เฟิ่งไฉ่หง มารดาข้ามกาลกับฝาแฝดตัวน้อย
ข้อมูลเบื้องต้น
เมื่อนักธุรกิจสาวผู้ครอบครองอาณาจักรเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่แห่งโลกอนาคต กลับต้องเผชิญชะตากรรมสุดเหลือเชื่อ หลังอุบัติเหตุนำเธอทะลุมิติมาสู่ยุคจีนโบราณ พร้อมมีลูกน้อย ทั้งที่ไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใครพ่วงมาด้วย ให้ตายเถอะ!!!!!
“อี้หลง” และ “อี้เฟย” ลูกชายฝาแฝดวัย 5 ขวบที่ร่างกายผอมแห้งและขี้กลัว ไข่มุกตื่นขึ้นในร่างของ “เฟิ่งไฉ่หง” หญิงสาวที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ถูกกลั่นแกล้งอย่างไร้ความเมตตา และต้องดิ้นรนเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง เธอพบว่าตนเองไม่ได้มามือเปล่า แต่ยังมี “มิติพิเศษ” ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรจากโลกเดิมติดตัวมาด้วย
ด้วยความรู้ด้านธุรกิจและความมุ่งมั่น ไข่มุกเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์ ด้วยการนำสมุนไพรล้ำค่าจากมิติไปขาย สั่งสมความร่ำรวยให้เจ้าก้อนซาลาเปาของเธอ
ก่อนจะค่อย ๆ สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เธอตั้งใกาใจจะบุกเบิกเป็นร้านความงามที่ครบครันแห่งแรก
การเดินทางจากร้านเครื่องสำอางเล็ก ๆ จะขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วประเทศ แบบที่เธอเคยทำได้ในโลกก่อนได้หรือไม่
เฟิ่งไฉ่หง มารดาข้ามกาลกับฝาแฝดตัวกลม จะพาคุณเดินทางผ่านเรื่องราวของผู้หญิงผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา การต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูเจ้าก้อนซาลาเปาตัวกลม บทสรุปของเธอจะลงเอยอย่างไร? ความสำเร็จของเธอจะถูกท้าทายไปจนถึงจุดไหน?
ติดตามเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของความรัก มิตรภาพ และอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน!
ตอนที่ 1 โชคชะตาที่มิอาจฝืน
“เจ้ามันก็เหมือนแม่ของเจ้า สำส่อน ท้องไม่มีพ่อ!”
เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกมาในความทรงจำของเฟิ่งไฉ่หง คำพูดของที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังก้องในหู
“ไม่ … ไม่จริง”
ไข่มุก ซีอีโอสาวบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ส่งออกทั่วโลก สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่แสนคลุมเครือและเจ็บปวด
เธอเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะถอนหายใจออกมาเธอฝันแบบนี้มาเจ็ดคืนติดแล้ว เรื่องราวมันเริ่มขึ้นในคืนนั้น ค่ำคืนที่เธอไปงานเลี้ยงเปิดตัว สินค้าตัวใหม่ของแบรนด์
แต่เธอดันไปสะดุดตากับชายชราคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายขอทาน จึงให้เลขาคนสนิทเอาเงินไปบริจาค แต่ดันได้แหวนเก่าๆ วงนึงตอบแทนมา
หญิงสาวเอาแหวนวงนั้นใส่กระเป๋าถืออย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วคืนนั้นเธอก็เริ่มฝันถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด
ผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายเธอ ราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่ชะตาชีวิตช่างน่าอดสู….
