โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอ พศิน เคลียร์ข่าวลือ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เชื่อข่าวหลุดจากคนใกล้ตัว

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 02.05 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2567 เวลา 02.01 น. • The Bangkok Insight

เอ พศิน เคลียร์ข่าวลือเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เชื่อข่าวหลุดจากคนใกล้ตัว เผยเขาเห็นเป็นพี่ชาย ก็ให้เกียรติกัน พร้อมเล่าจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองคนรู้จักกัน

อยู่ ๆ เอ พศิน ก็กลับถูกโยงไปในข่าวลือซะอย่างนั้น หลังจากที่มีข่าวลือออกมาว่า "นางเอกซุปตาร์ เลิกสามีไปคบดาราหนุ่มสายพญานาค ก่อนจะเลิกกันไปคบพระเอกก้ามปูสายมู” จนชาวเน็ตโยงไปที่ชื่อของ เอ และ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ รวมถึงอั้ม อธิชาติ ที่กำลังถูกจับตาความรัก

เอ พศิน เคลียร์ข่าวลือเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ เชื่อข่าวหลุดจากคนใกล้ตัว

ล่าสุด(2 พ.ย.) เอ ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวเรื่องนี้มันโยงมาถึงเราโดยที่ไม่ใช่แบบตัวย่อแล้ว มันคือการไดเร็คถึงเราเลย เพราะมันเกี่ยวกับเพื่อนเขา และเราผมขออนุญาตเล่าถึงว่าที่เพื่อน ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้เป็นเพื่อนกันเลย คือสองท่านนี้ เจนี่ กับ อั้ม อธิชาติ เขามีความศรัทธาในปู่พญานาคมานานแล้ว อย่างเจนี่ผมทราบจากลูกน้องเขาว่าเป็นคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์ กินแต่เต้าหู้ ไม่กินไข่ ไม่กินนม ทุกอย่างที่เขาทำเพื่อถวายปู่พญานาค เขาเคยรถคว่ำแล้วรอดเพราะนึกถึงปู่พญานาค

ทีนี้ทำไมถึงรู้จักกัน กับเจนี่เคยเล่นละครด้วยกัน จนเวลาผ่านไปรู้จักกันเพราะศรัทธาใน หลวงปู่ศิลา เขาส่งข้อความมาหาผม เพราะเขาเห็นคลิปเรื่องอดีตชาติของผม เห็นเจนี่ดูเฟียส ๆ แต่จริง ๆ ข้างในเจนี่อ่อนไหวมาก เป็นคนที่แคร์ทุกอย่าง เจนี่อ่านคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ แคร์ทุกคนที่คอมเมนต์ เลยไม่อยากมีตัวเองในสื่อ ในฐานะที่ตนเป็นรุ่นพี่เลยแนะนำว่าเราทำงานแบบนี้ไม่มีไม่ได้ เราอยากจะล้างโซเชียลให้สะอาด แต่โลกความจริงไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

อะไรที่เป็นความจริงก็ให้ลูกรู้ไปเลยดีกว่า ลูกจะได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงดีกว่ามารู้ตอนโต เขาจะรู้สึกว่าตัวเองโดนหลอกว่าโลกนี้มันสวยงาม ฉะนั้นเด็กต้องปรับตัว ทัศนคติที่ตนแนะนำไปส่งผลให้เจนี่มีความกล้า ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่ามันจะมีผล บอกเขาว่าให้เจนี่ซื่อสัตย์ ให้ความยุติธรรมกับความดีของตนเองบ้าง เวลาทำอะไรดี ๆ ก็เอามาลงบ้าง เจนี่ก็เริ่มทำ ซึ่งอาจจะไม่ใช่เพราะตน

