โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เฟิ่งไฉ่หง มารดาข้ามกาลกับฝาแฝดตัวน้อย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 22 ก.พ. 2568 เวลา 07.57 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2567 เวลา 18.16 น. • เซียวเฉาเยว่
เป็นสาวโสดมาทั้งชีวิต อยู่ๆก็ทะลุมิติมามีลูกชายฝาแฝด ถูกกดขี่รังแกสารพัด แต่ที่แย่ที่สุดคือไม่รู้ว่าพ่อเด็กทั้งสองเป็นใครด้วยซ้ำ!!!! คอยดูเถอะ เธอจะตบหน้าชาวบ้านที่ดูถูกเธอกับลูกด้วยความร่ำรวยเอง!!!

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อนักธุรกิจสาวผู้ครอบครองอาณาจักรเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่แห่งโลกอนาคต กลับต้องเผชิญชะตากรรมสุดเหลือเชื่อ หลังอุบัติเหตุนำเธอทะลุมิติมาสู่ยุคจีนโบราณ พร้อมมีลูกน้อย ทั้งที่ไม่รู้ว่าพ่อเด็กเป็นใครพ่วงมาด้วย ให้ตายเถอะ!!!!!
“อี้หลง” และ “อี้เฟย” ลูกชายฝาแฝดวัย 5 ขวบที่ร่างกายผอมแห้งและขี้กลัว ไข่มุกตื่นขึ้นในร่างของ “เฟิ่งไฉ่หง” หญิงสาวที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล ถูกกลั่นแกล้งอย่างไร้ความเมตตา และต้องดิ้นรนเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง เธอพบว่าตนเองไม่ได้มามือเปล่า แต่ยังมี “มิติพิเศษ” ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรจากโลกเดิมติดตัวมาด้วย
ด้วยความรู้ด้านธุรกิจและความมุ่งมั่น ไข่มุกเริ่มต้นชีวิตใหม่จากศูนย์ ด้วยการนำสมุนไพรล้ำค่าจากมิติไปขาย สั่งสมความร่ำรวยให้เจ้าก้อนซาลาเปาของเธอ
ก่อนจะค่อย ๆ สร้างเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เธอตั้งใกาใจจะบุกเบิกเป็นร้านความงามที่ครบครันแห่งแรก
การเดินทางจากร้านเครื่องสำอางเล็ก ๆ จะขยายตัวจนกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วประเทศ แบบที่เธอเคยทำได้ในโลกก่อนได้หรือไม่
เฟิ่งไฉ่หง มารดาข้ามกาลกับฝาแฝดตัวกลม จะพาคุณเดินทางผ่านเรื่องราวของผู้หญิงผู้ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา การต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูเจ้าก้อนซาลาเปาตัวกลม บทสรุปของเธอจะลงเอยอย่างไร? ความสำเร็จของเธอจะถูกท้าทายไปจนถึงจุดไหน?
ติดตามเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของความรัก มิตรภาพ และอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน!

ตอนที่ 1 โชคชะตาที่มิอาจฝืน

“เจ้ามันก็เหมือนแม่ของเจ้า สำส่อน ท้องไม่มีพ่อ!”

เสียงหัวเราะเยาะดังแทรกมาในความทรงจำของเฟิ่งไฉ่หง คำพูดของที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามดังก้องในหู

“ไม่ … ไม่จริง”

ไข่มุก ซีอีโอสาวบริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ส่งออกทั่วโลก สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากความฝันที่แสนคลุมเครือและเจ็บปวด

เธอเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะถอนหายใจออกมาเธอฝันแบบนี้มาเจ็ดคืนติดแล้ว เรื่องราวมันเริ่มขึ้นในคืนนั้น ค่ำคืนที่เธอไปงานเลี้ยงเปิดตัว สินค้าตัวใหม่ของแบรนด์

แต่เธอดันไปสะดุดตากับชายชราคนหนึ่งที่แต่งตัวคล้ายขอทาน จึงให้เลขาคนสนิทเอาเงินไปบริจาค แต่ดันได้แหวนเก่าๆ วงนึงตอบแทนมา

หญิงสาวเอาแหวนวงนั้นใส่กระเป๋าถืออย่างไม่ใส่ใจ แต่แล้วคืนนั้นเธอก็เริ่มฝันถึงเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอด

ผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายเธอ ราวกับเป็นคนเดียวกัน แต่ชะตาชีวิตช่างน่าอดสู….

