โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ควงลูก ๆ ย้อนเล่าเคยโดนบูลลี่คาแรคเตอร์คุณพ่อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2568 เวลา 08.36 น. • The Bangkok Insight

อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ควงลูก ๆ ย้อนเล่าเคยโดนบูลลี่คาแรคเตอร์คุณพ่อ เผยสาเหตุที่ไม่เคยพาภรรยาออกสื่อเพราะอะไร ?

อ.ยิ่งศักดิ์ ควงลูกสาว นานา และ ลูกชาย เท็ดดี้ มาออกรายการด้วยกันในรอบหลายปี ขอเคลียร์ใจความสัมพันธ์พ่อลูกมีเรื่องให้ตีกันตลอด พร้อมย้อนเล่าชีวิตวัยเด็กที่ลูก ๆ ต้องเจอคำถามจุกอกเพราะคาแร็คเตอร์ของคุณพ่อ เผยสาเหตุที่ไม่เคยพาภรรยาออกสื่อเพราะอะไร ?ในรายการคุยแซ่บShow ทาช่องOne31 ที่มีหนิง ปณิตา ชมพู่ ธัณย์สิตา และซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร

อาจารย์ยิ่งศักดิ์ ควงลูก ๆ ย้อนเล่าเคยโดนบูลลี่คาแรคเตอร์คุณพ่อ

ตอนนี้ช่วยกันดูแลธุรกิจยังไงบ้าง ?

นานา : นานาดูแลการเรียนการสอนค่ะ ไม่ว่าจะสอนเด็กนักเรียนไปจนถึงสอนผู้ใหญ่ ดูแลเรื่องสูตรอาหารทั้งหมดรายการมีเดียของคุณพ่อ

เท็ดดี้ : จะช่วยในเรื่องการเงิน บริหารจัดการ คุณพ่อสั่งยังไงก็จะมาช่วยเรื่องนโยบาย

คุณพ่อใช้เงินทุ่มเต็มที่หรือค่อนข้างประหยัด ?

เท็ดดี้ : เค็มมาก(หัวเราะ) คือเราประหยัด

อ.ยิ่งศักดิ์ : เราเป็นคนทำงานเราทำจากบาทแรกกว่าเราจะมีสิบบาท พันบาท หมื่นบาท แสนบาท ล้านบาท เราทำด้วยเหงื่อ เพราะฉะนั้นเงินบาทเดียวก็มีความหมาย อ.ยิ่งศักดิ์ เค็มโดยปริยายค่ะ เงินหายากเวลาจะใช้ก็ต้องคิด ทุกวันนี้ไม่ได้ยุ่งกับเรื่องการเงินเลยให้เขาไปหมดแล้ว เราไม่เคยจับเงินเลย ไม่เห็นด้วย

แล้วอาจารย์เอาที่ไหนใช้จ่าย ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ก็มีเงินเก็บนิดหน่อยดีที่ลูกไม่มาเอาก็บุญแล้ว บอกตามตรงว่าต้องวิ่งออกมาหางานทำนอกบ้าน บางคนบอกว่า 70 เป็นหนี้เป็นสินอะไรทำไมยังต้องมาทำงาน ถ้าเรายังมีลมหายใจ ยังมีความสนุก ยังมีคุณค่า เราทำอะไรเองได้ ห้าบาทสิบบาทก็ยังมีความหมาย

อาจารย์บอกว่าให้ลูกไปหมดแล้ว ในส่วนของอาจารย์เองก็ยังทำงานเองและใช้ของตัวเอง ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ก็ใช่ เวลาทำงานได้มีเงินมีทองเท่าไหร่ก็เก็บ เพราะวันนึงเราไม่อยู่เราก็ให้เป็นของเขาทั้งหมดอยู่แล้ว ถ้าวันนี้เราหยุดเราก็ใช้แต่เงินที่เราเก็บมาทั้งหมดวันนึงเราจากโลกนี้ไปเราจะเหลืออะไรให้ลูก ถึงจะให้เขาไปแล้วแต่ก็ยังมีกองกลางอยู่ที่เรา ก็คือลูกได้ธุรกิจไปได้เงินได้ทองไปเราไม่ยุ่ง ถ้าเขายืนได้ด้วยขาของเขาพ่อแม่ที่ไหนก็ภูมิใจ

มีจุดไหนที่ไม่เข้าใจกันบ้างมั้ย ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : จะถามว่ากัดกันบ้างมั้ยใช่มั้ย

เวลาบริหารงานมันมีมุมที่ไม่ลงรอยกันบ้างมั้ย ?

