โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รวมมิตรเรื่องโคล่ากับ 2 แบรนด์แนวหน้าที่แข่งกันซ่าไม่มีหยุด

นิตยสารคิด

อัพเดต 08 เม.ย. 2565 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2565 เวลา 05.06 น.
Coca-Cola-Pepsi -cover

ไม่ว่าจะเป็นวันที่อากาศร้อนอบอ้าว วันมูฟวี่เดย์สุดหรรษา หรือวันปาร์ตี้สุดคูล “น้ำอัดลม” ก็มักจะเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มสุดฮิตที่หลายคนเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่าง ๆ เนื่องจากรสชาติที่แสนถูกปากและอร่อยได้ทุกเพศทุกวัย ในบรรดาน้ำอัดลมหลากรส  “โคล่า” ยังเป็นหนึ่งในรสชาติหลักที่ใคร ๆ ต่างก็เคยลิ้มลองและติดอกติดใจ ผ่านการถ่ายทอดรสชาติสุดดั้งเดิมจาก 2 ยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง Coca-Cola และ Pepsi 

©Nik Albert/Unsplash

ความแตกต่างเดียว (?)
แม้ในหลายครั้ง ใคร ๆ อาจจะเลือกหยิบโคล่า 2 ยี่ห้ออย่างไม่ยี่หระ แต่เหล่าสาวกตัวจริงทุกคนต่างทราบกันดีว่า ทั้ง  2 แบรนด์นั้นไม่สามารถแทนกันได้! และบ่อยครั้งก็มักจะเกิดปรากฏการณ์ศึกแบ่งทีมชิงความเป็นที่หนึ่งกันอยู่บ่อย ๆ ในปี 2005 หนังสือชื่อ “Blink: The Power of Thinking Without Thinking” เขียนโดย Malcolm Gladwell ได้เปิดตัวออกมาและมีเนื้อหาหนึ่งที่เจาะลึกลงไปในเครื่องดื่มหลากหลายชนิดเพื่อไขความลับว่าอะไรคือหัวใจหลักที่เครื่องดื่มชนิดหนึ่งใช้ดึงดูดผู้บริโภคบางกลุ่มให้ติดใจในรสชาติได้มากกว่าเครื่องดื่มอีกชนิด

ในหนังสือเล่มดังกล่าว Gladwell ได้ให้ความเห็นไว้ว่า เป๊ปซี่มีรสชาติที่หวานกว่าโคคา-โคล่า และยังมีรสเปรี้ยวเล็ก ๆ ในขณะที่โคคา-โคล่ามีความแตกต่างด้วยรสชาติลูกเกด-วานิลลา ซึ่งความหวานและรสเปรี้ยวเล็ก ๆ ที่แทรกมาในช่วงแรกที่จิบนั้นก็เป็นข้อได้เปรียบสำหรับการทดสอบรสชาติด้วย ความพิศวงของรสชาติที่ต่างกัน พาเราพลิกข้างกระป๋องเพื่อดูส่วนผสมของเครื่องดื่มทั้งสอง และพบข้อมูลดังนี้

โคคา-โคล่า :น้ำโซดา น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง สีคาราเมล กรดฟอสเฟอริก คาเฟอีน และสารให้กลิ่นรสตามธรรมชาติ

เป๊ปซี่:น้ำโซดา น้ำเชื่อมข้าวโพดฟรุกโตสสูง สีคาราเมล กรดฟอสเฟอริก คาเฟอีน กรดซิตริก และสารให้กลิ่นรสตามธรรมชาติ