ยามค่ำคืนในจวนตระกูลเฟิ่งอันหรูหรา เฟิ่งไฉ่หง เด็กสาววัย15หนาว ถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้เฟิ่งไฉ่อวี้ ลูกผู้พี่ที่เกิดจากท่านลุงของนาง เฟิ่งไฉ่หงเป็นหญิงสาวที่อ่อนแอและไม่มีปากมีเสียงจึงได้แค่ทำตามคำสั่งของผู้มีอำนาจในจวน

เนื่องจากมารดาที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของครอบครัวท้องโดยที่ยังไม่แต่งงาน ทั้งยังปากแข็งไม่บอกท่านตาและคนในครอบครัวว่าท้องกับใคร

สุดท้ายเมื่อคลอดเธอออกมาได้ไม่กี่อึดใจมารดาก็สิ้นลม ท่านตาและท่านลุงใหญ่พี่ชายรังเกียจมารดาและไฉ่หงที่ทำให้ตระกูลเฟิ่งเสื่อมเสีย

ทั้งยังเกลียดเธอยิ่งขึ้นเมื่อเธอเป็นสาเหตุหลักทำให้เสียบุตรสาวและน้องสาวที่รักที่สุดไป ที่สามารถมีชีวิตเติบโตมาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะได้ท่านยายเลี้ยงดู

โดยที่ทุกคนไม่ได้สนใจเลยว่าเธอก็สูญเสียแม่ผู้ให้กำเนิดและถูกทุกคนรังเกียจทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กทารกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

เธอเคยลองถามท่านตาครั้งหนึ่งว่าเธอทำอันใดผิดเหตุใดต้องรังเกียจขนาดนี้

แต่ท่านตาบอกว่า แค่เธอเกิดมา แค่เกิดมา…ก็เป็นความผิดที่สุดแล้ว

แต่ถึงกระนั้นไฉ่หงก็ยังฝันลมๆ แล้งๆ อยากได้ความรักและความเอาใจใส่แบบที่ลูกผู้พี่ได้รับการปฏิบัติบ้าง เพียงเศษเสี้ยวความรักเล็กๆก็ยังดี

หญิงสาวปาดน้ำตาแล้วเลิกนึกถึงเรื่องในอดีต ก่อนจะรีบเดินไปหาพี่สาวที่เรือนใหญ่

“ข้ามาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู”

แม้จะใช้แค่เฟิ่ง แต่หลังจากที่ท่านยายเสีย ในจวนเธอไม่ถูกนับเป็นคุณหนู สิ่งที่เธอทำได้คือมีแค่ก้มหน้าก้มตารับใช้ทำตามคำสั่ง ของผู้มีอำนาจในจวนเท่านั้น

“ดื่มนี่สิ ชาถ้วยนี้ท่านแม่ข้านำมาฝากกาฝากเช่นเจ้าเลยนะ” มองมาที่เธอแล้วยกยิ้มแฝงด้วยการดูถูกดูแคลน

“รีบๆ ดื่มซะสิ คุณหนูของข้าอุตส่าห์มีน้ำใจให้ เจ้ายังมัวรีรออะไร!” บ่าวคนสนิทของเฟิ่งไฉ่อวี้เร่งเธอ

“ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณหนู” เฟิ่งไฉ่อวี้ยื่นชาให้ดื่ม เธอรับมาอย่างจนใจ โดยไม่ทันสังเกตว่ามีบางสิ่งแปลกปลอมในน้ำชา

ก่อนที่สติจะค่อยๆ หายไป

“เอามันไปไว้ที่ห้องบ่าวท้ายจวน” เฟิ่งไฉ่อวี้สั่งบ่าวคนสนิทก่อนจะยิ้มออกมา

“ช่วยไม่ได้ ยังไงคุณชายจวนโหวก็ต้องเป็นของข้า กาฝากเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรถึงจะมาแย่งชิงวาสนานี้ไปจากข้า”

หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วยกเทียบหมั้นหมายขึ้นมาลูบ

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น

“อืออ หนาว” ไฉ่หงความหาผ้าห่มมาห่มกาย เธอรู้สึกตัวอีกทีเมื่อมือบางจับโดนท่อนแขนของใครสักคน….