เจนี่ ตื่นตี 4 สวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน ปฏิบัติแบบเข้มข้นมาก ออกกำลังกาย นี่คือวินัยทหารที่ตนเองทำไม่ได้และเข้าไม่ถึง เจนี่ เห็นหลวงปู่ศิลาแล้วเกิดความศรัทธา มี fact อะไรบางอย่างที่อยากจะรู้เลยไปหาหลวงปู่อย่างไม่เป็นทางการ ไปนั่งอยู่ไกล ๆ แล้วส่งจิต เจนี่และหลวงปู่ศิลาส่งจิตถึงกัน หลวงปู่เขียนใส่กระดาษว่านางคนนั้นจะถามอะไรเรา เลยได้เข้าไปพบเป็นการส่วนตัว หลวงปู่ศิลาให้เจนี่สร้างเหรียญพญานาค 5 พระองค์เพื่ออะไรบางอย่าง ให้ของมา 5 อย่าง เหมือนเป็นสื่อพญานาค 5 พระองค์คืออะไร

จากด้วยภาพลักษณ์ เจนี่ ที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกทำให้เจนี่ไม่สามารถมีภาพลักษณ์สายมูได้เลย เจนี่จึงไดเรกต์แมสเสจมาหาตนว่ามีเรื่องจะปรึกษาเกี่ยวกับพญานาค ตนก็คิดดูอยู่ 1 วัน จากนั้นก็ได้โทรคุยกับเจนี่ เขาไปเห็นคลิป ที่หลวงปู่ศิลา บอกว่าเอเคยเกิดเป็นพญานาคขอม แล้วหลวงปู่ศิลาก็บอกบางอย่างกับ เจนี่ ถึงอดีตชาติที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องไปทำอะไรบางอย่างที่ลาว เพื่อให้ลาวเจริญ เจนี่ได้ทำแล้วเป็นการส่วนตัว

ก็รู้จักกัน ทุกวันที่ตนคุยกับเจนี่จะเป็นเรื่องของการสร้างเหรียญพญานาค 5 พระองค์ จนถึงวันบวงสรวง ก็ให้ตนและทีมงานไปถ่ายแต่ให้ไปแบบเงียบที่สุด มีหลวงปู่ศิลาทำพิธีให้ วันนั้นเจนี่ก็รำ แล้วก็มีทีมงานไปด้วย เวลารำในพิธี เจนี่ จะกลัวการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มา เพราะการที่เขาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ต่างประเทศมันดูย้อนแย้งเขาเลยไม่โพสต์ลง แต่เดือนที่ผ่านมาเหมือนเขาจะตัดสินใจแล้วว่านี่คือความศรัทธา ระยะเวลาที่สนิทสนมกัน 3 เดือน พอสร้างเหรียญเสร็จก็หมดหน้าที่ตน

ชีวิตเจนี่เพิ่งเริ่มจะทำเพื่อตัวเองปีนี้โดยที่มีปู่เป็นกำลัง ‘เด็กคนนี้มีความกตัญญูแต่ว่าไม่เคยได้รับกอดจากแม่เลย อันนี้พนักงานเจนี่เล่าให้ฟัง ว่าสิ่งที่เจนี่ปรารถนาอย่างเดียวเลยคือกอดจากแม่ แล้วถามว่าเหนื่อยไหม แค่นี้เลย ที่มาเล่า เพราะอดีตภรรยาของตน ก็มีปัญหาแบบเดียวกันคือแม่ไม่แสดงความรัก แค่แม่เข้ามากอดบอกรักเขา ซึ่งตรงนี้ตนว่าคนที่เก่งมาก ๆ เขาก็จะไม่เรียกร้อง เป็นสิ่งเดียวที่เงินซื้อไม่ได้เพราะฉะนั้นแม่ลูกต้องคุยกัน แม่ต้องรู้นะ การแสดงความรักมันสำคัญ

ผมอกหักตลอดเลย แต่ผมไม่ได้อกหักจากเจนี่ เพราะผมไม่ได้คาดหวังความสัมพันธ์ ผมคิดว่าเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ในอนาคตอันยาวออกไป จะหนึ่งปีหรือสองปี เพราะว่าด้วยวิจารณญาณของผมการที่เขาออกมาบอกว่าสถานะครอบครัวเป็นยังไง แล้วก็ที่ทำมาเพื่อลูกเป็นยังไง เขาไม่เคยคิดที่จะออกมาพูดเลยนะครับ แต่ว่าพอมันมีจุดที่เขาต้องมายืนข้างหน้าเป็นผู้บริหาร อะไรที่มันแบกไว้ค้างคามันต้องหมดไปเพื่อจะนำคนอื่น เขาก็คงตัดสินใจเองว่าฉันลองปลดล็อกตรงนี้ดูมั้ย จะได้มีความสุขจะได้มีความสว่างจริงๆ แล้วตอนนี้รู้สึกเขามีความสุขนะครับ

