บลจ. กรุงศรี เปิดตัว 2 กองทุน RMF ลงทุน Nasdaq 100 – ตลาดเกิดใหม่
บลจ.กรุงศรี เปิดตัว 2 กองทุน RMF สำหรับพอร์ตเน้นสร้างผลตอบแทน จับโอกาสเติบโตสำคัญของดัชนีดาวรุ่งอย่าง Nasdaq 100 และ กลุ่มตลาดเกิดใหม่ไม่รวมจีน เสนอขายครั้งแรก 21 – 27 พ.ย.นี้
นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดเสนอขายกองทุน RMF ใหม่ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุน KFNDQRMF และกองทุน KFEMXCNRMF
เนื่องจากมองว่าการลงทุนในหุ้นของดัชนี NASDAQ 100 จะได้รับผลดีจากนโยบายของว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เช่น การลดภาษีสำหรับบริษัทเทคโนโลยี การลดกฎระเบียบภาครัฐ และการสนับสนุนการลงทุนในนวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทใน NASDAQ และส่งเสริมการเติบโตของภาคเทคโนโลยีและนวัตกรรมในระยะยาว
นอกจากนี้ การลงทุนในประเทศกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ( Emerging Markets)ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจจากการเติบโตของเศรษฐกิจในอัตราที่สูง และได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายภาครัฐ เช่น มาตรการส่งเสริมการบริโภค การลงทุนภาครัฐ การผ่อนคลายกฎเกณฑ์ทางธุรกิจ มาตรการทางภาษี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการเติบโตของตลาดหุ้นในแต่ละประเทศ รวมทั้งแรงหนุนจากการเคลื่อนย้ายเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่
สำหรับกองทุนเปิดกรุงศรีเอ็นดีคิวอินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFNDQRMF) ลงทุนผ่านกองทุนหลัก Invesco NASDAQ 100 ETF มุ่งสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี NASDAQ-100 ซึ่งมีสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งบรรยากาศการลงทุนในเชิงบวก และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทำให้หลายบริษัทในพอร์ตกลายเป็นดาวรุ่งแห่งทศวรรษ และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ด้านปัจจัยพื้นฐานของหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 ได้แก่ Alphabet, Amazon, Apple, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla ก็เป็นตัวขับเคลื่อนที่มีความแข็งแกร่ง รวมทั้งกำไรต่อหุ้น(EPS)ของหุ้นในกลุ่มMagnificent 7 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจต่างๆเกี่ยวกับ Generative AI
ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทในดัชนี Nasdaq-100 สามารถสร้างการเติบโตทั้งรายได้ กำไร และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าดัชนีหุ้นสหรัฐฯอื่นๆอย่างมาก
นอกจากนี้กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรับที่มีเป้าหมายให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี ทำให้กองทุนมีจุดเด่นเรื่องสภาพคล่องสูง และค่าธรรมเนียมต่ำอีกด้วย (ที่มา: Nasdaq, Invesco ณ 31 ธ.ค. 66)
ในส่วนของ กองทุนเปิดกรุงศรีอีเมอร์จิ้งมาร์เก็ต เอ็กซ์ไชน่า อินเด็กซ์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KFEMXCNRMF) เข้าถึงโอกาสการลงทุนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (ยกเว้นจีน) มีนโยบายลงทุนผ่านกองทุนหลัก iShares MSCI Emerging Markets ex China ETF ซึ่งเป็นหนึ่งใน ETF ชั้นนำของกลุ่ม Emerging Markets มีขนาดกองทุนที่ใหญ่และสภาพคล่องสูงเมื่อเทียบกับ Emerging Markets ETF ในตลาด
สำหรับประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ซึ่งการไม่ลงทุนในจีนเนื่องจากขนาดตลาดและเศรษฐกิจของจีนคิดเป็นสัดส่วนสำคัญของตลาดเกิดใหม่ ดังนั้นการแยกการลงทุนในจีนออกจากกลุ่มจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการปรับพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งช่วยกระจายความเสี่ยงและลดความผันผวนจากการลงทุนในหุ้นจีนได้
พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีการกระจายลงทุนในหลายประเทศที่มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตที่โดดเด่น มีโอกาสเติบโตจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งในด้านฐานประชากร การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการเป็นฐานการผลิตสำคัญของหลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยี เช่น Semiconductor, Datacenters เป็นต้น โดยประเทศที่มีสัดส่วนการลงทุนในอันดับต้นๆของพอร์ต ได้แก่ อินเดีย ไต้หวัน เกาหลี และบราซิล
ทั้งนี้ อินเดียมีศักยภาพเติบโตจากฐานประชากรจำนวนมาก โดยเฉพาะในวัยทำงานซึ่งส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ มีการคาดการณ์กันว่าสัดส่วนประชากรในวัยทำงานต่อประชากรทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นแซงหน้าจีนภายในปี 2573
ส่วนไต้หวันและเกาหลีใต้ก็มีสัดส่วนของ GDP ที่เชื่อมโยงกับความก้าวหน้าและความต้องการด้าน AI และเทคโนโลยี นอกจากนี้ไต้หวันยังเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก จึงมีโอกาสเติบโตได้อีกมากในระยะยาว
ขณะที่บราซิลเป็นผู้ผลิตสินค้าภาคเกษตรรายใหญ่ และเป็นผู้ส่งออกสำคัญในตลาดโลกครอบคลุมทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา และหากพิจารณาด้านระดับราคาของ Emerging Markets ex China ก็ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก รวมทั้งคาดการณ์รายได้ของกลุ่ม AI Semiconductor มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นอีกด้วย