หัวคิ้วขมวดมุ่นทั้งที่ยังไม่ลืมตา ก่อนจะรีบลุกขึ้นมาพบว่าตนเองอยู่บนเตียงในสภาพเปลือยกาย และข้างกายมีชายหนุ่มคนนึงนอนคว่ำหน้าอยู่

“ทำ ทำไมถึงเป็นแบบนี้”

เธอช็อคจนทำอะไรไม่ถูก แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาให้คิดมาก หากมีคนมาเจอเธอในสภาพนี้…..

เฟิ่งไฉ่หงปัดความคิดอื่นแล้วรีบหนีออกมา ตรงกลับห้องของตัวเองทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หญิงสาวใช้ชีวิตเหมือนอย่างเคย หลายเดือนผ่านไป ความอับอายได้ปรากฏเมื่อเฟิ่งไฉ่หงเริ่มตั้งครรภ์

และความจริงถูกเปิดเผยกลางงานเลี้ยง เธอถูกพี่สาวและป้าสะไภ้กล่าวหาว่าเป็นหญิงสาวใจง่าย มารดากับบุตรสาวทำตัวเสื่อมเสียเหมือนกันไม่มีผิด

“ออกไปจากตระกูลเฟิ่ง! แค่เจ้าเกิดมาก็ทำให้ตระกูลเสื่อมเสียมากแล้ว ยังกล้าให้กำเนิดไอมารหัวขนออกมา ช่างกล้านัก!!! ”

เสียงของท่านตาดังขึ้นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย เฟิ่งไฉ่หงหันกลับไปมองจวนหลังใหญ่เป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาของนางผสมปนเปกับฝนที่ไหลอาบแก้ม

เฟิ่งไฉ่หงวัย15หนาว ถูกไล่ออกจากจวนที่เธอเคยเรียกว่าบ้าน พร้อมสัมภาระเพียงเล็กน้อยในมือ และความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากเด็กสองชีวิตในครรภ์

หญิงสาวผู้หนึ่งที่เคยงดงามเป็นหนึ่ง แม้แต่เฟิ่งไฉ่อวี้ก็สู้นางไม่ได้ แต่บัดนี้กลับอ่อนแอและหมดหนทาง เฟิ่งไฉ่หง ผิวกายที่ครั้งหนึ่งเคยเปล่งประกายดั่งหยกบัดนี้กลับซีดเซียวราวกับผีสาวในคืนมืด

เฟิ่งไฉ่หงรู้ตัวว่าตนถูกวางยา—ยาที่ลูกผู้พี่ของนางมอบให้ด้วยรอยยิ้มหลอกลวง รอยยิ้มนั้นยังคงติดตรึงในห้วงสำนึก

เพียงเพราะคุณชายจวนโหวมาขอหมั้นหมายกับนางแทนที่จะเป็นเฟิ่งไฉ่อวี้ผู้เพรียบพร้อม….

แววตาของเฟิ่งไฉ่หงเต็มไปด้วยความเสียใจ ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรอยแผลจากทั้งร่างกายและจิตใจ

เมื่อนางตั้งครรภ์โดยไม่รู้ตัว เด็กในครรภ์กลับกลายเป็นตราบาปที่ตอกย้ำความอัปยศในสายตาผู้คนรอบข้าง

แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นไฉ่หงก็ไม่เคยโทษเด็กในครรภ์ เธอไม่อยากสร้างปมด้อยให้ชีวิตที่ไม่รู้เรื่องราว เจ้าตัวน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกเป็นทารกที่แสนบริสุทธิ์

ไฉ่หงใช้เงินเก็บที่ท่านยายเคยแอบให้ไว้ในช่วงที่เดินทางไปบ้านไม้เก่าริมเขาที่ท่านยายของนางมอบให้ก่อนสิ้นลม บ้านหลังนั้นแม้จะเล็กและเก่า แต่ก็เป็นที่พักพิงสุดท้าย

เด็กแฝดคู่นี้คลอดออกมาในคืนที่ฝนกระหน่ำ ร่างของนางเปียกชุ่มด้วยเหงื่อและน้ำตา เสียงร้องของเด็กแรกเกิดสองคนเป็นสิ่งเดียวที่ให้ความหวัง