นานา : มี ทุก ๆ งานที่ทำด้วยกันเราเชื่อว่าไม่ใช่แค่พ่อกับลูกหรอก ไม่ว่าจะเป็นใครก็ต้องมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกันอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรื่องงานเลย เวลาทำงานด้วยกันจะมีความเห็นที่มองคนละมุมไม่ได้ว่าเขาเผด็จการหรือเขาจุกจิกนะ ไม่ใช่นะ เพราะเราเชื่อว่าทุกคนเป็นหมดในบ้าน

แต่สุดท้ายยอมกันทุกครั้ง ?

นานา : ใช่ มันเป็นงานหลังจากที่คุยกันไม่เข้าใจ หลังจากนั้นก็กินข้าวด้วยกันเหมือนเดิม

เท็ดดี้ : ทุกคนในบ้านรักอาหาร เราตั้งใจทำงาน เราทะเลาะกันเรื่องงานมันก็จะเป็นในเรื่องของเหตุผลอยากให้งานออกมาดี ให้อาหารออกมาอร่อย อยากให้ขนมขายดีๆ สุดท้ายมันก็ต้องมาคุยด้วยเหตุผล ตกเย็นก็ต้องมากินข้าวด้วยกัน ทุกวันเสาร์ก็เจอกัน

เป็นใครยอมใคร ใครยอมที่จะฟังเหตุผลใครมากกว่า ลูกยอมพ่อหรือพ่อยอมลูก ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ถามใคร ถ้าถามคุณพ่อ คุณพ่อที่ดีเงียบหุบปาก ฟังหรือไม่ฟังก็ไม่ต้องไปเถียง เพราะเถียงยังไงกก็ไม่ชนะสำหรับคนรุ่นใหม่ สิ่งที่อาจารย์ยิ่งศักดิ์ต้องการมากที่สุด อยากให้ทุกครอบครัวต้องเข้าใจว่าความเป็นผู้ใหญ่เราเลี้ยงลูกมาตั้งแต่เกิดอยู่บนมือยังไงเราก็ทิ้งความห่วงใย ความผูกพันธ์และความรักไม่ได้ จนตายก็ทิ้งไม่ไตาย เพราะฉะนั้นอย่ารำคาญเลยถ้าพ่อแม่จุกจิก

มีเรื่องงอนกันมั้ย ?

เท็ดดี้ : ไม่เคยครับ ส่วนใหญ่เรื่องส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เรื่องงานเขาก็จะคอยเตือนคอยพูดคอยบอกตลอด ถ้าเขาจะงอนเขาจะรู้สึกว่าทำไมเขาพูดแล้วเราไม่ฟัง ด้วยประสบการณ์ของเขาพอผ่านไปมันก็จริงอย่างที่ป๊าบอก เขาก็จะเข้าใจว่าเท็ดดี้จะต้องเห็นเคสเอง ป๊าบอกจะไม่ฟังจะต้องไปเจอเองก่อน

ที่ผ่านมางอนหรือน้อยใจลูก ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ถ้าเขาอธิบายเรามาก เราเป็นคนเข้าใจนะ จะไม่เซ้าซี้ แต่เราแก่ขนาดนี้ทำไมเราต้องไปถามลูกว่าเรื่องมันเป็นยังไง ลูกเรื่องนี้เคยมีใครบอกอะไรมั้ย อยู่บ้านตัวติดกันนั่งกินข้าวด้วยกันแต่ดันพูดไม่หมด เราก็ต้องมาถามว่าทำไมวันเสาร์กินข้าวด้วยกันไม่เห็นเล่าเรื่องนี้เลยอะไรอย่างนี้

เวลางอนเข้าหาก่อนมั้ยหรือปรับยังไงให้รู้สึกเข้ากันได้มากขึ้น ?

