โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สามีฝรั่งสอนภรรยาคนไทยทำอาหารขาย คอนเซปต์อาหารหรูที่จับต้องได้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มี.ค. 2565 เวลา 10.27 น. • เผยแพร่ 18 มี.ค. 2565 เวลา 10.27 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ตรัง 18 มี.ค.- ชายชาวเม็กซิกัน สอนภรรยาชาว จ.ตรัง ทำอาหารอเมริกันขายกว่า 100 เมนู สร้างรายได้ยุคโควิด-19 ให้ชาวบ้านได้กินอาหารหรูในราคาที่จับต้องได้

ที่ร้านอาหารอาหารสไตล์ฝรั่ง อ.เมืองตรัง จ.ตรัง นางปทิตตา อายุ 48 ปี ชาวจ.ตรัง เป็นเจ้าของร้านโดยชักชวนสามีคือ นายเดวิด อายุ 68 ปี ชาวเม็กซิกัน กลับบ้านเกิดที่ จ.ตรัง หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่เนื่องจากสามีเป็นคนทานอาหารอเมริกัน การออกไปนั่งประทานนอกบ้านทุกมื้อ เป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ภรรยาจึงหัดทำอาหารอเมริกัน โดยมีสามีเป็นคนสอนและชิมรสชาติ ประกอบกับเธอชอบทำอาหารไทย เช่น ผัดไทย ข้าวคลุกกะปิ ข้าวผัด ต้มยำและอาหารมังสวิรัติอยู่แล้ว จึงมีการพัฒนาฝีมือจนกระทั่งเปิดร้านอาหารเล็กๆ เป็นของตัวเองในหมู่บ้านเมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าได้กินอาหารสไตล์ฝรั่งในราคาที่จับต้องได้

ทุกวันนี้มีเมนูอาหารทั้งไทย จีน ฝรั่งเกือบ 100 เมนู แต่เมนูหลักๆ คืออาหารอเมริกัน เช่น ทาโก้, โบริโต, พิซซ่า, เบอร์เกอร์, สปาเก็ตตี้ และสเต๊ก มีสามีเป็นคนสอนทุกอย่าง และมีการปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น เช่น พิซซ่า เบอร์เกอร์หน้าต่างๆ ราคาจะอยู่ที่ชิ้นละ 119-239 บาท

ส่วนเด็กเสิรฟ์คือ สามีชาวเม็กซิกัน ที่ชอบในการเอนเตอร์เทรนด์ลูกค้า เพื่อจะได้รู้ว่าอาหารรสชาติถูกปากคนไทยหรือไม่ หากไม่ก็จะให้ภรรยาปรับสูตรให้ถูกใจลูกค้ามากขึ้น ซึ่งนายเดวิด เป็นคนอารมณ์ดี ชอบทักทายกับชาวบ้านที่ผ่านไปมา แม้ว่าภาษาไทยจะไม่แข็งแรงมากนัก แต่ด้วยความน่ารัก ทำให้มีชาวบ้านแวะมาอุดหนุนกันเป็นประจำ.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...