เฟิ่งไฉ่หงอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านชนบทห่างไกลจากเมืองหลวงกับลูกแฝดในสภาพที่อัตคัดและเหนื่อยล้า

แม้ในขณะนั้นหัวใจของเฟิ่งไฉ่หงจะเต็มไปด้วยความกลัว แต่แววตาของนางก็ฉายความรักอันไร้ที่สิ้นสุด เด็กทั้งสองคือโลกทั้งใบของนาง

เธอพยายามทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเด็กๆ ทั้งตัดเย็บเสื้อผ้า หาผักป่า และแม้กระทั่งยอมทำงานในไร่ที่ตนไม่เคยคิดว่าจะต้องทำในชีวิต เพื่อให้ลูกทั้งสองมีอาหารกิน แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่พอ

ความยากลำบากนั้นไม่เคยจบสิ้น ตลอดระยะเวลา5ปีที่ผ่านมา สุขภาพของเฟิ่งไฉ่หงเริ่มทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว นางป่วยหนัก ทว่าสิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือการมองลูกน้อยที่อดอยากและอ่อนแอลงทุกวัน

ในคืนที่ลมหนาวพัดผ่านบ้านไม้เก่า เฟิ่งไฉ่หงล้มตัวลงนอนโดยมีลูกแฝดนอนข้างกาย นางกระซิบคำสุดท้ายด้วยเสียงแหบพร่า

“แม่ขอโทษ… อี้หลง อี้เฟย…”

เสียงของนางค่อยๆ หายไป พร้อมลมหายใจสุดท้าย

ทันใดนั้น ไข่มุกสะดุ้งตื่นจากฝันพร้อมเสียงหอบหายใจรุนแรง พร้อมใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยคราบน้ำตา เธอยังคงอยู่ในห้องนอนบนคอนโดหรูของเธอ

แสงจากหน้าต่างสูงส่องเข้ามาทำให้เห็นภาพเงาของเธอสะท้อนในกระจกบานใหญ่ เธอยังคงเป็น “ไข่มุก” ซีอีโอสาวผู้แกร่งและประสบความสำเร็จในโลกยุคปัจจุบัน

ก่อนกุมหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนก ฝันนั้นชัดเจนราวกับเป็นชีวิตจริง เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมานของเฟิ่งไฉ่หง

กริ๊งงงงง โทรศัพท์จากผู้ช่วยส่วนตัวดังขึ้น

“คุณไข่มุกคะ การประชุมกับบอร์ดบริหารเริ่มแล้วค่ะ”

ไข่มุกรวบรวมสติและลุกขึ้น เธอปรับเครื่องแต่งกายและมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง

แม้เธอจะดูมั่นคงและแข็งแกร่ง แต่ลึกๆ แล้วหัวใจของเธอยังคงสั่นคลอนจากฝันร้ายที่ดูเหมือนเป็นคำเตือนอะไรบางอย่าง…

และเธอไม่รู้เลยว่าคำเตือนนั้นจะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล…..

ตอนที่ 2 สัญญาแห่งชีวิตใหม่

“ท่านแม่ ท่านแม่ขอรับ”

ไข่มุกถูกปลุกตื่นขึ้นด้วยเสียงเรียกหา “แม่” เธอพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่แปลกตา สภาพร่างกายที่อ่อนแรงจากพิษไข้

ก่อนหน้านี้ตัวเธอนั่งรถกลับบ้านหลังจากประชุมบอร์ดบริหารที่บริษัท โดยที่ทั้งวันความคิดของเธอหมกมุ่นอยู่กับเรื่องราวของแม่ลูกปริศนาที่ฝันถึงมาตลอดทั้งอาทิตย์

เธอเจ็บปวดและรวดร้าวทุกครั้งราวกับว่าเป็นเธอที่ประสบเรื่องราวนั้นจริงๆ

ไข่มุกขับรถด้วยสติที่เหม่อลอย พอรู้สึกตัวอีกทีรถสิบล้อพุ่งก็พุ่งเข้ามา สติรับรู้ดับวูบ และฟื้นมาที่นี่…

ก่อนตระหนักได้ว่าเธอได้มาอยู่ในยุคโบราณและได้รับชีวิตใหม่ในร่างของเฟิ่งไฉ่หง!!!

ภาพความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้าสู่จิตใจ — การถูกวางยา ความอัปยศที่ต้องทน และการต่อสู้เพื่อเลี้ยงดูลูกชายฝาแฝดภายใต้ความทุกข์ทรมาน

ความทรงจำของเฟิ่งไฉ่หงเต็มไปด้วยความทุกข์ ชีวิตนอกตระกูลเฟิ่งนั้นยากลำบาก

เฟิ่งไฉ่หงต้องทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินเลี้ยงดูตัวเองและเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะเกิด อาศัยอยู่ในกระท่อมเก่าทรุดโทรม

เมื่อถึงวันที่เธอคลอดลูกฝาแฝด “อี้หลง” และ “อี้เฟย” ออกมา เด็กทั้งสองคือความหวังเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิต

แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เฟิ่งไฉ่หงป่วยหนักจากการทำงานหนักและขาดสารอาหาร หลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน เธอก็ป่วยหนักจนไม่สามารถฝืนตัวเองได้อีก ในห้องที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ

เธอเอื้อมมือไปจับลูก ๆ ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะดับลง

แต่สิ่งที่สะเทือนใจและทำให้หัวใจของไข่มุกเจ็บปวดที่สุดคือเสียงสะอื้นไห้พร้อมใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาของเด็กชายฝาแฝดสองคน

เด็กชาย…ที่เธอฝันเห็นมาตลอดทั้งสัปดาห์ “เฟิ่งอี้หลง” และ “เฟิ่งอี้เฟย”

เธอเหลือบมองไปทางมุมห้อง ก็พบกับทั้งสองคนนั่งตัวสั่นอยู่ใกล้เตียง สภาพของพวกเขาไม่ต่างจากเธอเท่าไรนัก

“ท่านแม่ขอรับ…ท่านแม่” เด็กชายทั้งสองคนร้องขึ้นด้วยเสียงอันแผ่วเบา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและไม่เชื่อสายตา

ขณะที่คลานเข้ามาจับมือของไข่มุกไว้แน่น ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยคราบน้ำตาแห่งความดีใจ

“ท่านแม่ฟื้นแล้ว!” อี้เฟยเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

“แม่… จะไม่ทิ้งพวกเจ้าไปอีกแล้ว” ไฉ่หงกระซิบ น้ำเสียงแหบแห้งแต่หนักแน่น พยายามสงบสติอารมณ์และคว้าเด็กทั้งสองคนมากอดแนบอก

เด็กทั้งสองสะอื้นก่อนจะโผเข้ากอดร่างของเธอ ซุกใบหน้าเข้าที่อกของไข่มุก

“อย่าร้องเลยนะ…” เธอกระซิบพร้อมลูบหลังเด็กทั้งสองอย่างแผ่วเบา

น้ำตาแห่งความดีใจของอี้หลงและอี้เฟยไหลรินออกมาไม่หยุด เสียงสะอื้นของพวกเขาดังสะท้อนในบ้านเล็ก ๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา

“แม่นอนไปนานมาก นานจนหลงเอ๋อร์กลัว กลัวว่าท่านจะไม่ตื่นมาหาข้ากับเฟยเอ๋อร์แล้ว”

“หลงเอ๋อร์” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะพิจารณาฝาแฝดคนพี่ เด็กชายมีใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตที่ดูเศร้าสร้อยแต่ก็มีความเด็ดเดี่ยวและเข้มแข็งอยู่ในที

เส้นผมสีดำขลับของเขาชี้กระจายเหมือนไม่เคยได้รับการดูแล ร่างกายผอมบางเกินวัย ผิวหนังซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือดฝอย ใบหน้ามีรอยแผลเป็นเล็ก ๆ จากการล้มลุกคลุกคลานในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

“มะ แม่ไม่หิว เฟยเอ๋อร์ไม่ต้องลำบาก” แฝดคนน้องมีหน้าตาที่คล้ายคลึงกับพี่ชายมาก แต่ผิวพรรณของเขายิ่งซีดเหลืองกว่าเพราะร่างกายที่เจ็บป่วยบ่อยครั้ง