สิ่งที่เราจะทำด้วยกันตอนนั้น หลังจากที่ทำเหรียญเสร็จแล้ว อยากทำรายการเกี่ยวกับความศรัทธา ที่เหมือนกับเอารายการตามรอยนาคราชเอาไปไว้ในช่องฟรีทีวี หาข้อเท็จจริงว่าเรื่องความมูแบบนี้มันถูกต้องมั้ย แบบไหนปลอดภัย พญานาคในยุโรปมีมั้ย เป็นเรื่องของการท่องเที่ยววัฒนธรรมด้วย แล้วก็มีการคุยว่าผมอาจจะเป็นเบื้องหลัง แต่เจนี่บอกว่าเจนี่ไม่เป็นเบื้องหน้าแน่นอน เขาถนัดถ่ายภาพ เขาถ่ายภาพเก่งมาก แต่เขาจะเอา อั้ม อธิชาติ มาร่วมด้วย เขาบอกว่าพี่อั้มเนี่ยตัวพ่อเลยในการนั่งสมาธิ ทำบุญ ซึ่งผมก็โอเค เคยร่วมงานกันด้วย

ผมเคยร่วมงานกับอั้ม 2 เรื่อง เมื่อ 12 ปีก่อน รถเขารกมากเลยนะ เขาเป็นผู้ชายที่ดูเป็นอินโทรเวิร์ตแต่ว่ามีน้ำใจ ตอนนั้นผมไม่มีรถใช้ไง ถ่ายด้วยกันพอย้ายกองก็ติดรถไปด้วย ผมคิดว่ารถเขาต้องเนี้ยบ ทุกอย่างแบบว่าเหมือนเพื่อนสมัยผมเรียนศิลปกรรม รกมาก แล้วนี่คือมุมมองที่เรามองคนหนึ่งจากภายนอกไม่ได้ เขาเป็นคนที่เงียบ ๆ แต่จริงใจมาก เพราะฉะนั้นการที่เพื่อนคนหนึ่ง ผู้ชายนะคบกับผู้หญิงมานานขนาดนี้ สมมติเป็นผมก้าวเข้ามาเพื่อที่จะทำอะไรด้วย เขาก็อาจจะเป็นห่วงไง กลัวจะโดนโกง ก็จะถามเจนี่ตลอดว่า พี่เอเป็นไง ทำอะไรอยู่ ทำรายการ ทำเหรียญ บางงานเขาก็มาด้วย ซึ่งตรงนี้มันเป็นความลับหรือเปล่า มันก็ไม่ใช่ความลับ แค่ไม่มีใครรู้ แต่รายการเป็นความลับเพราะว่ามันต้องเสนอช่องไง ถ้ามันหลุดไปอย่างที่เรารู้มันก็ไม่ฮอต

ที่เป็นข่าวหลุดออกมา คิดว่ามันหลุดได้ยังไง?
ผมว่ามันหลุดจากคนใกล้ตัว เพราะว่าถ้ามันเป็นความลับระหว่าง 3 คนนะ แต่ผมไม่ได้รู้จักอั้มนะ ผมไม่ได้คุยกับอั้ม ทุกเรื่องจะมีเจนี่รู้ เลขารู้ แล้วก็น้อง ๆ ในบริษัทรู้หมด มันไม่ใช่แค่สองคน แต่น้อง ๆ ในบริษัทของผมเนี่ย ทีมตามรอยนาคราชไม่รู้ เพราะว่าผมสัญญาไว้ว่าจะไม่บอก เพราะมันเป็นเรื่องเซ้นสิทีฟ แต่ว่าการที่เขาไว้ใจใครมาก ๆ เขาก็จะบอกไง เพราะเหมือนกับว่าให้เป็นพยานว่าเราจะทำสิ่งนี้ร่วมกับคนนี้นะ ไว้ใจได้มั้ย ก็อาจจะปรึกษากันแล้วพอมันหลุดไป มันก็เหมือนกับว่าเคยเห็นเพื่อนหวงเพื่อนมั้ย ลูกน้องหวงนายห่วงนาย ซึ่งอันนี้ผมก็เข้าใจนะ ผมไม่รู้ว่าข่าวมันหลุดมาในลักษณะไหน ชื่อรายการยังเขียนผิดเลย