©Laura Chouette/Unsplash

กลิ่นรสตามธรรมชาติ
ดูเผิน ๆ ก็คล้ายว่าจะเหมือนกัน แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบกับส่วนผสมหนึ่งเดียวที่สร้างความแตกต่างนั่นคือ “กรดซิตริก” ที่อยู่ในเป๊ปซี่ ซึ่งนี่ก็คือแหล่งที่มาของรสชาติเปรี้ยวที่แซมอยู่ในเครื่องดื่มนั่นเอง Gladwell ยังชี้ให้เห็นว่าข้อมูลทางโภชนาการของทั้ง 2 แบรนด์สอดคล้องกับรสชาติที่ต่างกัน ในสัดส่วนกระป๋อง 12 ออนซ์ โคคา-โคล่า มีน้ำตาลน้อยกว่าเป๊ปซี่ 2 กรัม และมีโซเดียมมากกว่าถึง 15 กรัม จึงส่งผลให้เป๊ปซี่มีรสชาติหวานกว่า อย่างไรก็ตามมีข้อสันนิษฐานว่า “สารให้กลิ่นรสตามธรรมชาติ” ที่ทั้ง 2 แบรนด์มี อาจจะไม่ได้เหมือนกันทีเดียว แต่นั่นก็เป็นเรื่องของความลับทางธุรกิจที่ต้องหวงแหน เพื่อความเป็นหนึ่งในด้านรสชาติต่อไป ทั้งหมดทั้งมวลมานี้จึงสรุปได้ว่า เหล่าสาวกของเป๊ปซี่มีแนวโน้มที่จะชอบทางรสชาติหวานมากกว่าและแทรกด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อย ส่วนเหล่าสาวกโคคา-โคล่าก็ชอบรสชาติลูกเกด-วานิลลาที่นุ่มนวลกว่าหน่อยและอ่อนรสหวานลงนั่นเอง

©Lukas Ballier/Unsplash

ต่างที่ ต่างรส
เรื่องราวของรสชาติยังดำเนินต่อไปเมื่อหลายครั้งเราก็มักรู้สึกว่าเครื่องดื่มที่รสชาติเคยคุ้นปากกลับแตกต่างออกไปเมื่ออยู่ต่างถิ่น เว็บไซต์ Coca-Cola Great Britain ตอบคำถามที่ว่าโคคา-โคล่ารสชาติต่างกันในแต่ละประเทศหรือไม่ ได้อย่างน่าสนใจว่า “ส่วนผสมและกระบวนการพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตโคคา-โคล่านั้นเหมือนกันทุกที่ แม้ว่าผู้คนจะรับรู้รสชาติในรูปแบบที่ต่างกัน มีความเป็นไปได้ที่น้ำอัดลมชนิดเดียวกันอาจมีรสชาติที่ต่างกันเล็กน้อยเนื่องด้วยปัจจัยอื่น ๆ เช่น อุณหภูมิตอนดื่ม อาหารที่กินคู่กัน หรือสภาวะที่เก็บไว้ก่อนบริโภค” 

สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ดูจะมีผลจริงเมื่อโคคา-โคล่า ที่ McDonald’s อเมริกา กลับดื่มแล้วอร่อยกว่าที่อื่นในประเทศเดียวกัน เมื่อถามถึงความลับของความอร่อยแล้ว พบว่าไม่ได้อยู่ที่ตู้กดน้ำหรือสูตรที่ต่างจากคนอื่น แต่อยู่ที่การดูแลน้ำอัดลมรสโคล่านี้อย่างใส่ใจ ตั้งแต่บรรจุภัณฑ์น้ำเชื่อมที่แตกต่างจากร้านอื่นที่เป็นถุงพลาสติกแต่ที่นี่กลับใช้ถังสแตนเลส ซึ่งวัสดุนี้คงความสดชื่นให้โซดาได้มากกว่า นอกจากนี้น้ำโคล่ายังถูกแช่เย็นก่อนบรรจุลงตู้กดน้ำผ่านท่อหุ้มฉนวนเพื่อรักษาระดับความเย็นให้ดีที่สุด เพราะความร้อนของน้ำโซดาจะทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์หลุดออกไปง่ายขึ้น ดังนั้นการรักษาอุณหภูมิให้เย็นเข้าไว้จึงทำให้เครื่องดื่มคงความอร่อยและสดชื่นได้อย่างเต็มที่ ไม่เพียงเท่านั้น McDonald’s ยังสั่งทำหลอดที่กว้างกว่าเดิมเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ลิ้มรสที่จุใจยิ่งกว่าที่ไหน ๆ อีกด้วย 

