โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยก “โกโก้ วัลเล่ย์” โรลโมเดลปั้นไทย “ฮับโกโก้อาเซียน” ใน 3 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ย. 2567 เวลา 10.17 น. • เผยแพร่ 27 พ.ย. 2567 เวลา 03.17 น.

ผลพวงโลกร้อนกระทบ “โกโก้” ให้ผลผลิตน้อยสวนทางดีมานด์โลก ดันราคาพุ่ง กระทรวงอุตสาหกรรมสบช่องโร้ดแม็ป 3 ปี ดันไทย “ฮับโกโก้แห่งอาเซียน” เชื่อมท่องเที่ยว ยก “โกโก้ วัลเล่ย์” น่าน เป็นโรลโมเดล อัพเลเวลโกโก้สู่สินค้า GI โกยรายได้เพิ่มอีก 8 พันล้านบาท

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายพัฒนา“เกษตรอุตสาหกรรม” โดยสนับสนุนทั้งพืชเศรษฐกิจเดิมและพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เป็นโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “โกโก้” ที่สามารถสร้างมูลค่าตั้งแต่ผลสด เมล็ดแห้ง และการแปรรูปเป็นสินค้าสร้างสรรค์

เนื่องจาก “โกโก้” ได้รับความนิยมในไทยอย่างมาก มีการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องทั้งธุรกิจคาเฟ่ ท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ที่ผันตัวมาเป็นผู้ประกอบการเกษตร รวมถึงการจ้างงานในชุมชนที่มากขึ้น

ใน 6 เดือนแรกของปี 2567 ไทยมีผลผลิตโกโก้รวมทั้งหมด 1,016.78 ตัน พบการตื่นตัวของผู้ประกอบการที่เริ่มหันมาสนใจนำทุกส่วนจากโกโก้ไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มูลค่าสูงหลายรูปแบบ เช่น เครื่องสำอาง น้ำสกัดโกโก้ ฯลฯ

“เราพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรด้วยการขยับจากการผลิตสินค้าเกษตรต้นน้ำซึ่งราคามีความผันผวนและเป็นไปตามตลาดโลก โดยพยายามสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการเอาอุตสาหกรรมนำการเกษตร แทนที่จะผลิตเป็นสินค้าเกษตรอย่างเดียวก็นำไปแปรรูป

และอีกวิธีหนึ่งคือสวนทางกลับกัน แทนที่จะดันต้นน้ำ กลางน้ำ ไปปลายน้ำ เอาอุตสาหกรรมมานำ คราวนี้เอาตลาดมานำก็คือเราดูจากปลายน้ำ ว่าวันนี้ตลาดต้องการบริโภคอะไร หนึ่งในนั้นคือ “โกโก้” เราไม่ใช่แค่คิดจะขายเมล็ดโกโก้อย่างเดียว แต่ตลาดต้องการบริโภคช็อกโกแลต ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไปจนถึงท่องเที่ยว

โดยสร้าง Story ที่ผสมSoft power จินตนาการ คุณภาพและคุณค่าของผลิตภัณฑ์ การมีส่วนร่วมของชุมชนความเป็นมิตรและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าให้กับ โกโก้ ซึ่งบ้านเราปลูกได้อยู่แล้วเพราะมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศเหมาะสม ดิน น้ำ อุณหภูมิก็กำลังดี”

รมว.เอกนัฏ เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า การบริโภคโกโก้ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดแค่การการบริโภคเป็นช็อกโกแลต ผสมกาแฟหรือเครื่องดื่มในร้านกาแฟ แต่ยังสามารถทำให้มีสตอรี่นี้โดดเด่นได้ เช่น Cocoa Valley ซึ่งผูกสตอรี่เข้ากับ จังหวัด “น่าน” โดยใช้เวลากว่า 13 ปีในการสร้างสตอรี่ที่ขายได้