ความสัมพันธ์ระหว่าง พี่เอ กับ เจนี่ เราจีบเขามั้ย?
ยังไม่พยายามครับ มันคือการทำงาน มันจีบไม่ได้ไง เพราะว่าเขาเพิ่งแถลงข่าวใช่มั้ย แล้วก็มันควรจะผ่านเวลาไปอีกประมาณปีหนึ่ง ผมถึงจะเริ่ม ซึ่งตอนนั้นผมอาจจะหมดพลังไปแล้วก็ได้ เพราะว่าเราเห็นธรรมชาติของความเป็นผู้นำของเขา เขากินไม่เหมือนเรา เขาไม่กินแบบเรา เขามีวินัย เขาเป็นแมนมากกว่าเราในเรื่องของการวางแผนชีวิต ซึ่งตรงนี้ผมว่าผู้ชายที่อยู่ด้วยได้ต้องแกร่งมาก ๆ ต้องรักมาก ๆ ด้วย

ตอนแรกเหมือนเรามีใจให้เขาแล้วใช่มั้ย?
ไม่ได้คิดจะจีบ แต่ว่าการที่เราต้องทำงานกับเขา ผมนับถือในความอดทนของเขา ในการแสดงออกซึ่งมันตรงข้ามกับความเป็นตัวของตัวเองเขามาตลอดเลย ซึ่งผมก็บอกทำแบบนี้ทำไม อย่างวันนี้ก็ลงรูปดูเฟียส ๆ ทั้งที่ข้างใน ผมรู้ว่าเขาอ่อนไหว เขาแคร์กับข่าวทุกข่าว แล้วเขากลัวผมจะพูดอะไรที่เขารู้สึกอ่อนไหว

ได้คุยกันถึงเรื่องนี้ไหม?
ไม่คุยครับ ตัวผมเองก็เป็นอินโทรเวิร์ตเหมือนกัน ผมเป็นผู้ใหญ่ คือผมเองถึงจะเป็นนักแสดงสมทบแล้วก็มีเรื่องของอุปนายกสมาคมสื่อมวลชนออนไลน์ที่เพิ่งรับมาก็ทำงาน เราก็คือคน ๆ หนึ่ง เป็นพี่ชาย เราก็มองเขาเป็นแค่นักแสดงรุ่นน้อง เราไม่ได้มองเขาเป็นซูเปอร์สตาร์ เราไม่ได้มองเขาที่ความสำเร็จ เพราะฉะนั้นความห่วงใยมันก็คือพี่ชาย

ระยะเวลาที่รู้จักกันกับเจนี่นานมั้ย?
อุ้ย 3 เดือนเองครับ มันเป็นโปรเจ็กต์ของการทำเหรียญ แต่ว่าจะก้าวไปเพื่อทำรายการ ผมบอกไว้ตรงนี้เลยว่าเมื่อมันออกมาในรูปแบบนี้แล้วคนที่เขาห่วงใยอาจจะทำให้เกิดข่าวขึ้นมา สมมติว่ารายการนี้มีเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นในทีมนี้ เขาทาบทามตากล้องของรายการผมด้วยนะ ผมก็จะขออนุญาตไม่ร่วมด้วย เพราะไม่งั้นมันจะกลายเป็นว่าอย่างวันหนึ่ง ผม เจนี่ อั้ม มานั่งแถลงข่าว ก็จะกลายเป็นเราใช้สื่อเพื่อทำเป็นไวรัลให้คนสนใจ ด้วยความที่ผมเป็นสื่อมวลชนเหมือนกัน เป็นผู้สื่อข่าวก็ต้องรับผิดชอบด้วยการไม่ร่วมดีกว่า

