนได้อีกครั้ง

นำมาสู่การยุติการดำเนินงาน ปลดพนักงาน ไปจนถึงผู้บริหารเองก็ประกาศไม่รับเงินเดือนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นนั่นเอง

ในวันที่ 15 ก.ย. Forest Li ผู้ร่วมก่อตั้ง Sea Group ระบุในบันทึกถึงพนักงานว่า สภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยนี้ ไม่ใช่ “พายุที่จะผ่านไปอย่างรวดเร็ว” เป้าหมายของบริษัทในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า คือการพึ่งพาตัวเองได้

Li เขียนในบันทึกอีกว่า บริษัทมีฐานเงินสดที่มั่นคง แต่เตือนว่า “เราสามารถวิ่งผ่านฐานเงินสดนี้ได้แบบง่ายๆ เลย แม้เราจะไม่ระมัดระวังก็ตาม แต่ด้วยนักลงทุนที่หลบหนีไปหาการลงทุนที่ปลอดภัย เราไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถระดมทุนในตลาดได้”

ทั้งนี้ บลูมเบิร์กรายงานว่ามูลค่าในตลาดของ Sea Group ลดลงไปแล้วกว่า 1.7 แสนล้านเหรียญ นับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดได้ในเดือน ต.ค. 2021

[ Opinion: อนาคตช้อปปี้ไทย จะเป็นยังไงต่อ ]

สำหรับผู้เขียนมองว่า Sea Group ยังไม่ยอมแพ้ในตลาดที่มีโอกาส ซึ่งรวมถึงประเทศไทย เพราะไทยถือเป็นตลาดที่ใหญ่ระดับ TOP 3 ของกลุ่ม Sea

แม้การแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซจะรุนแรง และคู่แข่งคนสำคัญอย่างลาซาด้าจะเริ่มทำกำไรได้แล้ว แต่ตลาดอีคอมเมิร์ซยังมีแนวโน้มเติบโตอีก โดยมีการคาดการณ์ว่ามูลค่ายอดขายสินค้าออนไลน์ (GMV-Gross Merchandise Volume) ในตลาดอีคอมเมิร์ซไทยจะพุ่งสูงไปถึง 3.5 หมื่นล้านเหรียญในปี 2025 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 14%

เท่ากับว่าช้อปปี้ก็ยังพอมีโอกาส และยังคงให้บริการต่อไป แต่ในระยะสั้นนี้ก็ต้องปรับตัว ลีนองค์กร ชะลอการพัฒนาโปรดักต์บางส่วน

อย่างที่ผู้บริหาร Sea Group ประเทศไทย บอกในช่วงปลายเดือน ก.ค. ว่าทั้งช้อปปี้ฟู้ด ช้อปปี้เพย์ ยังคงดำเนินการต่อไปอยู่ แต่ก็ชะลอการขยายบริการลงในตลาดใหม่ รอวันเศรษฐกิจดีแล้วจะกลับมาขยายต่อ

แต่ถ้ายังไม่ดีขึ้น ผู้เขียนมองว่าสิ่งที่อาจเห็นในระยะถัดไปคือ ค่าธรรมเนียมจากพ่อค้าแม่ค่าอาจเพิ่มขึ้น โค้ดส่วนลดต่างๆ สำหรับคนซื้ออาจน้อยลง และอาจได้เห็นข่าวคราวการปลดพนักงานอีกก็ได้

แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่เราต้องติดตามกันต่อไป…

อ้างอิง:

https://cdn.sea.com/webmain/static/resource/seagroup/website/investornews/2Q2022/uXxGiCr8oTGxOFTPhBUB/2022.08.16%20Sea%20Second%20Quarter%202022%20Results.pdf

https://www.businessinsider.com/shopee-layoffs-cutting-staff-financials-deep-dive-2022-9

https://www.nasdaq.com/articles/heres-why-sea-limited-is-suddenly-serious-about-cash-flow

https://kr-asia.com/is-shopee-a-villain-or-victim-in-this-turbulent-economy

https://thegrowthmaster.com/case-study/shopee

https://vulcanpost.com/803730/why-didnt-sea-focus-on-profitability-earlier/

https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9650000068893

https://workpointtoday.com/sea-shut-down-e-commerce-shopee-in-india/

https://workpointtoday.com/shopee-lays-off/

https://workpointtoday.com/10-years-sea-thailand/

https://workpointtoday.com/shopee-will-shut-down-operation-in-4-countries/

https://workpointtoday.com/shopee-plans-to-fire-3-of-indonesia-staff/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...