โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งบเกินดุล VS ขาดดุล ต่างกันอย่างไร มารู้จักนโยบายการคลัง ออกสอบบ่อย!

Dek-D.com

อัพเดต 08 ม.ค. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2567 เวลา 11.09 น. • DEK-D.com
สรุปบทเรียนนโยบายการคลัง

สวัสดีค่ะน้อง ๆ ชาวเด็กดี คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ในวันนี้ เป็นหนึ่งในทอปปิคของวิชาเศรษฐศาสตร์ที่ชาว #dek68 คุ้นเคยกันดี เพราะว่าออกสอบบ่อย!! นั่นคือ ‘นโยบายการคลัง’ซึ่งมักจำสับสนกับนโยบายการเงินนั่นเอง แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะวันนี้พี่กระแตได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับนโยบายการคลัง ตั้งแต่ที่มาของรายรับ-รายจ่ายของรัฐบาล ประเภทของการดำเนินนโยบายการคลัง การใช้จ่ายงบประมาณ พร้อมทริคดี ๆ ช่วยจำง่ายขึ้นมาฝากกันแล้ว

รายรับของรัฐบาลมาจากไหน?

รายรับของรัฐบาลมีอยู่ด้วยกัน 2 ส่วน คือ รายรับที่เป็นรายได้และรายรับที่ไม่ใช่รายได้

1. รายรับที่เป็นรายได้

รายได้จากภาษีอากรซึ่งถือเป็นรายได้หลักของรัฐบาลประกอบด้วย

  • ภาษีทางตรง เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ภาษีทางอ้อม เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT, ภาษีสรรพสามิต

รายได้ที่ไม่ได้มาจากภาษีอากรหมายถึง รายได้จากแหล่งอื่น ๆ ยกเว้นภาษีอากรอาทิ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ รายได้จากรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

2. รายรับที่ไม่ใช่รายได้

เงินกู้โดยรัฐบาลสามารถกู้ยืมเงินจากทั้งในและต่างประเทศในกรณีที่มีรายรับไม่เพียงพอ โดยการกู้ยืมของรัฐบาลจะทำให้เกิดหนี้สาธารณะขึ้น

เงินคงคลังคือ เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายในปีก่อน ๆ ที่รัฐบาลเก็บสะสมเอาไว้และนำออกมาใช้ในปีที่มีรายรับไม่เพียงพอแทนการกู้ยืม

รายจ่ายของรัฐบาล

เช่นเดียวกับหน่วยธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องมีเงินทุนสำหรับดำเนินงาน รัฐบาลเองก็ใช้จ่ายเงินเพื่อบริหารและดำเนินงานอันเป็นหน้าที่ของภาครัฐซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคม อาทิ การลงทุนในโครงการต่าง ๆ การจัดสรรเงินทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐ เป็นต้น แต่ก็ใช่ว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายได้ตามใจชอบนะคะ รัฐบาลจะต้องจัดทำแผนการใช้จ่ายและการหารายรับเอาไว้ล่วงหน้าในรูปของงบประมาณแผ่นดินนั่นเองค่ะ

นโยบายการคลัง คืออะไร?

คือ นโยบายที่รัฐบาลใช้ในการบริหารรายรับและรายจ่ายของภาครัฐโดยเน้นใช้เครื่องมือสำคัญที่เราได้พูดถึงกันไปก่อนหน้า คือ ‘การใช้จ่ายของรัฐบาล’และ ‘การเก็บภาษี’เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รักษาการเติบโตของเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ตลอดจนเกิดการกระจายรายได้และการจ้างงานอย่างเต็มที่

Note :นโยบายการคลัง ดำเนินการโดยรัฐบาล

นโยบายการเงิน ดำเนินการโดยธนาคารกลาง คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยทั่วไปแล้วการดำเนินนโยบายการคลังมี 2 รูปแบบ ได้แก่ นโยบายการคลังอัตโนมัติคือ นโยบายการคลังที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดการปรับตัวเข้าหาเสถียรภาพได้เองโดยที่รัฐบาลไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่ม และนโยบายการคลังแบบจงใจที่รัฐบาลจะต้องเปลี่ยนแปลงการใช้จ่ายและ/หรือเปลี่ยนแปลงอัตราภาษีเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยมีรูปแบบแยกย่อยอยู่อีก 2 ประเภท ดังนี้