ทำไมข่าวมันออกมาในลักษณะว่า พี่เออกหัก แล้วเขาไปคบกับ อั้ม อธิชาติ
เรื่องอั้มนี่ผมไม่รู้ เพราะว่าเวลาเราสนิท เคยมีเพื่อนสนิทที่เราเล่นหัวกันมั้ย ผู้ชายกับผู้หญิงเคยเห็นมั้ย เขาก็อาจจะสนิทกันมากจริงๆ ถึงขนาดที่ข้าม เดี๋ยวนี้เพศสภาพมันข้ามไปแล้วใช่มั้ย LGBTQ มันข้ามไปแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องของความสัมพันธ์ ความห่วงใย บางทีเรามองแล้วเรารู้สึกว่า มันมีอะไรเกินเลยหรือเปล่า เพราะว่าเราไม่ใช่เขา มันตัดสินไม่ได้”

จริง ๆ เคยรู้สึกกับเจนี่ไหม?
ผมรู้สึกดีกับเขาตั้งแต่ผมเล่นละครกับเขาเมื่อ 12 ปีก่อน เพราะผมเป็นนักแสดงสมทบและทุกวันนี้ก็รู้สึกดีและนับถือมันเป็นความนับถือที่ทำไมผู้หญิงคนนึงเก่งขนาดนี้แต่โลกไม่รู้เลย วันนี้ผมมาบอกว่าเขามีคุณค่า เขากตัญญูเขารักลูกเขาทำทุกอย่างที่พ่อแม่ทำได้ด้วยตัวของตัวเองโดยที่ไม่บอกใครมาตลอด 6 ปีมันทำได้ยังไง ใช่ไหม ผมมีหน้าที่แค่นี้แหละ

ที่ผ่านมาไม่ได้มีความรู้สึกเกินเลยไปมากกว่าคำว่าพี่น้อง?
ความรู้สึกเกินเลยมันต้อง 2 คนป่ะ ผู้ชายอ่ะผมบอกเลยว่าสันดานผู้ชายมันพร้อมจะเกินเลยถ้าเขามีการตอบรับใช่ไหม แต่นี่ไม่มี เขาเห็นเราเป็นพี่ชายเรา ก็ให้เกียรติกัน คำว่าให้เกียรติกันเนี่ยมันสำคัญมากนะครับในเรื่องความสัมพันธ์ทุกความสัมพันธ์มันต้องมีการให้เกียรติกัน แล้วมันจะดี

เราพูดเหมือนมีใจเราปลื้มเขาแต่พอเขาปฏิเสธเราเราก็โอเค?
เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ว่าทุกอย่างมันต้องใช้เวลาอย่างที่เข้าใจว่ามันต้องใช้เวลาเพราะหนึ่งเรามีลูกเหมือนกัน มันแปลกตรงที่วันที่ไปคุยงานผมเอาลูกชายไปด้วยแล้วโนล่าเขาจะมีโลกส่วนตัวสูงหวงแม่ ถ้ามีใครมาเขาจะห่วงแม่มากแต่เจอเลโก้เขาเล่นกันเป็นลิงเลยเหมือนบ้านจะพังอ่ะแล้วตรงนั้นก็จะมีทีมงานของผมนั่งอยู่ด้วย ก็รู้สึกว่าธรรมชาติของเด็กที่มันคล้ายกันเข้ากันได้เราเลยคุยงานกันได้สบายเท่านั้นเอง

ตอนนี้ยังสนิทกันไหม?
ไม่เคยสนิทเลย เขาเป็นคนระวังตัวมากเลยฮะแม้แต่ไลน์เขาก็ไม่ใช้รูปแล้วก็มีการเปลี่ยนชื่อ ผมว่าเขาน่าจะเจออะไรที่พยายามจะเคลมที่ผมบอกว่าถ้าคุยกันหรือเป็นเพื่อนกันเพื่อทำงานเพราะผมยึดเขาเป็นต้นแบบในการประสบความสำเร็จเหมือนกัน เขาแนะนำให้ผมนั่งสมาธิ เพราะว่าเราไปที่อันตรายเยอะ ๆ เรื่องพลังงานบางทีก็โดนของแต่ไม่รู้ตัวหลวงปู่ศิลาก็ออกให้ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องของอีกมิติหนึ่งที่เขาเก่งกว่าผม