นานา : เวลาที่คุยกันไม่เข้าใจถ้าคุยกันต่อก็จะทะเลาะกันเพราะฉะนั้นง่ายที่สุดพิมพ์ไลน์คุยส่วนตัว นานาว่าตัวเองโชคดีเรื่องที่ทะเลาะกับเขาหรือเรื่องที่ไม่เข้าใจส่วนมากเป็นเรื่องงาน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นเรื่องงานมันเอาเหตุผลและความถูกต้องมาวางได้ หลังจากอารมณ์โกรธกันหมดแล้ว พอกลับมาอ่านไลน์กันจะรู้สึกว่าอ๋ออีกคนเขาคิดแบบนี้ เฉพาะหนูกับเขาเป็นวิธีนี้

คุณพ่อโอเคมั้ยวิธีนี้ ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ก็อ่านตอบหรือไม่ตอบก็อ่านไป จบ เพราะยังไงก็ตามอายุเรามากกว่าเลี้ยงเขามาตั้งแต่เกิด เราย่อมรู้ดีว่านิสัยเขาเป็นแบบไหน ปุ๊ปเดียวก็ขึ้น ปุ๊ปนึงก็เป็นแบบนี้ เดี๋ยวหลังจากนี้ก็คิดได้เองว่าไม่ควรทำ เรารู้นิสัยเขาเป็นคนปากแข็ง คาแร็คเตอร์แข็ง ข้างนอกดูแข็งกระด้างแต่ข้างในความรู้สึกจริงๆเขาเป็นคนอ่อนไหวเกินไป บางทีมีความรู้สึกว่ามันเหมือนกระจกเงา บางทีก็ไม่รู้จะไปพูดอะไรเหมือนพูดกับตัวเองพูดแล้วก็พูดไม่รู้เรื่อง บางทีจะไม่ว่าอะไรเขาก็ไม่ได้ บางทีก็กรรมเวรของกูมั้ยอ่ะ ครึ่งนึงเขาตัวเขาคือชีวิตของเรา ครึ่งนึงเป็นแม่เขา เพราะฉะนั้นเราทำอะไรไปเราก็ทำตัวเองครึ่งตัวอยู่แล้ว พูดกับลูกเสมอว่าจำไว้เลยนะเลือดครั้งตัวของหนูคือป๊าอีกครึ่งตัวของแม่ เพราะฉะนั้นเวลาจะทำอะไรป๊าต้องคิดเสมอป๊าไม่ทำตัวเองหรอก แต่ห่วงใยแล้วก็พูดตลอดเวลาอาจจะดูน่ารำคาญ แต่ถ้าวันนึงฉันไม่อยู่เขาจะได้ยินเสียงเซ้าซี้และจุกจิกมั้ย

ความรู้สึกของคุณลูกๆบอกว่าคุณพ่อจู้จี้จุกจิกหนักมาก ?

เท็ดดี้ : ก็ตามที่เขาบอกนั่นแหละ แต่พอมานั่งคิดอยู่ดีๆจะมาจู้จี้จุกจิกกันทำไม ด้วยความที่เป็นห่วงเห็นเรายังทำไมได้ ทำไม่เสร็จ ด้วยความเป็นห่วงเขาก็ต้องมาช่วย

มีแอบโกรธบ้างมั้ย มีความรู้สึกว่าท่านดื้อหรือท่านไม่ฟังอะไรเลย มีมั้ย ?

เท็ดดี้ : ส่วนใหญ่เขาเป็นคนที่จี้แล้วจี้ตรงจุด เราไม่มีสิทธิ์โกรธ

เป็นคนที่ทำอาหารอร่อยแต่ไม่เคยจำสูตรได้ ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : คือมีความรู้สึกว่าถ้าจะเรียกลูกมาสอนทำจานนี้ลํกโตเกินไปที่จะสอนแล้ว เขาเก่งเขาทำอะไรเองได้ ทุกวันเสาร์เป็นวันครอบครัวจะเข้าครัวทำอาหารเอง ถึงเวลามีหน้าที่กิน จะทำกับข้าวทุกวันไม่ซ้ำต่อให้เป็นแกงส้มเดือนนี้ เดือนหน้ามีแกงส้ม น้ำแกงส้มก็ไม่เหมือนเก่า ฉันจะใส่สัปปะรดมันก็เรื่องของฉัน ฉันพยายามจะสอนให้เขาเห็นว่าเวลาเราทำอะไรจากควาาเข้าใจมันไม่มีความจำเป็นต้องชั่งต้องตวง เราสามารถทำให้มันดูอร่อยได้และเป็นรสของครอบครัวได้

เวลาพ่อเปลี่ยนสูตรมันอร่อยเหมือนกันมั้ย ?