ยามค่ำคืนในจวนตระกูลเฟิ่งอันหรูหรา เฟิ่งไฉ่หง เด็กสาววัย15หนาว ถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้เฟิ่งไฉ่อวี้ ลูกผู้พี่ที่เกิดจากท่านลุงของนาง เฟิ่งไฉ่หงเป็นหญิงสาวที่อ่อนแอและไม่มีปากมีเสียงจึงได้แค่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจในจวน
เนื่องจากมารดาที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของครอบครัวท้องโดยที่ยังไม่แต่งงาน ทั้งยังปากแข็งไม่บอกท่านตาและคนในครอบครัวว่าท้องกับใคร
สุดท้ายเมื่อคลอดเธอออกมาได้ไม่กี่อึดใจมารดาก็สิ้นลม ท่านตาและท่านลุงใหญ่พี่ชายรังเกียจมารดาและไฉ่หงที่ทำให้ตระกูลเฟิ่งเสื่อมเสีย
ทั้งยังเกลียดเธอยิ่งขึ้นเมื่อเธอเป็นสาเหตุหลักทำให้เสียบุตรสาวและน้องสาวที่รักที่สุดไป ที่สามารถมีชีวิตเติบโตมาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะได้ท่านยายเลี้ยงดู
โดยที่ทุกคนไม่ได้สนใจเลยว่าเธอก็สูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิดและถูกทุกคนรังเกียจทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กทารกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย
เธอเคยลองถามท่านตาครั้งหนึ่งว่าเธอทำอันใดผิดเหตุใดต้องรังเกียจขนาดนี้
แต่ท่านตาบอกว่า แค่เธอเกิดมา แค่เกิดมา…ก็เป็นความผิดที่สุดแล้ว
แต่ถึงกระนั้นไฉ่หงก็ยังฝันลมๆ แล้งๆ อยากได้ความรักและความเอาใจใส่แบบที่ลูกผู้พี่ได้รับการปฏิบัติบ้าง เพียงเศษเสี้ยวความรักเล็กๆก็ยังดี
หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วเลิกนึกถึงเรื่องในอดีต ก่อนจะรีบเดินไปหาพี่สาวที่เรือนใหญ่
“ข้ามาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”
แม้จะใช้แค่เฟิ่ง แต่หลังจากที่ท่านยายเสีย ในจวนเธอไม่ถูกนับเป็นคุณหนู สิ่งที่เธอทำได้คือมีแค่ก้มหน้าก้มตารับใช้ทำตามคำสั่ง ของผู้มีอำนาจในจวนเท่านั้น
“ดื่มนี่สิ ชาถ้วยนี้ท่านแม่ข้านำมาฝากกาฝากเช่นเจ้าเลยนะ” มองมาที่เธอแล้วยกยิ้มแฝงด้วยการดูถูกดูแคลน
“รีบๆ ดื่มซะสิ คุณหนูของข้าอุตส่าห์มีน้ำใจให้ เจ้ายังมัวรีรออะไร!” บ่าวคนสนิทของเฟิ่งไฉ่อวี้เร่งเธอ
“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณหนู” เฟิ่งไฉ่อวี้ยื่นชาให้ดื่ม เธอรับมาอย่างจนใจ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีบางสิ่งแปลกปลอมในน้ำชา
ก่อนที่สติจะค่อยๆ หายไป
“เอามันไปไว้ที่ห้องบ่าวท้ายจวน” เฟิ่งไฉ่อวี้สั่งบ่าวคนสนิทก่อนจะยิ้มออกมา
“ช่วยไม่ได้ ยังไงคุณชายจวนโหวก็ต้องเป็นของข้า กาฝากเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรถึงจะมาแย่งชิงวาสนานี้ไปจากข้า”
หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วยกเทียบหมั้นหมายขึ้นมาลูบ
เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น
“อืออ หนาว” ไฉ่หงความหาผ้าห่มมาห่มกาย เธอรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมือบางจับโดนท่อนแขนของใครสักคน….
หัวคิ้วขมวดมุ่นทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยกาย และข้างกายมีชายหนุ่มคนนึงนอนคว่ำหน้าอยู่
“ทำ ทำไมถึงเป็นแบบนี้”
เธอช็อคจนทำอะไรไม่ถูก แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมาก หากมีคนมาเจอเธอในสภาพนี้…..