ถ้าเกิดเจนี่เปิดใจเราอยากจะจีบไหม?
เผมเชื่อว่าไม่เปิดหรอก ผู้หญิงคนนี้ใจเหมือนเพชร ถ้าสมมติว่าอย่างวันนี้สื่อมาแตะต้องเรื่องราวนี้ผมก็ต้องออกไปจากวงจรชีวิตของเขาเพื่อความสงบเพราะว่าอย่างน้อยลูกจะได้ไม่งง อย่างถ้าลูกเขามาฟังวันนี้ก็จะรู้ว่าแม่รักลูกแค่ไหน

จะถอยไหม?
ผมถอยมาแล้วครับอยู่ที่เดิม ส่วนอนาคตโอกาสร่วมงานผมไม่ติดเจอกันได้แต่ก็น่าจะเจอกันยากนะแต่ผมมีข้อสงสัยนิดหนึ่งถ้าการที่ข่าวออกมาแบบนี้มันเป็นเรื่องของการโปรโมทบางอย่างเราใช้ผมเป็นเครื่องมือนะผมขอเชิญไปโหนกระแสผมไม่ยอมเหมือนกันเพราะว่า การที่เอาชีวิตคนคนหนึ่งมาเพื่อโปรโมทอะไรบางอย่าง ที่บางคนต้องทำร่วมกันเนี่ย มันไม่โอเค เราไม่รู้เบื้องหลัง“

มันมีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรเบื้องหลังหรือเปล่า?
ทุกอย่างมีเบื้องหลังหมดแหละ แต่ผมเชื่อว่าสื่อที่เอาลงเขามีความรู้สึกว่าอยากจะให้มันเคลียร์ เพราะว่าข่าวแบบนี้มันดูรุนแรงและไม่เป็นธรรมกับเขาเลย แล้วผมก็เห็นความเป็นตัวตนของทั้งสองคนมันน่ารักไงผมก็เลยต้องออกมาพูดไม่งั้นผมคงไม่ต้องสนใจก็ได้“

ที่บอกว่าถอยออกมาแล้วก่อนหน้านี้เดินหน้าจีบเขาหรือเปล่า?
ไม่ได้จีบ

แล้วที่บอกว่าถอยออกมาคือยังไง?
คือ ส่วนใหญ่เราจะคุยเรื่องลูก กิจกรรมที่เป็นที่สว่างมันก็น่าจะไม่ต้องมีแล้ว เพราะว่ามันจะทำให้คนเข้าใจผิด

กับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มองว่ามีการใช้แล้วเป็นเครื่องมือ?
ไม่ครับ ผมว่าจุดยืนของเราต่างกันคือผมอยู่กับความจริงกับความเปลี่ยนแปลงแต่คนๆ นึงที่เขามีความสมบูรณ์เพอร์เฟคในเรื่องของวิถีชีวิตมาตลอด แล้วภาพที่ออกมามันต้องสมบูรณ์แบบเพื่อที่จะทำงานต่างประเทศได้ เขาไม่สามารถแสดงออกทางความคิดทางอารมณ์ได้อย่างเราๆ เขทไม่สามารถกินแบบเราได้เขาไม่สามารถคิดหรือทำแบบเราได้ ซึ่งมันไม่ใช่ผิดนะ มันคือมาตรฐานของเขา ทำให้เขายังเป็นเขาอยู่ซึ่งตรงนี้ถ้าสมมติว่าเราไปเข้าไปแทรกแซง นิสัยผมเสียตรงที่ชอบเปลี่ยนคน ถ้าสมมุติว่าเขาไม่เหมือนเราเราอยากให้เขาลองมาเป็นแบบเราดูสิ ซึ่งมันก็ไม่ใช่เขามีคุณค่าเพราะเขาเป็นเขามากกว่าแต่ที่เรานับถือเขาเพราะเขามีความไม่สมบูรณ์แบบหลายอย่างที่คล้ายเราเท่านั้นเองครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...