“เราอยากเห็นการพัฒนาตลาดในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นๆในประเทศไทย เพราะการปลูกโกโก้ของเกษตรกรมีโอกาสที่ดีจากมูลค่าที่สูงมาก โกโก้ของ Cocoa Valley ไม่ได้ขายเป็นตันหรือขายเป็นกิโลกรัม รายได้ต่อไร่ไม่ได้อยู่ที่หลักพันหรือหลักหมื่นเหมือนพืชเกษตรทั่วไป

แต่สามารถทำรายได้หลายหมื่นไปจนถึงหลักแสนบาท ดังนั้นถ้าสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มตรงนี้โดยใช้วิธีคิดเดียวกันนี้กับพืชเศรษฐกิจอื่นๆที่ไม่ได้ผลิตในปริมาณมากเช่น 'ผลไม้'

อย่างไรก็ดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้วางแผนการส่งเสริมโกโก้ในระยะ 3 ปี (2567 – 2569) โดยวางเป้าเพิ่มจำนวนผลผลิตภาคเหนือเพิ่มขึ้น 240 ตัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้น 57 ตัน ภาคใต้เพิ่มขึ้น 113 ตัน ภาคตะวันออกเพิ่มขึ้น 682 ตัน และภาคกลางเพิ่มขึ้น 5 ตัน คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 8,000 ล้านบาท

โดยสนับสนุนการพัฒนาอาหาร รวมถึงการเชื่อมโยงกับงานเทศกาล (Festival) ที่เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมการท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวชุมชน ธุรกิจคาเฟ่ สปา สินค้าของฝากและสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ ด้านความงามและสุขภาพเพื่อชิงส่วนแบ่งมูลค่าจากตลาดโกโก้เพิ่ม

โดยกำหนดให้จังหวัดน่านเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกโกโก้ทั่วประเทศภายใต้แนวคิด“น่านโมเดล” ในการสร้างความนิยมการปลูกพันธุ์โกโก้น่าน 133 ที่เป็นสินค้า GI โดยการเพิ่มจำนวนพื้นที่เพาะปลูกและจำนวนผู้ประกอบการ สร้างต้นแบบธุรกิจ

โดยมีผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ คือ โกโก้วัลเลย์ (Cocoa Valley) เป็นต้นแบบธุรกิจโกโก้ครบวงจรของน่านที่มีศักยภาพตั้งแต่การปลูก แปรรูปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมต้นแบบอัจฉริยะ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสที่พร้อมเข้าสู่การแข่งขันในตลาดโลก

โดยทุกวันนี้โกโก้วัลเลย์ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของจังหวัดน่าน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโกโก้และช็อกโกแลต และขณะเดียวกันธุรกิจนี้ยังได้ส่งต่อความรู้การปลูกโกโก้ให้กับเกษตรกรในชุมชน สร้างรายได้ และผลกระทบเชิงบวกให้กับชุมชนโดยรอบมากกว่า 300 ชุมชน เช่น กลุ่มขายผลสดโกโก้ กลุ่มชนเผ่า กลุ่มย้อมผ้า ทำให้คนในท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น

อีกทั้งยังมีการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกโกโก้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว อาทิ โรงแรม ร้านอาหาร และสปา เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นอัตลักษณ์ได้สอดรับกับความต้องการตลาด เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสำเร็จรูป คราฟท์ช็อกโกแลต

ขณะที่ นายมนูญ ทนะวัง ผู้ก่อตั้ง Cocoa Valley Resort เปิดเผยว่า ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Climax Change หรือโลกร้อนทำให้โกโก้ให้ผลผลิตที่น้อยลงมาก และให้ผลผลิตที่ช้าลงประมาณ 1-2 เดือนจากปีก่อน ส่งผลให้ราคาของโกโก้ปรับตัวสูงขึ้น แต่ในเชิงธุรกิจการเติบโตของการใช้ช็อกโกแลตหรือโกโก้กลับมากขึ้น ทำให้คนเริ่มสนใจมูลค่าโกโก้ที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ โกโก้ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดน่านส่วนใหญ่เป็น “โกโก้สายพันธุ์ น่าน 133” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ของประเทศไทยที่พัฒนาขึ้นโดยโกโก้วัลเล่ย์ เริ่มต้นจากการทดลองปลูกบนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ใน Cocoa Valley Resort ด้วยแนวทางแบบเกษตรอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมี และให้ความสำคัญกับความสมดุลของระบบนิเวศ

