โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเบื้องหลัง! มหกรรม Devcon 7 กรุงเทพฯ งานบล็อกเชนระดับโลกครั้งแรกในไทย

efinanceThai

เผยแพร่ 22 พ.ย. 2567 เวลา 08.04 น.

เปิดเบื้องหลัง! มหกรรม Devcon 7 กรุงเทพฯ งานบล็อกเชนระดับโลกครั้งแรกในไทย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -22 พ.ย. 67 15:04 น.

ปิดฉากลงไปอย่างสวยงาม! กับงานระดับโลกของวงการบล็อกเชน Devcon SEA 2024 หรือ Devcon 7 โดย Ethereum Foundation ระหว่าง วันที่ 12 - 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ปีนี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Devcon คืองานประชุมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของระบบนิเวศ Ethereum และการที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพ ถือเป็นโอกาสสำคัญ ในการพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนในประเทศ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสได้พูดคุยกับ อรรณวุฒิ ลีไพศาลสุวรรณา หรือ "คุณโอ" Community Supporter ของ Ethereum Foundation ฝั่ง Devcon Team ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่เบื้องหลังการผลักดันอีเวนต์ระดับโลกนี้มาจัดในประเทศไทย มาดูกันว่าที่มาและความท้าทายกว่าจะเกิด Devcon 7 ขึ้นที่ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

***จุดเริ่มต้นของ Devcon Bangkok

คุณโอ เล่าว่าการได้เป็นเจ้าภาพจัดงาน Devcon ของประเทศไทยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยในช่วงกลางปี 2023 ทาง Ethereum Foundation ได้ประกาศความตั้งใจที่จะจัดงาน Devcon ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Ethereum Foundation ได้เปิดโอกาสให้ทุกประเทศในภูมิภาคยื่น Proposal (แผนการนำเสนอ) ผ่านฟอรัมของ Devcon โดยต้องแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในหลายด้าน ทั้งสถานที่จัดงาน ระบบคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศ และระบบวีซ่าที่เอื้อต่อการเดินทางของผู้เข้าร่วมงานจากหลากหลายประเทศ

แม้จะเหลือเวลาเพียง 2 วันก่อนปิดรับข้อเสนอ คุณโอ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง Head of Venture Builder ที่ SCB 10X ได้ริเริ่มรวบรวมทีมเพื่อจัดทำข้อเสนอ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับบริษัทและองค์กรในวงการบล็อกเชนไทยกว่า 20 แห่งเพื่อสนับสนุน Proposal นี้ให้เกิดขึ้นมาได้

***จุดแข็งของประเทศไทย

แม้ในแง่ของการพัฒนาด้านบล็อกเชน ประเทศไทยอาจไม่ได้นำหน้าประเทศอื่นในภูมิภาค แต่คุณโอชี้ให้เห็นจุดแข็งสำคัญว่า "ประการแรกคือความเข้มแข็งของชุมชนบล็อกเชนไทย แม้บางประเทศจะมีผู้ใช้งานมากกว่า แต่ไทยมีโปรเจกต์บน Ethereum มากกว่าและมีประวัติการจัดกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017"

"ประการที่สองคือความเป็นเมืองท่องเที่ยว ประเทศไทยเปิดให้คนจากเกือบ 100 ประเทศเข้ามาได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือสามารถขอวีซ่าเมื่อมาถึงได้ ซึ่งสำคัญมากเพราะผู้เข้าร่วมงานมาจากกว่า 120 ประเทศทั่วโลก" คุณโอกล่าว

***ผลกระทบต่อวงการบล็อกเชนไทย

การจัดงาน Devcon ในประเทศไทยสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบนิเวศบล็อกเชนในหลายมิติ การที่นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมารวมตัวกันในประเทศไทย ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้บริษัทและองค์กรต่างๆ สามารถจัดกิจกรรมเสริมเพื่อสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนความรู้ แต่ยังช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคมไทยที่มีต่อเทคโนโลยีบล็อกเชนด้วย

"เมื่อมีนักพัฒนาระดับโลกมารวมตัวกัน บริษัทต่างๆ สามารถจัดกิจกรรมเสริมเพื่อดึงดูดคนเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น" คุณโอกล่าว

นอกจากนี้ เนื้อหาภายในงานยังช่วยเปลี่ยนมุมมองของคนไทยที่มีต่อบล็อกเชน จากที่อาจจะคุ้นเคยแต่เรื่องการลงทุนและการเงิน มาสู่การเห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยี และวิธีการที่จะทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้

***เป้าหมายการจัดงานของ Ethereum Foundation

"Devcon ไม่ใช่แค่งานประชุมทั่วไป แต่สะท้อนวิสัยทัศน์ของ Ethereum Foundation ที่ต้องการสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา" คุณโอกล่าว "การนำคนกว่า 15,000 คนมาจัดงานในประเทศที่กำลังพัฒนา นอกจากจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประเทศและอาจกลับมาเยือนอีกในอนาคต"

งาน Devcon Bangkok จึงไม่เพียงตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในการจัดงานระดับโลก แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบนิเวศบล็อกเชนในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

***มุมมองผู้บริหารสายเทคฯ ในไทยที่มีต่อ Devcon

สำเร็จ วจนะเสถียร CTO ของ Bitkub Chain เปิดเผยกับ สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทยว่า การจัดงาน Devcon ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าไทยมีสถานที่ที่มีศักยภาพในการจัดงานระดับโลกได้

นอกจากนี้ ประเทศไทยเองก็มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีบล็อกเชน เนื่องจากปัจจุบันมีนักพัฒนาต่างชาติจำนวนมากเลือกทำงานในประเทศไทย เพราะสามารถพำนักอยู่ได้นานด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และมีความเสรีในการทำธุรกรรมคริปโทฯ มากกว่าประเทศอย่างฮ่องกงและสิงคโปร์ที่มีกฎระเบียบเข้มงวดกว่า

โดม เจริญยศ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ บริษัท โทเคไนน์ จำกัด (Tokenine) ผู้ให้บริการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน กล่าวว่า Devcon เปรียบเสมือนงานโอลิมปิกของโลกบล็อกเชน ที่ไม่ได้เป็นแค่งานประชุมเทคโนโลยีทั่วไป ซึ่งก่อนหน้านี้ ซีอีโอ Tokenine ก็มองว่าอาจจะเหมือน AWS หรืองาน Google แต่พอได้ไปเห็นกับตา ถึงเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงพูดถึงความยิ่งใหญ่ของงานนี้

ทั้งนี้ หลังจากงานจบ มีนักพัฒนา Web2 หลายคนเริ่มทักมาถามเรื่องการเข้าสู่ Web3 ซึ่งปกติคนกลุ่มนี้มักจะแอนตี้ Web3 เพราะมองว่ามีแต่เรื่องการพนัน แต่การได้เห็นงาน Devcon ทำให้เข้าใจว่า Web3 มีศักยภาพและความทรงพลังมากกว่านั้น ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโทหรือการพนันอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด

โดยสรุปงาน Devcon ที่จัดขึ้นที่ไทยนี้ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสถานที่จัดงาน แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการบล็อกเชนไทย ที่แสดงให้เห็นว่าบล็อกเชนไม่ได้เป็นแค่คริปโท แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์ เรียบเรียง โดย สหรัฐ ฉัตราพงษ์
อีเมล์. saharat@efinancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...