เฟิ่งไฉ่หงปัดความคิดอื่นแล้วรีบหนีออกมา ตรงกลับห้องของตัวเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หญิงสาวใช้ชีวิตเหมือนอย่างเคย หลายเดือนผ่านไป ความอับอายได้ปรากฏเมื่อเฟิ่งไฉ่หงเริ่มตั้งครรภ์
และความจริงถูกเปิดเผยกลางงานเลี้ยง เธอถูกพี่สาวและป้าสะไภ้กล่าวหาว่าเป็นหญิงสาวใจง่าย มารดากับบุตรสาวทำตัวเสื่อมเสียเหมือนกันไม่มีผิด
“ออกไปจากตระกูลเฟิ่ง! แค่เจ้าเกิดมาก็ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียมากแล้ว ยังกล้าให้กำเนิดไอมารหัวขนออกมา ช่างกล้านัก!!! ”
เสียงของท่านตาดังขึ้นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เฟิ่งไฉ่หงหันกลับไปมองจวนหลังใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาของนางผสมปนเปกับฝนที่ไหลอาบแก้ม
เฟิ่งไฉ่หงวัย15หนาว ถูกไล่ออกจากจวนที่เธอเคยเรียกว่าบ้าน พร้อมสัมภาระเพียงเล็กน้อยในมือ และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากเด็กสองชีวิตในครรภ์
หญิงสาวผู้หนึ่งที่เคยงดงามเป็นหนึ่ง แม้แต่เฟิ่งไฉ่อวี้ก็สู้นางไม่ได้ แต่บัดนี้กลับอ่อนแอและหมดหนทาง เฟิ่งไฉ่หง ผิวกายที่ครั้งหนึ่งเคยเปล่งประกายดั่งหยกบัดนี้กลับซีดเซียวราวกับผีสาวในคืนมืด
เฟิ่งไฉ่หงรู้ตัวว่าตนถูกวางยา—ยาที่ลูกผู้พี่ของนางมอบให้ด้วยรอยยิ้มหลอกลวง รอยยิ้มนั้นยังคงติดตรึงในห้วงสำนึก
เพียงเพราะคุณชายจวนโหวมาขอหมั้นหมายกับนางแทนที่จะเป็นเฟิ่งไฉ่อวี้ผู้เพรียบพร้อม….
แววตาของเฟิ่งไฉ่หงเต็มไปด้วยความเสียใจ ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยแผลจากทั้งร่างกายและจิตใจ
เมื่อนางตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว เด็กในครรภ์กลับกลายเป็นตราบาปที่ตอกย้ำความอัปยศในสายตาผู้คนรอบข้าง
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นไฉ่หงก็ไม่เคยโทษเด็กในครรภ์ เธอไม่อยากสร้างปมด้อยให้ชีวิตที่ไม่รู้เรื่องราว เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกเป็นทารกที่แสนบริสุทธิ์
ไฉ่หงใช้เงินเก็บที่ท่านยายเคยแอบให้ไว้ในช่วงที่เดินทางไปบ้านไม้เก่าริมเขาที่ท่านยายของนางมอบให้ก่อนสิ้นลม บ้านหลังนั้นแม้จะเล็กและเก่า แต่ก็เป็นที่พักพิงสุดท้าย
เด็กแฝดคู่นี้คลอดออกมาในคืนที่ฝนกระหน่ำ ร่างของนางเปียกชุ่มด้วยเหงื่อและน้ำตา เสียงร้องของเด็กแรกเกิดสองคนเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความหวัง
เฟิ่งไฉ่หงอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชนบทห่างไกลจากเมืองหลวงกับลูกแฝดในสภาพที่อัตคัดและเหนื่อยล้า
แม้ในขณะนั้นหัวใจของเฟิ่งไฉ่หงจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่แววตาของนางก็ฉายความรักอันไร้ที่สิ้นสุด เด็กทั้งสองคือโลกทั้งใบของนาง
เธอพยายามทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเด็กๆ ทั้งตัดเย็บเสื้อผ้า หาผักป่า และแม้กระทั่งยอมทำงานในไร่ที่ตนไม่เคยคิดว่าจะต้องทำในชีวิต เพื่อให้ลูกทั้งสองมีอาหารกิน แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่พอ
ความยากลำบากนั้นไม่เคยจบสิ้น ตลอดระยะเวลา5ปีที่ผ่านมา สุขภาพของเฟิ่งไฉ่หงเริ่มทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว นางป่วยหนัก ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือการมองลูกน้อยที่อดอยากและอ่อนแอลงทุกวัน
ในคืนที่ลมหนาวพัดผ่านบ้านไม้เก่า เฟิ่งไฉ่หงล้มตัวลงนอนโดยมีลูกแฝดนอนข้างกาย นางกระซิบคำสุดท้ายด้วยเสียงแหบพร่า
“แม่ขอโทษ… อี้หลง อี้เฟย…”
เสียงของนางค่อยๆ หายไป พร้อมลมหายใจสุดท้าย
ทันใดนั้น ไข่มุกสะดุ้งตื่นจากฝันพร้อมเสียงหอบหายใจรุนแรง พร้อมใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา เธอยังคงอยู่ในห้องนอนบนคอนโดหรูของเธอ
แสงจากหน้าต่างสูงส่องเข้ามาทำให้เห็นภาพเงาของเธอสะท้อนในกระจกบานใหญ่ เธอยังคงเป็น “ไข่มุก” ซีอีโอสาวผู้แกร่งและประสบความสำเร็จในโลกยุคปัจจุบัน
ก่อนกุมหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ฝันนั้นชัดเจนราวกับเป็นชีวิตจริง เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานของเฟิ่งไฉ่หง
กริ๊งงงงง โทรศัพท์จากผู้ช่วยส่วนตัวดังขึ้น
“คุณไข่มุกคะ การประชุมกับบอร์ดบริหารเริ่มแล้วค่ะ”
ไข่มุกรวบรวมสติและลุกขึ้น เธอปรับเครื่องแต่งกายและมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง
แม้เธอจะดูมั่นคงและแข็งแกร่ง แต่ลึกๆ แล้วหัวใจของเธอยังคงสั่นคลอนจากฝันร้ายที่ดูเหมือนเป็นคำเตือนอะไรบางอย่าง…
และเธอไม่รู้เลยว่าคำเตือนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล…..
ตอนที่ 2 สัญญาแห่งชีวิตใหม่
“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ”
ไข่มุกถูกปลุกตื่นขึ้นด้วยเสียงเรียกหา “แม่” เธอพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา สภาพร่างกายที่อ่อนแรงจากพิษไข้
ก่อนหน้านี้ตัวเธอนั่งรถกลับบ้านหลังจากประชุมบอร์ดบริหารที่บริษัท โดยที่ทั้งวันความคิดของเธอหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของแม่ลูกปริศนาที่ฝันถึงมาตลอดทั้งอาทิตย์
เธอเจ็บปวดและรวดร้าวทุกครั้งราวกับว่าเป็นเธอที่ประสบเรื่องราวนั้นจริงๆ
ไข่มุกขับรถด้วยสติที่เหม่อลอย พอรู้สึกตัวอีกทีรถสิบล้อพุ่งก็พุ่งเข้ามา สติรับรู้ดับวูบ และฟื้นมาที่นี่…
ก่อนตระหนักได้ว่าเธอได้มาอยู่ในยุคโบราณและได้รับชีวิตใหม่ในร่างของเฟิ่งไฉ่หง!!!
ภาพความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้าสู่จิตใจ — การถูกวางยา ความอัปยศที่ต้องทน และการต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกชายฝาแฝดภายใต้ความทุกข์ทรมาน
ความทรงจำของเฟิ่งไฉ่หงเต็มไปด้วยความทุกข์ ชีวิตนอกตระกูลเฟิ่งนั้นยากลำบาก
เฟิ่งไฉ่หงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะเกิด อาศัยอยู่ในกระท่อมเก่าทรุดโทรม
เมื่อถึงวันที่เธอคลอดลูกฝาแฝด “อี้หลง” และ “อี้เฟย” ออกมา เด็กทั้งสองคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต
แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เฟิ่งไฉ่หงป่วยหนักจากการทำงานหนักและขาดสารอาหาร หลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน เธอก็ป่วยหนักจนไม่สามารถฝืนตัวเองได้อีก ในห้องที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ
เธอเอื้อมมือไปจับลูก ๆ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับลง
แต่สิ่งที่สะเทือนใจและทำให้หัวใจของไข่มุกเจ็บปวดที่สุดคือเสียงสะอื้นไห้พร้อมใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเด็กชายฝาแฝดสองคน
เด็กชาย…ที่เธอฝันเห็นมาตลอดทั้งสัปดาห์ “เฟิ่งอี้หลง” และ “เฟิ่งอี้เฟย”
เธอเหลือบมองไปทางมุมห้อง ก็พบกับทั้งสองคนนั่งตัวสั่นอยู่ใกล้เตียง สภาพของพวกเขาไม่ต่างจากเธอเท่าไรนัก
“ท่านแม่ขอรับ…ท่านแม่” เด็กชายทั้งสองคนร้องขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและไม่เชื่อสายตา
ขณะที่คลานเข้ามาจับมือของไข่มุกไว้แน่น ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความดีใจ
“ท่านแม่ฟื้นแล้ว!” อี้เฟยเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ
“แม่… จะไม่ทิ้งพวกเจ้าไปอีกแล้ว” ไฉ่หงกระซิบ น้ำเสียงแหบแห้งแต่หนักแน่น พยายามสงบสติอารมณ์และคว้าเด็กทั้งสองคนมากอดแนบอก
เด็กทั้งสองสะอื้นก่อนจะโผเข้ากอดร่างของเธอ ซุกใบหน้าเข้าที่อกของไข่มุก
“อย่าร้องเลยนะ…” เธอกระซิบพร้อมลูบหลังเด็กทั้งสองอย่างแผ่วเบา
น้ำตาแห่งความดีใจของอี้หลงและอี้เฟยไหลรินออกมาไม่หยุด เสียงสะอื้นของพวกเขาดังสะท้อนในบ้านเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา
“แม่นอนไปนานมาก นานจนหลงเอ๋อร์กลัว กลัวว่าท่านจะไม่ตื่นมาหาข้ากับเฟยเอ๋อร์แล้ว”
“หลงเอ๋อร์” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะพิจารณาฝาแฝดคนพี่ เด็กชายมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตที่ดูเศร้าสร้อยแต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอยู่ในที
เส้นผมสีดำขลับของเขาชี้กระจายเหมือนไม่เคยได้รับการดูแล ร่างกายผอมบางเกินวัย ผิวหนังซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดฝอย ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ จากการล้มลุกคลุกคลานในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
“มะ แม่ไม่หิว เฟยเอ๋อร์ไม่ต้องลำบาก” แฝดคนน้องมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับพี่ชายมาก แต่ผิวพรรณของเขายิ่งซีดเหลืองกว่าเพราะร่างกายที่เจ็บป่วยบ่อยครั้ง
ดวงตาของดูหวาดระแวงและขลาดกลัว ผมยาวรุงรังปรกหน้าผาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำจากการล้มลุกคลุกคลานไม่ต่างจากพี่ชาย
หลังจากเด็กทั้งสองหยุดร้องไห้ อี้เฟยจ้องมองใบหน้าของไข่มุก ดวงตาของเขามีประกายแห่งความหวังเล็กน้อย
“ ท่านแม่… ท่านจะไม่ทิ้งพวกข้าใช่หรือไม่ ”
“ ไม่เลย แม่จะอยู่กับพวกเจ้า… แม่สัญญา ” ไข่มุกตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ ท่านแม่ท่านห้ามหลับนานแบบนี้อีกนะขอรับ… ข้ากลัว…”
อี้เฟยพูดเสียงสั่น เงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“ แน่นอน แม่จะเข้มแข็งขึ้นเพื่อพวกเจ้า วันหน้าพวกเจ้าจะต้องไม่ลำบากเหมือนตอนนี้ ”
ไข่มุกยิ้มบาง ๆ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของลูกชายทำให้ไข่มุกรู้สึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่
เธอต้องสร้างอนาคตที่ดีเพื่อลบล้างความเจ็บปวดที่เด็กๆ เคยพบเจอให้ได้เธอจ้องมองไปที่เด็ก ๆ และให้คำมั่นในใจ ว่าจะมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกชายฝาแฝด
และที่สำคัญเธอจะต้องกลับไปให้บทเรียนกับคนที่ทำให้ชีวิตของเฟิ่งไฉ่หงพังทลายอย่างแน่นอน!!!