นานา : ความเจ๋งคือทุกครั้งที่ทำอร่อยคนละแบบ ถ้าวันนั้นเขาทำอร่อยแบบถูกใจจริงๆก็จะถามเขาว่าอันนี้ทำยังไง แต่ว่าสัดส่วนไม่มีแต่ว่าบอกได้ว่าใส่อะไรบ้าง สนุกตรงที่ว่าสมมติเราถามว่าใส่อะไรบ้าง ถ้าอยู่กับเขาในครัว เขาจะแกล้งเรียกเราไปหยิบอันโน้นซิแล้วระหว่างเรียกเราเขาก็จะแกล้งหยอดอย่างอื่น เราก็ไม่มีทางรู้ว่าจริงๆเขาใส่อะไร

อ.ยิ่งศักดิ์ : คนที่มีหัวใจในการทำครัวที่ดีจะต้องทำอาหารถูกปากคนกินไม่ใช่เอารสของตัวเองเป็นที่ตั้ง คุณไม่ได้ทำกินเองคุณทำให้คนในครอบครัว ฉันทำกับข้าวบนโต๊ะลูกฉันและคนในครอบครัวทุกคนต้องแฮปปี้

ลูก 2 คนหวงพี่เท็ดดี้มากสุด ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : คนที่มีลูกเกิน 1 คน พ่อแม่ทุกคนรักลูกเท่ากันหมด แต่จะห่วงใยในมุมไหนเท่านั้น อย่างคนนี้ไม่ต้องไปเซ้าซี้เดี๋ยวโดนมันกัด(นานา) ส่วนคนนี้เขาอาจจะมีจุดบางจุดที่ความละเอียดเขาไม่มี (เท็ดดี้) พ่อแม่ทุกคนห่วงลูกเท่ากัน

ฝั่งลูกสาวอยากให้คุณพ่อห่วงหรืออยากให้ทำอะไรให้เหมือนลูกชายมั้ย ?

นานา : ไม่นะ เขาดูแลทุกคนมาก ๆ แล้ว พอใจแล้ว

ไม่คิดจะหาสะใภ้หรือหาเขยให้ลูกบ้างหรอ ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : คนนี้ต้องไม่ เขามีเพื่อนของเขา(นานา) ส่วนคนนี้เราก็เข้าใจว่าต่อให้ 30 กว่าแล้วเขายังคงทำงาน (เท็ดดี้) เราคิดว่าลูกเราทั้ง 2 คน 80% ของชีวิตเขาก็ทุ่มให้กับงานที่เราเอาไปใส่ให้เขา เราก็คิดว่าถ้า 30 กว่า ได้ธุรกิจอย่างนี้เราถือว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่โชคดีแล้ว ถ้าเขามีเวลาไปหาแฟนถ้าช้านิดนึงก็ไม่เป็นไร

แล้วอาจารย์มีสเปคของลูกเขย ลูกสะใภ้มั้ย ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : เรื่องอื่นทำได้หมดแต่เรื่องหาผัวกับหาเมียให้ลูกอย่าทำ เขาต้องอยู๋จนลมหายใจสุดท้าย ไม่ใช่เราเลือกเราพอใจเราไม่ได้ไปนอนกับเขา เขาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันเลือกเองเถอะ

ในวัยเด็กเคยเจอคำถามจุก ๆ ตอนนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น ?

เท็ดดี้ : เด็กมากเลยตอนนั้น เป็นเรื่องปกติลูกอาจารย์ยิ่งศักดิ์หรือเปล่าแล้วก็แซวโน่นนี่นั่น แต่ผมมองว่าด้วยความที่เรารู้อยู่แล้วว่าที่บ้านเรายังไง เพื่อนก็แซวกันตามประสาเด็กๆ สุดท้ายก็เป็นเพื่อนกัน แต่ตอนนั้นรู้สึกว่าทำไมแซวจังวะ ก็ลูกอาจารย์ยิ่งศักดิ์ไงทำไมหรอ

เขาแซวเกี่ยวกับเรื่องอะไรในตัวอาจารย์มากที่สุดตอนนั้น ?

