โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้านาย 2 องค์สุดท้าย ที่ถูก “สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์” คือใคร เกิดขึ้นในรัชกาลใด?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 ม.ค. เวลา 00.55 น. • เผยแพร่ 08 ม.ค. เวลา 00.30 น.
ภาพสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ จินตนาการจากกฎมณเฑียรบาล โดย ธีรพันธ์ ลอไพบูลย์

ตามโบราณราชประเพณี หากเจ้านายชั้นสูงทรงประพฤติผิดร้ายแรง หนึ่งในวิธีสำเร็จโทษคือการทุบด้วยท่อนจันทน์ แล้วการสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์เกิดขึ้นครั้งสุดท้ายกับพระองค์ใด และในรัชกาลไหน

เชื้อพระวงศ์ 2 องค์สุดท้าย ที่ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์คือใคร?

เราอาจคิดว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงรักษรณเรศ หรือ “หม่อมไกรสร” พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช คือเชื้อพระวงศ์องค์สุดท้ายที่ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เมื่อ พ.ศ. 2391 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)

แต่ที่จริงยังมีเชื้อพระวงศ์ที่ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)

ถือเป็นครั้งสุดท้ายของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีการสำเร็จโทษด้วยวิธีนี้

ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์ เล่าเรื่องนี้ไว้ในวิทยานิพนธ์ “การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน ในสมัยรัชกาลที่ 5” ว่า
เมื่อครั้ง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินสมัยรัชกาลที่ 5 ถืออาญาสิทธิ์ประหารชีวิตคนได้ หรือแม้แต่เมื่อพ้นตำแหน่งไปแล้ว ก็ยังมีอำนาจสิทธิ์ขาดสั่งประหารชีวิตนักโทษร้ายแรง

ท่านได้สั่งประหารชีวิตหม่อมเจ้าหญิง 2 พระองค์ คือ หม่อมเจ้าแห และ หม่อมเจ้าเดื่อ (บ้างขานพระนามว่า หม่อมเจ้ามะเดื่อ) ด้วยเหตุกระทำความผิดฉ้อฉลหลอกลวงเจ้านายและเจ้าจอมในวัง

การสำเร็จโทษใช้วิธีนำเจ้านายทั้ง 2 พระองค์ใส่กระสอบ แล้วทุบด้วยท่อนจันทน์ อันเป็นการประหารชีวิตเจ้านายตามราชประเพณีแบบนี้เป็นครั้งสุดท้ายในกรุงรัตนโกสินทร์

หม่อมเจ้าแหและหม่อมเจ้าเดื่อ เป็นพระธิดาใน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กับเจ้าจอมมารดาตานี

กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ ทรงรับราชการในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) โดยทรงกำกับกรมพระนครบาล และทรงสังกัดกรมนี้เรื่อยมาตลอดรัชกาลที่ 2

เมื่อเข้าสู่แผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดให้กรมหมื่นสุรินทรรักษ์ทรงกำกับกรมท่าอยู่พักหนึ่ง แล้วโปรดให้ทรงกำกับกรมมหาดไทย ทว่าหลังจากนั้นเพียง 6 ปีก็สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2373 สิริพระชันษาราว 40 ปี ทรงเป็นต้นราชสกุล “ฉัตรกุล”

พระกรณียกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ คือ ทรงได้รับมอบหมายจากรัชกาลที่ 3 ให้เป็นหนึ่งในคณะรับรอง เฮนรี เบอร์นี (Henry Burney) ที่เป็นผู้แทนอังกฤษเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามเมื่อ พ.ศ. 2368

กรมหมื่นสุรินทรักษ์ จึงเป็นเจ้านายชั้นสูงที่พระเจ้าแผ่นดิน 2 พระองค์ ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้รับราชการสร้างคุณประโยชน์ต่อบ้านเมืองตราบสิ้นชีพิตักษัย

ฉัตรดาว ยกข้อสังเกตของจุลลดา ภักดีภูมินทร์ ที่เขียนใน “เวียงวัง” ว่า อันที่จริง ความผิดของหม่อมเจ้าแหและหม่อมเจ้าเดื่อไม่น่าจะถึงขั้นถูกประหาร แต่ว่ากันว่า เป็นเพราะสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ต้องการแสดงอำนาจให้พระราชวงศ์เกรงกลัว

แม้จะเป็นพระธิดาของพระราชวงศ์ที่เคยมีความสำคัญมาก่อน สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ก็สั่งประหารชีวิตได้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ฉัตรดาว ลีเชวงวงศ์. การเมืองในราชสำนักฝ่ายใน ในสมัยรัชกาลที่ 5. วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญารัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการเมืองและการจัดการปกครอง ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปีการศึกษา 2558.

เว็บไซต์วัชรญาณ. “พระประวัติกรมหมื่นสุรินทรรักษ์”.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 7 มกราคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เจ้านาย 2 องค์สุดท้าย ที่ถูก “สำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์” คือใคร เกิดขึ้นในรัชกาลใด?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...