“ข้าจะดูแลท่านแม่เอง” อี้หลงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะโตขึ้นเป็นคนที่เก่งกาจและปกป้องท่านแม่ได้ขอรับ!”
“เจ้านี่ช่างพูดจริง ๆ …เจ้าตัวน้อยของแม่” หัวเราะเบา ๆ แล้วเอามือลูบหัวอี้หล'ด้วยความเอ็นดู
อี้เฟยที่นั่งมองอยู่เงียบ ๆ เอ่ยออกมาเสียงแผ่ว “ข้าก็อยากช่วยท่านแม่เหมือนกัน… ข้าจะไม่เป็นภาระอีกขอรับ”
“ ลูกทั้งสองไม่เคยเป็นภาระของแม่เลย จำไว้นะ แม่รักพวกเจ้า… และแม่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นกว่านี้ ” เธอลูบแก้มของอี้เฟยเบา ๆ
บทสนทนาในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปลอบโยน แต่มันคือการเริ่มต้นของคำสัญญาใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งสามแม่ลูก…
ตอนที่ 3 อาหารมื้อแรก
แสงแดดอ่อนลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าในบ้านหลังเล็ก เสียงหัวเราะของไฉ่หงดังขึ้นเบาเบา ทันทีที่ได้ยินเสียงท้องร้องจากลูกชายทั้งสอง ที่บอกว่าไม่หิว
“นอนรออยู่ในห้องก่อน แม่จะไปดูในครัวว่าพอจะมีอะไรให้ พวกเจ้ารองท้องได้บ้าง”
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง เอามือลูบศรีษะเด็กชายฝาแฝดสองคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มเก่า
ถึงห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารไม่กี่ชิ้นกับโหลหลายใบ ที่คาดว่าน่าจะเคยใส่ข้าวสารและน้ำดื่ม ล้วนว่างเปล่า ….
“ในครัวไม่มีแม้แต่น้ำเลยหรือนี่ อนาถาเกินไปแล้ว หรือว่าฉันต้องเข้าไปหาอาหารในป่าตอนนี้ แม่เจ้า ทำไมไม่มีอาหารลอยออกมาเหมือนในละครที่ดูบ้างนะ!!!”
ระหว่างที่เธอครุ่นคิด จู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในตัวของเธอเอง พื้นที่ว่างเปล่าปรากฏขึ้นในจิตสำนึก เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนกับ ….คอนโดหรูของเธอในโลกก่อนหน้านี้!!!
