BIS เปิดแผนปี 2568 มุ่งยกระดับการเติบโต เพิ่มผลตอบแทนจากธุรกิจปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง
บริษัท ไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BIS เป็นผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายเวชภัณฑ์และอาหารสัตว์ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5ของประเทศไทย โดยมีผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภทจากผู้จัดจำหน่ายทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านสินค้า บริการ และเทคโนโลยีเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน (ASEAN)
โดยผลิตภัณฑ์สำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงที่ BIS ผลิตนำเข้าและจัดจำหน่าย ถูกแบ่งเป็น 6กลุ่มหลัก คือ 1. ผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ 2. อาหารเสริมและวิตามินสำหรับสัตว์ 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ 4. อาหารสำเร็จรูปสำหรับสัตว์ 5. วัตถุดิบอาหารสัตว์ และ 6. ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2567บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 547.08ล้านบาท ลดลง 14.6%เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว โดยสาเหตุหลักมาจาก (1) รายได้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ลดลงเนื่องจากบริษัทฯ หันไปเน้นขายสินค้าที่มีอัตราส่วนกำไร (Profit Margin) ที่สูงกว่า (2) รายได้จากอาหารเสริมและวิตามินสำหรับสัตว์ที่ลดลงตามการส่งออกที่ชะลอตัวและการกำหนดเครดิตเทอม (Credit Term) ที่เข้มงวดขึ้น และ (3) รายได้จากอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่ปรับตัวลงหลังบริษัทฯ มีการยกเลิกสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำบางรายการ เพื่อไปโฟกัสสินค้าที่มีกำไรสูงแทน
ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2567อยู่ที่ 20.77ล้านบาท เพิ่มขึ้น ราว 23%เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2566โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักคือกำไรของผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น และยอดขายสินค้าอัตรากำไรสูงที่ขยายตัว โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์สำเร็จรูป
ทำให้โดยรวมแล้ว ใน 9เดือนแรกของปี 2567บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 1,711.60ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจาก ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ (24%) อาหารเสริมและวิตามิน (21%) ผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (19%) และ วัตถุดิบอาหารสัตว์ (19%) ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 245.97 ล้านบาท โดยมากกว่า 50%มาจากผลิตภัณฑ์รักษาและป้องกันโรคสำหรับสัตว์ (26%) และ ผลิตภัณฑ์เพื่อการวินิจฉัยโรคสำหรับสัตว์ (26%)
ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2568 BIS ยังมุ่งมั่นที่จะยกระดับการเติบโตและอัตราผลตอบแทน (Elevating Growth and Returns) อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายรายได้เติบโต 10-15%ด้วยการใช้ 2 กลยุทธ์หลัก คือ 1. ผลักดันธุรกิจปศุสัตว์ โดยการพัฒนาสินค้าสำหรับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ นำเสนอสินค้าใหม่ที่พัฒนาจากศูนย์วิจัยของบริษัท นำเข้าผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพ และ เพิ่มศักยภาพในตลาดต่างประเทศ เช่น เวียดนาม กัมพูชา และ เมียนมา
และ 2. ขยายธุรกิจสัตว์เลี้ยง เช่น ขยายระบบนิเวศน์ของธุรกิจสัตว์เลี้ยงผ่านแพลตฟอร์ม ‘PADI’ หรือ เพิ่มช่องทางการขาย ไม่ว่าจะเป็นการขายผลิตภัณฑ์จากเจ้าของธุรกิจสู่ผู้บริโภค (B2C) ช่องทางออนไลน์ หรือ การจัดอีเว้นท์พิเศษ และการเพิ่มการขายเครื่องมือการแพทย์สำหรับสัตว์เลี้ยงให้กับโรงพยาบาลสัตว์ทั่วประเทศไทย
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าการสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งในปี 2567ไม่ว่าจะเป็นการปรับพอร์ตเพื่อเน้นสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง การผลิตสินค้าแบรนด์ของบริษัทเอง หรือ การขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ก็จะมีส่วนช่วยให้การเติบโตในปี 2568เป็นไปได้อย่างแข็งแกร่งและราบรื่น