โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ร้องกลุ่มชายฉกรรจ์ 14 คน รุมทำร้ายลูกชายดับ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 10 ม.ค. 2568 เวลา 21.50 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2568 เวลา 12.08 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ปทุมธานี 10 ธ.ค. – แม่ร้องกองปราบฯ ให้ความเป็นธรรมคดีลูกชายวัย 54 ปี ถูกชายฉกรรจ์ 14 คน รุมทำร้ายจนก้านสมองร้าว เบ้าตาแตก หลังทะเลาะเรื่องนั่งโต๊ะในร้านอาหาร ล่าสุดลูกชายเสียชีวิตแล้ว ด้านกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว

จากกล้องวงจรปิดจะเห็นภาพคนนับสิบวิ่งกรูเข้าไปรุมทำร้ายชายเสื้อลายสกอตสีฟ้าขาว ทั้งเตะ ต่อย เหตุการณ์นี้เกิดเมื่อคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ช่วง 5 ทุ่มกว่า และคุณแม่อายุ 78 ปี ของชายที่ถูกรุมทำร้าย ไปร้อง “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” ให้พาไปร้องกองปราบฯ เพื่อขอความเป็นธรรม โดยลูกชายชื่อ “ธีธัต” อายุ 54 ปี ไปร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และเกิดมีปากเสียงกัน ตามด้วยการถูกรุมทำร้ายจากคน 15-20 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส นำส่งโรงพยาบาลกลาง รักษาอยู่ห้องไอซียู แพทย์แจ้งว่าอาการโคม่า ก้านสมองร้าว เนื้อสมองตาย เบ้าตาแตก ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ มิตรปราสาท ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 27 ธันวาคม 2567 ประมาณ 23.30 น. ฝั่งผู้ก่อเหตุมาจัดงานเลี้ยง โดยเหมาโต๊ะทั้งหมดในร้าน ส่วนฝั่งผู้เสียหายประมาณ 4 คน มาที่ร้าน และบอกว่าจองโต๊ะด้านหน้าไว้แล้ว ทำให้มีปากเสียงกัน จากนั้นหนึ่งในผู้เสียหายเดินออกจากร้านไป และทางผู้ก่อเหตุตามไปรุมทำร้ายที่หน้าร้าน

วันต่อมา (28 ธ.ค. 67) ทางญาติผู้เสียหายมาแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง ตำรวจจึงออกติดตามกลุ่มผู้ก่อเหตุพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดในคลิป ซึ่งพิสูจน์ทราบแล้วว่ามีทั้งหมด 14 คน และเมื่อวานนี้ (9 ม.ค. 68) กลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 14 คน เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่ร่างกาย.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...