เธอพยายามหลับตา และทันใดนั้น เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่เธอจดจำได้ทันที
“ทำไมเธอถึงกลับมาที่นี่ แล้วเด็กๆล่ะ”
ไข่มุกยืนอยู่กลางคอนโดของเธอในโลกก่อนหน้า ด้วยความไม่เข้าใจ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แม้แต่ข้าวต้มกุ้งที่เธอทำไว้ตอนเช้าก่อนไปประชุมก็ยังอยู่
“นี่ฉันกลับมาแล้วหรอ เรื่องราวก่อนหน้านี้เราแค่ฝันไป โอ้ยงงไปหมดแล้ว”
“ไม่ต้องงง เจ้าไม่ใช่คนของโลกใบเดิมอีกแล้ว ตอนนี้เจ้าคือเฟิ่งไฉ่หง มารดาของฝาแฝดทั้งสอง” เสียงชายชราปริศนาดังขึ้น
“ท่านเป็นใคร แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นเฟิ่งไฉ่หง ทำไมถึงฝันเห็นเรื่องราวของครอบครัวนั้นซ้ำๆ ” ไข่มุกถามข้อสงสัยออกไป แม้จะไม่เห็นตัวชายชราก็ตาม
“เพราะเจ้าคือนาง และนางก็คือเจ้า เพียงแต่ไปเกิดกันคนละช่วงเวลาเท่านั้น เดิมนางและเจ้าหมดอายุขัยจากทั้งสองโลกแล้ว
แต่เพราะท่านเทพสงสารโชคชะตาของนางและลูกชาย จึงพาเสี้ยวจิตของเจ้าและนางมาบรรจบกัน เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตและดูแลเด็กชายทั้งสอง
เป็นพรข้อสุดท้ายที่เจ้าทั้งสองร้องขอมา
ที่นี่คือมิติวิเศษ เพียงแค่เจ้านึกถึงก็จะสามารถเข้ามาได้ สิ่งของในนี้สามารถนำมันออกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพียงแต่เงินที่เจ้ามีเก็บเอาไว้จะไม่สามารถใช้ได้ในยุคสมัยที่เจ้าต้องไปอยู่”
“จริงหรือคะ ฉันสามารถนำมันออกไปได้ทั้งหมดเลยหรอ แล้วมันจะออกไปยังไงคะ”
เธอถามด้วยความสงสัย แล้ววิ่งเข้าไปในครัวอย่างกระตือรือร้น
เมื่อรู้ว่าตนสิ้นอายุขัยจากโลกเดิม ใจเธอก็สงบอย่างประหลาด ไม่มีอาการฟูมฟายหรืออยากกลับไปในที่ที่จากมาแม้แต่น้อย
ในห้องครัวของเธอถูกเพิ่มเติมขึ้นมาหลายอย่าง เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังมีอาหารสดและแห้ง อาหารสำเร็จรูป อาหารแปลรูป ผลไม้ ผัก นม ขนมและของกินอีกมากมาย
“แค่เจ้านึกถึง ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยความคิดของเจ้า ข้าต้องไปแล้ว ขอให้เจ้าโชคดี”
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เจอเด็กทั้งสอง ขอบคุณที่เมตตาพวกเราเจ้าค่ะท่านเทพ ในเมื่อฉันกับเธอคือคนเดียวกัน ต่อไปนี้ฉันจะเป็นไฉ่หง แม่ของเด็กฝาแฝดให้เอง” ไข่มุกกล่าวขอบคุณ และให้สัญญากับตัวเอง หลังจากเสียงของชายชราเงียบหายไปแล้ว
แต่เวลานี้ไม่เหมาะสำหรับการสำรวจนานเกินไป เด็ก ๆ กำลังรออาหารจากเธออยู่
“ข้าวต้มกุ้ง ไข่ลวก นมจืด อืม…. แค่นี้น่าจะอิ่มนะ”
เมื่อพูดจบ จึงนึกถึงห้องครัวในบ้านหลังเล็กที่จากมา แล้วร่างเธอก็โผล่มาที่ห้องครัวทันที