©William Enrico Jr Quijano/Unsplash.com

อย่างไรก็ดี ความแตกต่างของรสชาติอาจเกิดขึ้นในประเทศต่าง ๆ ได้ เนื่องจากบริษัทใหญ่จะส่งหัวเชื้อให้กับบริษัทแฟรนไชส์ของแต่ละพื้นที่ในการบรรจุขวดซึ่งอาจมีการใช้น้ำและสารให้ความหวานที่แตกต่างกัน รวมถึงการผสมในสัดส่วนที่อาจจะน้อยกว่าที่แนะนำก็อาจส่งผลถึงรสชาติเช่นกัน การใช้สารให้ความหวานที่แตกต่างทั้งชนิดและปริมาณเป็นไปตามรสนิยมของคนแต่ละพื้นที่เพื่อความถูกปากถูกใจของผู้บริโภคในพื้นที่นั้นให้ได้มากที่สุด อย่างเช่น โคคา-โคล่า เม็กซิกันที่ใช้น้ำตาลอ้อยแทนน้ำเชื่อมข้าวโพดที่ใช้กับโคคา-โคล่าของสหรัฐฯ 

©Ja San Miguel/Unsplash

ก้าวใหม่ของความซ่าส์
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่สินค้าจะต่อสู้ขับเคี่ยวกันเป็นเวลานานโดยไม่มีใครอื่นมาแย่งพื้นที่ได้เหมือนที่ทั้ง 2 แบรนด์นี้เป็น โคล่ารสดั้งเดิมเป็นที่ถูกปากใครหลายคนจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็แน่นอนว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา การคิดค้นสูตรใหม่ ๆ รสชาติแปลก ๆ เพื่อเพิ่มสีสันและดึงดูดลูกค้าหลากหลายกลุ่มมากขึ้นก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่ใช้เฉือนเอาชนะคู่ต่อสู้ และในปี 2022 นี้ ทั้ง 2 แบรนด์ต่างก็ออกลายฉีกกฎความซ่าในแบบของตัวเองอย่างไม่มีใครยอมใคร

ทางฝั่งแบรนด์สีแดงอย่างโคคา-โคล่า ได้เปิดตัว “Coca-Cola Starlight” รสชาติของอวกาศทั้งในแบบปกติและไม่มีน้ำตาล ซึ่งนับเป็นสินค้าตัวแรกของแพลตฟอร์มนวัตกรรมแพลตฟอร์มใหม่อย่าง “Coca-Cola Creations” ที่จะนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านทั้งทางกายภาพและโลกดิจิทัล Coca-Cola Starlight ผลิตขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ว่า ในโลกแห่งความเป็นไปได้อันไม่มีที่สิ้นสุด ณ ที่ใดที่หนึ่งในจักรวาลนี้ จะมีโคคา-โคล่า อีกรูปแบบหนึ่ง และอาจมีวิถีทางเชื่อมต่อกันในอีกทางหนึ่งก็ได้ โคล่ารสใหม่นี้ยังถือกำเนิดภายใต้ความหลงใหลอันยาวนานเช่นกัน “เมื่อ 35 ปีที่แล้วโคคา-โคล่าร่วมมือกับนาซ่าเพื่อเป็นหนึ่งในน้ำอัดลมกลุ่มแรกที่ได้เดินทางไปบนอวกาศ” Oana Vlad ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Global Brand Strategy ของโคคา-โคล่า กล่าว “ความหลงใหลในอวกาศแบบในวันนั้นยังคงอยู่จนวันนี้ เราต้องการจะเฉลิมฉลองสมรรถภาพอันน่าทึ่งของการสำรวจอวกาศด้วย Coca-Cola Starlight เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนแต่ละรุ่นได้ค้นพบโลกใบใหม่แห่งความเป็นไปได้ที่ไม่จำกัด เราตั้งใจจะทำแนวคิดนั้นให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการจิบเครื่องดื่มธรรมดา ๆ ที่อาจแสดงให้เห็นถึงความลึกลับบางประการและแก่นแท้ของสิ่งที่เรารักเกี่ยวกับอวกาศ”  