ดวงตาของดูหวาดระแวงและขลาดกลัว ผมยาวรุงรังปรกหน้าผาก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำจากการล้มลุกคลุกคลานไม่ต่างจากพี่ชาย

หลังจากเด็กทั้งสองหยุดร้องไห้ อี้เฟยจ้องมองใบหน้าของไข่มุก ดวงตาของเขามีประกายแห่งความหวังเล็กน้อย

“ ท่านแม่… ท่านจะไม่ทิ้งพวกข้าใช่หรือไม่ ”

“ ไม่เลย แม่จะอยู่กับพวกเจ้า… แม่สัญญา ” ไข่มุกตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ ท่านแม่ท่านห้ามหลับนานแบบนี้อีกนะขอรับ… ข้ากลัว…”

อี้เฟยพูดเสียงสั่น เงยหน้ามองแม่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวล

“ แน่นอน แม่จะเข้มแข็งขึ้นเพื่อพวกเจ้า วันหน้าพวกเจ้าจะต้องไม่ลำบากเหมือนตอนนี้ ”

ไข่มุกยิ้มบาง ๆ ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของลูกชายทำให้ไข่มุกรู้สึกถึงภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่

เธอต้องสร้างอนาคตที่ดีเพื่อลบล้างความเจ็บปวดที่เด็กๆ เคยพบเจอให้ได้เธอจ้องมองไปที่เด็ก ๆ และให้คำมั่นในใจ ว่าจะมอบอนาคตที่ดีกว่าให้ลูกชายฝาแฝด

และที่สำคัญเธอจะต้องกลับไปให้บทเรียนกับคนที่ทำให้ชีวิตของเฟิ่งไฉ่หงพังทลายอย่างแน่นอน!!!

“ข้าจะดูแลท่านแม่เอง” อี้หลงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ข้าจะโตขึ้นเป็นคนที่เก่งกาจและปกป้องท่านแม่ได้ขอรับ!”

“เจ้านี่ช่างพูดจริง ๆ …เจ้าตัวน้อยของแม่” หัวเราะเบา ๆ แล้วเอามือลูบหัวอี้หล'ด้วยความเอ็นดู

อี้เฟยที่นั่งมองอยู่เงียบ ๆ เอ่ยออกมาเสียงแผ่ว “ข้าก็อยากช่วยท่านแม่เหมือนกัน… ข้าจะไม่เป็นภาระอีกขอรับ”

“ ลูกทั้งสองไม่เคยเป็นภาระของแม่เลย จำไว้นะ แม่รักพวกเจ้า… และแม่จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นกว่านี้ ” เธอลูบแก้มของอี้เฟยเบา ๆ

บทสนทนาในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปลอบโยน แต่มันคือการเริ่มต้นของคำสัญญาใหม่ที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งสามแม่ลูก…