ประเภทของนโยบายการคลังแบบจงใจ

นโยบายการคลังแบบหดตัว (Contractionary fiscal policy)

หมายถึง นโยบายการคลังที่เน้นการลดการใช้จ่ายของภาครัฐและ/หรือเพิ่มการจัดเก็บรายได้ เช่น การเพิ่มอัตราภาษีอากร เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ามาตรการรัดเข็มขัดทางการคลัง จุดประสงค์เพื่อลดการใช้จ่ายเงินของคนลงมาตรการเหล่านี้จะถูกใช้เพื่อให้เกิดการชะลอตัวเมื่อเศรษฐกิจขยายตัวมากเกินไป จนอาจเกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้น

นโยบายการคลังแบบขยายตัว (Expansionary fiscal policy)

หมายถึง นโยบายการคลังที่เพิ่มการใช้จ่ายของภาครัฐและ/หรือลดการจัดเก็บรายได้เช่น ลดอัตราการจัดเก็บภาษีอากรโดยลดหย่อนภาษีบางประเภทลง จุดประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนเกิดการใช้จ่ายมากขึ้นเมื่อเศรษฐกิจเกิดการถดถอยซบเซา หรืออยู่ในภาวะเงินฝืด

งบประมาณเกินดุล-ขาดดุล ต่างกันอย่างไร?

การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินโดยรัฐบาลอาจขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายที่ใช้ในขณะนั้น แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ

  • งบประมาณสมดุล (Balanced Budget)คือ รัฐบาลใช้จ่ายเท่ากับรายรับ
  • งบประมาณเกินดุล (Budget Surplus)คือ รัฐบาลใช้จ่ายน้อยกว่ารายรับ หรือใช้นโยบายการคลังแบบหดตัว
  • งบประมาณขาดดุล (Budget Deficit)คือ รัฐบาลใช้จ่ายมากกว่ารายรับ หรือใช้นโยบายการคลังแบบขยายตัว

ทริคในการจำ !

เศรษฐกิจเติบโตมากเกินดำเนินนโยบายการคลังแบบหดตัวเพื่อให้เศรษฐกิจชะลอตัว

ใช้งบประมาณเกินดุล

เศรษฐกิจถดถอยซบเซาดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

ใช้งบประมาณขาดดุล

มาทดสอบความรู้กัน!

น้อง ๆ ที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ คงจะเข้าใจหลักการใช้นโยบายการคลังกันพอสมควรแล้ว คราวนี้เรามาลองทดสอบความเข้าใจนั้นกันดีกว่า! สำหรับโจทย์ในวันนี้เป็นข้อสอบ A-level วิชาสังคมศึกษา จากโครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2566 และรอบพฤศจิกายน 2565 ถ้าพร้อมแล้ว มาเริ่มกันเลย!

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวถึงความหมายของงบประมาณได้ถูกต้อง (A-level วิชาสังคมศึกษา โครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2566)

1. งบประมาณเกินดุล หมายถึงรายได้ของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล

2. งบประมาณเกินดุล หมายถึงรายรับของรัฐบาลมากกว่ารายจ่ายของรัฐบาล

3. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลน้อยกว่ารายรับของรัฐบาล

4. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลมากกว่ารายรับของรัฐบาล

5. งบประมาณขาดดุล หมายถึงรายจ่ายของรัฐบาลน้อยกว่ารายได้ของรัฐบาล

นโยบายข้อใดที่รัฐบาลไม่ควรนำเข้าใช้ในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการคลังแบบขาดดุล (A-level วิชาสังคมศึกษา โครงการ Dek-D’s Pre-Admission รอบพฤศจิกายน 2565)

1. การซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล

2. การลดการจัดเก็บภาษีบางประเภท

3. การส่งเสริมการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

4. การจำกัดการลงทุนของบริษัทต่างชาติภายในประเทศ

5. การออกนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของภาคประชาชน

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ข้อไหนน้าคือคำตอบที่ถูก ลองเข้ามาแชร์คำตอบพูดคุยกันได้นะคะ สำหรับคอลัมน์ 'รู้ไว้เผื่อออกสอบ' บทความถัดไปจะเป็นเรื่องไหน วิชาไหน ฝากน้อง ๆ รอติดตามกันด้วยน้า ส่วนใครที่มีความรู้ดี ๆ ทริคเด็ด ๆ อยากบอกต่อ ก็เข้ามาพิมพ์กันไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...