ภาพลักษณ์ใหม่ของเครื่องดื่มสุดล้ำนี้ แสดงให้เห็นตั้งแต่บรรจุภัณฑ์สีม่วงแดงแซมด้วยประกายสีขาวคล้ายกาแล็กซี่ รวมถึงสีของน้ำที่เป็น “สีแดง” ด้วย โดยมีคำบรรยายไว้ว่า “เป็นการผสมผสานรสชาติของโคคา-โคล่าที่ยอดเยี่ยมกับความไม่คาดฝัน รวมถึงสีแดง และรสชาติของมันยังหมายรวมถึงกลิ่นที่ชวนให้ระลึกถึงการดูดาวรอบกองไฟ ตลอดจนความรู้สึกเย็นที่ปลุกเร้าความรู้สึกของการเดินทางสู่อวกาศอันหนาวเหน็บ” อย่างไรก็ตามผู้บริโภคที่ได้ลองลิ้มรสต่างบรรยายถึงรสชาติของเครื่องดื่มสีแดงนี้ไม่เหมือนกันเลย แม้ในตอนแรกใคร ๆ ก็ต่างคาดเดาไปว่ารสชาติของโคล่ารสใหม่นี้จะเหมือนกับ “ราสป์เบอร์รี” เพราะเคยมีบทความว่าด้วยนักดาราศาสตร์ที่สันนิษฐานว่าศูนย์กลางของอวกาศอาจจะมีรสเหมือนราสป์เบอร์รีและมีกลิ่นเหมือนเหล้ารัม แต่เมื่อลองชิมแล้วกลับพบว่า แต่ละคนลิ้มรสได้ต่างกันออกไป เช่น ช็อกโกแลตและเกรแฮมแครกเกอร์ (บ้างก็ว่าเหมือนรสของสมอร์ ขนมหวานที่มีส่วนประกอบหลักเพียงไม่กี่อย่างคือช็อกโกแลต มาร์ชเมลโล่และบิสกิต) ขณะที่อีกคนหนึ่งระบุว่า กลิ่นของมันเป็นการผสมผสานกันระหว่างขิงและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกลิ่นเลม่อน (เป็นคำบรรยายเชิงบวก) ส่วนเพื่อน ๆ ของเธอก็บรรยายรสชาติได้หลากหลายทั้งเหมือนคาราเมลไหม้ เม็ดอมสีรุ้ง Skittles เชอร์รี่โค้ก และครีมโซดา 

©coca-cola.com

Coca-Cola Starlight ยังจับมือกับ Ava Max นักร้องและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันเพื่อมอบประสบการณ์สุดพิเศษผ่าน “Concert on a Coca-Cola” ซึ่งเป็นกิจกรรม AR ที่ทุกคนจะสามารถร่วมสนุกได้ผ่านwww.cocacola.com/creations เพียงแค่นำบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มไปสแกนเพื่อชมการแสดงสุดแสนตื่นตาตื่นใจ “Coca-Cola Starlight จะพาผู้คนเดินทางไปในทำนองเดียวกับที่ดนตรีสามารถพาผู้ฟังไปยังโลกใบใหม่ได้ด้วยเพลงแต่ละเพลง” Ava Max กล่าว โคล่ารสอวกาศนี้เปิดจำหน่ายตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาและมีกำหนดวางขายเพียงแค่ 6 เดือน ดังนั้นหากใครสนใจก็อาจจะต้องรีบวางแผนจับจองรสชาติสู่อวกาศอันไกลโพ้นก่อนที่จะสายเกินไป 

©pepsi.com

Nitro Pepsi ของคู่ปรับฝั่งน้ำเงิน
ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน เป๊ปซี่ คู่ปรับฝั่งน้ำเงินก็ได้ฉีกกฎเดิม ๆ ของน้ำอัดลมเช่นกัน เมื่อน้ำไม่ได้ถูกอัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบที่เคยเป็น “Nitro Pepsi” เพิ่งเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกาไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ทั้งรสชาติออริจินัลและวนิลา Nitro Pepsi นับว่าเป็นปรากฏการณ์โคล่าไนโตรเจนครั้งแรกของโลก หลังจากที่กาแฟไนโตรได้รับความนิยมมากในช่วงที่ผ่านมา โดยการอัดไนโตรเจนนี้ได้สร้างสัมผัสใหม่ให้กับการดื่มโคล่าด้วยฟองที่ละเอียดนุ่มละมุนอย่างไม่เคยเป็น 

เดิมทีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะทำปฏิกิริยากับน้ำเกิดเป็นกรดคาร์บอนิกที่ “กัด” ปากเราเวลาดื่มให้คันยุบยิบ แต่ไนโตรเจนไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งอาจจะเป็นทั้งข้อดีและข้อเสียให้กับคนต่างกลุ่ม “ในขณะที่โซดาเป็นเครื่องดื่มทางเลือกสำหรับผู้บริโภคหลายคนในช่วงศตวรรษที่ผ่านมา ก็ยังมีหลายคนที่กล่าวว่าการอัดก๊าซคาร์บอนลงในเครื่องดื่มหนัก ๆ เป็นอุปสรรคต่อการเพลิดเพลินกับโคล่าเย็น ๆ ” Todd Kaplan รองประธานฝ่ายการตลาดของ Pepsi กล่าว 

ดังนี้แล้วเครื่องดื่มชนิดนี้จึงอาจตอบโจทย์คนกลุ่มคนเหล่านั้นได้ ในขณะที่อีกทีมที่ชอบใจกับความซ่าเต็มพิกัด อาจมองว่ามันออกจะเรียบและจืดชืดกว่าเดิมไปสักหน่อย ไม่เพียงแค่น้ำที่เปลี่ยน แต่เป๊ปซี่ยังต้องปรับบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษาก๊าซในโตรเจนในกระป๋องให้สร้างฟองนุ่มละมุนได้เต็มที่ตามเป้าหมาย ผ่านวิดเจ็ตด้านล่างของกระป๋องที่จะปล่อยไนโตรเจนเมื่อเปิดกระป๋องออกมาแบบเดียวกับที่เห็นในกระป๋องเบียร์ Guinness พร้อมทั้งแนะนำวิธีดื่มที่จะทำให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับไนโตรโคล่ามากกว่าที่เคย ทั้งวิธีการเทน้ำลงแก้วเพื่อสร้างฟองและการดื่มแบบแช่เย็นโดยไม่ใส่น้ำแข็งเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด 

ความพยายามในการฉีกกฎของตัวเองและเปิดโลกเพื่อเสาะหารสชาติใหม่ ๆ ของทั้ง 2 แบรนด์อาจเป็นเหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ตอบคำถามว่าทำไมโซดารสโคล่าจากทั้ง 2 ยักษ์ใหญ่ถึงทั้งครองใจและครองตลาดทั่วโลกไว้ได้เสมอ นั่นก็เพราะตลอดเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา…ทั้งคู่ไม่เคยหยุดซ่าเลย

ที่มา :
บทความ “Does Coca‑Cola taste different in different countries?” จาก coca-cola.co.uk
บทความ “Is the Formula for Coca-Cola® the Same in All Countries?” โดย Tricia Christensen จาก delightedcooking.com 
บทความ “This Is Why Coke Tastes Better at McDonald’s Than Anywhere Else” โดย Marissa Laliberte จาก rd.com 
บทความ “Does Coca-Cola Starlight Taste Like Space? We Tried Coke's New Drink. What to Know” โดย Katie Teague จาก cnet.com
บทความ “Coca-Cola introduces a first-of-its-kind flavor” โดย Danielle Wiener-Bronner จาก edition.cnn.com 
บทความ “Coca-Cola Launches Global Innovation Platform Coca-Cola Creations” จาก investors.coca-colacompany.com 
บทความ “Pepsi’s new nitrogen-infused cola, hit or miss?” โดย Anthony Wright จาก gasworld.com 
บทความ “Pepsi launches Starbucks cold brew-inspired, nitrogen-infused cola” จาก lifestyleasia.com
บทความ “Pepsi introduces a first-of-its-kind flavor” โดย Jordan Valinsky จาก edition.cnn.com 

เรื่อง : บุษกร บุษปธำรง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 5 เม.ย. 69

PostToday

ราชาฤกษ์ ฤกษ์มงคลยิ่ง พยากรณ์วันที่ 5 - 11 เม.ย. 2569

ฐานเศรษฐกิจ

เปิดมุมลับฮีลใจ “ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช” “MAISON ORGANIKA” บ้านแห่งกลิ่นหอมจรุงใจ

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

สัมผัสไวน์ให้ลึกซึ้งผ่าน Master of Wine

เดลินิวส์

ไฉน “หลิวปัง” ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้นำแบบ “ร่วมทุกข์ได้ ร่วมสุขไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม

สมเด็จพระพันวัสสา ทรงมีพระนามมาก ถึงกับรับสั่งว่า “จนจะจำชื่อตัวเองไม่ได้”

ศิลปวัฒนธรรม
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...