ตอนที่ 3 อาหารมื้อแรก

แสงแดดอ่อนลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าในบ้านหลังเล็ก เสียงหัวเราะของไฉ่หงดังขึ้นเบาเบา ทันทีที่ได้ยินเสียงท้องร้องจากลูกชายทั้งสอง ที่บอกว่าไม่หิว
“นอนรออยู่ในห้องก่อน แม่จะไปดูในครัวว่าพอจะมีอะไรให้ พวกเจ้ารองท้องได้บ้าง”
เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงอย่างระมัดระวัง เอามือลูบศรีษะเด็กชายฝาแฝดสองคนที่ยังคงนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มเก่า
ถึงห้องครัวที่มีอุปกรณ์ทำอาหารไม่กี่ชิ้นกับโหลหลายใบ ที่คาดว่าน่าจะเคยใส่ข้าวสารและน้ำดื่ม ล้วนว่างเปล่า ….
“ในครัวไม่มีแม้แต่น้ำเลยหรือนี่ อนาถาเกินไปแล้ว หรือว่าฉันต้องเข้าไปหาอาหารในป่าตอนนี้ แม่เจ้า ทำไมไม่มีอาหารลอยออกมาเหมือนในละครที่ดูบ้างนะ!!!”
ระหว่างที่เธอครุ่นคิด จู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปในตัวของเธอเอง พื้นที่ว่างเปล่าปรากฏขึ้นในจิตสำนึก เป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยเหมือนกับ ….คอนโดหรูของเธอในโลกก่อนหน้านี้!!!
เธอพยายามหลับตา และทันใดนั้น เธอก็พบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่เธอจดจำได้ทันที
“ทำไมเธอถึงกลับมาที่นี่ แล้วเด็กๆล่ะ”
ไข่มุกยืนอยู่กลางคอนโดของเธอในโลกก่อนหน้า ด้วยความไม่เข้าใจ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แม้แต่ข้าวต้มกุ้งที่เธอทำไว้ตอนเช้าก่อนไปประชุมก็ยังอยู่
“นี่ฉันกลับมาแล้วหรอ เรื่องราวก่อนหน้านี้เราแค่ฝันไป โอ้ยงงไปหมดแล้ว”
“ไม่ต้องงง เจ้าไม่ใช่คนของโลกใบเดิมอีกแล้ว ตอนนี้เจ้าคือเฟิ่งไฉ่หง มารดาของฝาแฝดทั้งสอง” เสียงชายชราปริศนาดังขึ้น
“ท่านเป็นใคร แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นเฟิ่งไฉ่หง ทำไมถึงฝันเห็นเรื่องราวของครอบครัวนั้นซ้ำๆ ” ไข่มุกถามข้อสงสัยออกไป แม้จะไม่เห็นตัวชายชราก็ตาม
“เพราะเจ้าคือนาง และนางก็คือเจ้า เพียงแต่ไปเกิดกันคนละช่วงเวลาเท่านั้น เดิมนางและเจ้าหมดอายุขัยจากทั้งสองโลกแล้ว
แต่เพราะท่านเทพสงสารโชคชะตาของนางและลูกชาย จึงพาเสี้ยวจิตของเจ้าและนางมาบรรจบกัน เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตและดูแลเด็กชายทั้งสอง
เป็นพรข้อสุดท้ายที่เจ้าทั้งสองร้องขอมา
ที่นี่คือมิติวิเศษ เพียงแค่เจ้านึกถึงก็จะสามารถเข้ามาได้ สิ่งของในนี้สามารถนำมันออกไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพียงแต่เงินที่เจ้ามีเก็บเอาไว้จะไม่สามารถใช้ได้ในยุคสมัยที่เจ้าต้องไปอยู่”
“จริงหรือคะ ฉันสามารถนำมันออกไปได้ทั้งหมดเลยหรอ แล้วมันจะออกไปยังไงคะ”
เธอถามด้วยความสงสัย แล้ววิ่งเข้าไปในครัวอย่างกระตือรือร้น
เมื่อรู้ว่าตนสิ้นอายุขัยจากโลกเดิม ใจเธอก็สงบอย่างประหลาด ไม่มีอาการฟูมฟายหรืออยากกลับไปในที่ที่จากมาแม้แต่น้อย
ในห้องครัวของเธอถูกเพิ่มเติมขึ้นมาหลายอย่าง เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน ทั้งยังมีอาหารสดและแห้ง อาหารสำเร็จรูป อาหารแปลรูป ผลไม้ ผัก นม ขนมและของกินอีกมากมาย
“แค่เจ้านึกถึง ทุกอย่างควบคุมได้ด้วยความคิดของเจ้า ข้าต้องไปแล้ว ขอให้เจ้าโชคดี”
“ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เจอเด็กทั้งสอง ขอบคุณที่เมตตาพวกเราเจ้าค่ะท่านเทพ ในเมื่อฉันกับเธอคือคนเดียวกัน ต่อไปนี้ฉันจะเป็นไฉ่หง แม่ของเด็กฝาแฝดให้เอง” ไข่มุกกล่าวขอบคุณ และให้สัญญากับตัวเอง หลังจากเสียงของชายชราเงียบหายไปแล้ว
แต่เวลานี้ไม่เหมาะสำหรับการสำรวจนานเกินไป เด็ก ๆ กำลังรออาหารจากเธออยู่
“ข้าวต้มกุ้ง ไข่ลวก นมจืด อืม…. แค่นี้น่าจะอิ่มนะ”
เมื่อพูดจบ จึงนึกถึงห้องครัวในบ้านหลังเล็กที่จากมา แล้วร่างเธอก็โผล่มาที่ห้องครัวทันที
“ออกมาได้จริงด้วย!!! เยี่ยมไปเลย แค่นี้ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องสุขภาพและอาหารการกินของเด็กเด็กแล้ว”
ไฉ่หงกล่าวอย่างยินดีก่อนจะวางอาหารที่เอาออกมาจากในมิติ แล้วเข้าไปตามเด็กๆ ในห้องนอน
“หลงเอ๋อร์ เฟยเอ๋อร์ มาทานข้าวเถิดลูก”
เธอยิ้มเอ็นดูลูกชายทั้งสองที่นั่งรออยู่บนเตียงอย่างเรียบร้อย เชื่อฟังคำสั่งจนไม่น่าเชื่อว่าเป็นเพลงเด็กห้าขวบ
“พวกข้าทำท่านแม่ลำบากหรือไม่ขอรับ ทั้งที่ท่านเพิ่งหายจากไข้ป่า ยังต้องมาหาอาหารให้ ข้ากับน้องกิน”
อี้หลงถามออกมาอย่างรู้สึกผิด คำพูดรู้ความและท่าทางกลั้นน้ำตาของเด็กชายทั้งสอง ทำให้ไข่มุกเอ็นดูสุดหัวใจ
“แม่ไม่ลำบาก แค่เพียงพวกเจ้ากินอิ่ม แม่ก็หายหายเหนื่อยแล้ว มาเถอะ แม่เตรียมอาหารไว้ให้แล้ว ทานตอนอุ่นๆ จะดีต่อร่างกาย”
“นี่คือข้าวต้มกุ้งกับไข่ลวก พวกเจ้าทานให้อิ่ม แล้วค่อยดื่มนมในแก้ว จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น” ไฉ่หงพูดพร้อมยิ้มอ่อนโยน
อี้หลงและอี้เฟยมองข้าวต้มกุ้งในถ้วยและแก้มนมด้วยแววตาเปล่งประกาย แต่พวกเขากลับเลื่อนอาหารมาให้ไฉ่หงแทน
“เฟยเอ๋อร์ให้ท่านแม่ขอรับ ท่านจะได้กลับมาแข็งแรงไวๆ ”
“หลงเอ๋อร์ด้วย หลงเอ๋อร์ทานนิดเดียวก็พอ ที่เหลือให้ท่านแม่”
ไฉ่หงมองด้วยความตื้นตันใจ ทั้งที่ท้องหิวโหย แต่ยอมมอบอาหารส่วนของตนเองให้มารดา เด็กที่กตัญญูและรู้ความขนาดนี้ จะไม่ให้ไฉ่หงรักและเอ็นดูได้อย่างไร
“ ขอบใจพวกเจ้ามาก แต่แม่หายดีแล้ว พวกเจ้าทานเถอะ หากร่างกายพวกเจ้าแข็งแรง ร่างกายของแม่ก็จะแข็งแรงไปด้วย วางใจแล้วมาทานพร้อมกันเถอะ ” ไฉ่หงบีบแก้มตอบของลูกชายทั้งสองก่อนจะเลื่อนถ้วยข้าวไปตรงหน้า
“ พวกข้าเชื่อฟังท่านแม่ขอรับ! ”
อี้หลงและอี้เฟยรับคำมารดา ก่อนตักข้าวต้มที่มีกุ้งเต็มถ้วยเข้าปาก แต่ละคำเต็มไปด้วยความสุข เด็กชายทั้งสองยิ้มกว้าง น้ำตาซึมออกมาจากดวงตาเล็ก ๆ
“ ท่านแม่…นี่อร่อยมาก! พวกเราไม่เคยได้กินอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ” อี้หลงพูดพร้อมยิ้มทั้งน้ำตา
อี้เฟยพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะตักกุ้งในถ้วยของตนแบ่งใส่ถ้วยของไข่มุก “ท่านแม่ก็ต้องทานเยอะๆ หากท่านแข็งแรง พวกข้าก็จะมีความสุขมาก”
ไฉ่หงมองการกระทำของพวกเขา หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความอบอุ่น เธอรู้ว่านี่คือเหตุผลที่เธอจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องและเลี้ยงดูพวกเขา
สัญญาในใจเต็มไปด้วยความยึดมั่น
“ข้าจะเริ่มต้นใหม่…เพื่อเจ้า…เพื่อเรา…เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...