“ออกมาได้จริงด้วย!!! เยี่ยมไปเลย แค่นี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสุขภาพและอาหารการกินของเด็กเด็กแล้ว”
ไฉ่หงกล่าวอย่างยินดีก่อนจะวางอาหารที่เอาออกมาจากในมิติ แล้วเข้าไปตามเด็กๆ ในห้องนอน
“หลงเอ๋อร์ เฟยเอ๋อร์ มาทานข้าวเถิดลูก”
เธอยิ้มเอ็นดูลูกชายทั้งสองที่นั่งรออยู่บนเตียงอย่างเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเพลงเด็กห้าขวบ
“พวกข้าทำท่านแม่ลำบากหรือไม่ขอรับ ทั้งที่ท่านเพิ่งหายจากไข้ป่า ยังต้องมาหาอาหารให้ ข้ากับน้องกิน”
อี้หลงถามออกมาอย่างรู้สึกผิด คำพูดรู้ความและท่าทางกลั้นน้ำตาของเด็กชายทั้งสอง ทำให้ไข่มุกเอ็นดูสุดหัวใจ
“แม่ไม่ลำบาก แค่เพียงพวกเจ้ากินอิ่ม แม่ก็หายหายเหนื่อยแล้ว มาเถอะ แม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ทานตอนอุ่นๆ จะดีต่อร่างกาย”
“นี่คือข้าวต้มกุ้งกับไข่ลวก พวกเจ้าทานให้อิ่ม แล้วค่อยดื่มนมในแก้ว จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น” ไฉ่หงพูดพร้อมยิ้มอ่อนโยน
อี้หลงและอี้เฟยมองข้าวต้มกุ้งในถ้วยและแก้มนมด้วยแววตาเปล่งประกาย แต่พวกเขากลับเลื่อนอาหารมาให้ไฉ่หงแทน
“เฟยเอ๋อร์ให้ท่านแม่ขอรับ ท่านจะได้กลับมาแข็งแรงไวๆ ”
“หลงเอ๋อร์ด้วย หลงเอ๋อร์ทานนิดเดียวก็พอ ที่เหลือให้ท่านแม่”
ไฉ่หงมองด้วยความตื้นตันใจ ทั้งที่ท้องหิวโหย แต่ยอมมอบอาหารส่วนของตนเองให้มารดา เด็กที่กตัญญูและรู้ความขนาดนี้ จะไม่ให้ไฉ่หงรักและเอ็นดูได้อย่างไร
“ ขอบใจพวกเจ้ามาก แต่แม่หายดีแล้ว พวกเจ้าทานเถอะ หากร่างกายพวกเจ้าแข็งแรง ร่างกายของแม่ก็จะแข็งแรงไปด้วย วางใจแล้วมาทานพร้อมกันเถอะ ” ไฉ่หงบีบแก้มตอบของลูกชายทั้งสองก่อนจะเลื่อนถ้วยข้าวไปตรงหน้า
“ พวกข้าเชื่อฟังท่านแม่ขอรับ! ”
อี้หลงและอี้เฟยรับคำมารดา ก่อนตักข้าวต้มที่มีกุ้งเต็มถ้วยเข้าปาก แต่ละคำเต็มไปด้วยความสุข เด็กชายทั้งสองยิ้มกว้าง น้ำตาซึมออกมาจากดวงตาเล็ก ๆ
“ ท่านแม่…นี่อร่อยมาก! พวกเราไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ” อี้หลงพูดพร้อมยิ้มทั้งน้ำตา
อี้เฟยพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะตักกุ้งในถ้วยของตนแบ่งใส่ถ้วยของไข่มุก “ท่านแม่ก็ต้องทานเยอะๆ หากท่านแข็งแรง พวกข้าก็จะมีความสุขมาก”
ไฉ่หงมองการกระทำของพวกเขา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่น เธอรู้ว่านี่คือเหตุผลที่เธอจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องและเลี้ยงดูพวกเขา
สัญญาในใจเต็มไปด้วยความยึดมั่น
“ข้าจะเริ่มต้นใหม่…เพื่อเจ้า…เพื่อเรา…เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”