ซึ่งการมีดินที่สมบูรณ์และภูมิอากาศที่เหมาะสม ช่วยเสริมให้ต้นโกโก้ที่มีคุณภาพ สามารถออกผลผลิตได้จำนวนมาก และมีเอกลักษณ์ เช่น มีผลเรียวยาวสีชมพู กลิ่นหอม รสชาติเข้มข้นกว่าโกโก้สายพันธุ์อื่น และมีเมล็ดจำนวนมากประมาณ 50 – 60 เม็ดต่อผล

ซึ่งหลังประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ จนได้รับรองสายพันธุ์ โดยกรมวิชาการเกษตร จึงได้ส่งต่อองค์ความรู้การปลูกโกโก้สายพันธุ์ น่าน 133 ไปยังเกษตรกรรายอื่น ๆ ในจังหวัดน่าน

และเครือข่ายของโกโก้ วัลเล่ย์อยู่กว่า 400 ครอบครัว จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ พะเยา ลำปาง พิษณุโลก ระยอง และชลบุรี ช่วยให้เกษตรกรท้องถิ่นมีรายได้เพิ่มขึ้น จากการขายผลสดของโกโก้สายพันธุ์ น่าน133 ถึงกิโลกรัมละ 20 บาท ซึ่งต่างจากเดิมที่เคยได้กิโลกรัมละ 8 – 10 บาท

นายมนูญ กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นของโกโก้วัลเลย์ยังมีความครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูก การแปรรูปผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และการสนับสนุนเกษตรกรในท้องถิ่น โดยส่งเสริมการปลูกโกโก้ในพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมถ่ายทอดความรู้ในการดูแลและจัดการผลผลิต เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การหมัก ตาก จนถึงการแปรรูป เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์โกโก้ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์พรีเมียม เช่น ช็อกโกแลตแท่ง ผงโกโก้ และเครื่องดื่มโกโก้ ที่ตอบโจทย์กลุ่มตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

และยังนำโกโก้มาแปรรูปเป็นช็อกโกแลตบริสุทธิ์ เพื่อนำมาทำเป็น เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ บริการในร้าน Cocoa Valley Café โดยเมนูของร้านทั้งหมดใช้ ช็อกโกแลตแท้มาเป็นส่วนผสมหลักในทุกเมนู และใช้เวลากว่า 8 เดือน จากดอกสู่ผลสุกจากผลสุกสู่เมล็ดแห้ง และจากเมล็ดแห่งสู่ช็อกโกแลตบริสุทธิ์ โดยใช้โกโก้ที่มีส่วนผสมของไขมันโกโก้ อยู่ 100%

“กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เข้าให้คำปรึกษา เข้ามาช่วยยกระดับพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของตลาดด้วยสินค้าที่ผลิตจากโกโก้แท้ โดยสร้างมูลค่าและเอกลักษณ์ที่แตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ อาทิ ช็อกโกแลตบาร์ โกโก้พร้อมชง ชาโกโก้ บราวนี่โกโก้ โกโก้คุกกี้ โกโก้สแน็ค สครับโกโก้ สบู่ ลิปบาล์ม และบอดี้โลชั่น

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้กระบวนการปลูกและแปรรูปโกโก้ พร้อมพักผ่อนในที่พักท่ามกลางธรรมชาติ และยังเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์แปรรูปโกโก้ไปสู่โมเดิร์นเทรด อาทิ ห้างสรรพสินค้าโตคิว Tops The Mall และกำลังจะขยายตลาดสู่ประเทศญี่ปุ่น”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...