เท็ดดี้ : เป็นเรื่องคาแร็คเตอร์

ย้อนไป 20 กว่าปีที่แล้วคาแร็คเตอร์อาจารย์เป็นแบบนี้มั้ยหรือแข็งกว่านี้ ?

เท็ดดี้ : พอเพื่อน ๆ มาเจอคุณพ่อจริงๆเขาก็รู้เลยว่าไม่ต้องมานั่งล้ออะไรกันแล้ว

อาจารย์เคยรู้เรื่องนี้มั้ย ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : เคยได้ยินนะ คุณแม่ของเขามาพูดนิดๆหน่อยๆ ถามตัวเรานะเราก็มีความรู้สึกเหมือนกันบางทีคาแร็คเตอร์ของพ่อจะเป็นแบบเราหรือจะเป็นแบบใครก็ตามทำไมลูกๆชอบล้อ แต่เรามานั่งนึกอีกทีมันเป็นเรื่องของวัยนะ เมื่อมันผ่านวัยนั้นไปแล้วทุกคนก็โตขึ้นก็มีความคิดแล้วว่าการให้เกียรติกันมันมีมากขึ้น

เพราะคาแร็คเตอร์แบบนี้ทำให้มีงานม่ีเงินมีชื่อเสียงแล้วก็ทำให้มีทุกวันนี้ ?

อ.ยิ่งศักดิ์ : ก็ไม่รู้ว่าใช่เพราะคาแร็คเตอร์หรือเปล่าที่ทำให้เรามีวันนี้ แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเป็นคนที่มีความตั้งใจทำงานจริงๆไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราคิดว่าความรู้ของเราเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราสามารถแสดงความรู้ของเราได้ว่าเราเป็นผู้มีทักษะ เรามีเงินเราไม่ได้ขอใครกิน

พี่นานาโดนมั้ย ?

นานา : โดน ถามว่าเป็นลูกเขาจริงๆหรอ ตอบเป็นตลกไปว่าดูหน้าซิ เมื่อก่อนตอนเด็กๆก็ไม่เข้าใจเหมือนเท็ดดี้ ทำไมคนถึงมองแล้วเหมือนบูลลี่ตอนเด็ก ๆ ก็ไม่เข้าใจ พอวันนึงโตขึ้นมาแล้วเรามองภาพกว้างกว่านั้นนอกเหนือจากป๊ายังมีคนที่เป็น LGBTQ อย่างเราถ้าเรามีลูกก็อยากจะสอนลูกให้ลูกภูมิใจด้วยซ้ำไม่ว่าพ่อกับแม่จะเป็นคาแร็คเตอร์ยังไงในวันนี้ต้องขอบคุณคนเหล่านั้นด้วยซ้ำที่ชื่นชอบพ่อเรา ด้วยความคาแร็คเตอร์ที่ป๊าเป็นแล้วเป็นเอกลักษณ์ขนาดนี้ทำให้พวกเรามีงานมีเงินใช้

หลายคนถามว่าไม่เคยมีโอกาสได้เห็นอาจารย์พาภรรยาออกรายการเพราะอะไร ?

อ.ยิ่งศักดิ์: เขาไม่ใช่คนไทยเวลาเขาจะพูดอะไรเขาขาดความมั่นใจในตัวเอง เพราะว่าเขาเป็นคนสิงค์โปร์แต่พูดภาษาไทยได้ เวลาฟังคำบางอย่างที่มันซับซ้อนมากๆเขาไม่สามารถที่จะอธิบายได้ แล้วไอ้พวกนี้เวลาแม่พูดคำไหนผิดก็ไปล้อเขา เขาเป็นคนไม่ชอบการออกทีวี ออกทีวีทำกับข้าวกับลูกถือว่าเป็นไฟล์ทบังคับที่สุดสำหรับเขาแล้ว คาแร็คเตอร์เขาไม่ใช่คนที่แบบเราสามคนเป็น ถามคำตอบคำ แต่ถ้าสนิทด้วยเขาจะเป็นคนพูดเก่ง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...