สตรีทฟู้ดยังเหนื่อย! “ชายสี่” ทุ่ม 300 ล้าน ขยาย 3 แบรนด์ร้านอาหาร เจาะย่านคนรวย
ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น เผย สตรีทฟู้ดเหนื่อยยาวถึงปี 68 กำลังซื้อยังไม่ดีดกลับเท่าก่อนโควิด กางแผนปี 68 ลงทุน 300 ล้านบาท ขยาย 15 สาขา 3 แบรนด์ร้านอาหารใหม่ เสือร้องไห้-BRIX-หมูสองชั้น หมูกระทะ เกาะห้าง เจาะโซนคนรวย กำลังซื้อสูง
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 นายอนุชิต สรรพอาษา กรรมการผู้จัดการบริษัท ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสตรีทฟู้ดยังคงเหนื่อยต่อเนื่องไปยันปี 2568 เติบโตไม่ถึง 2 ดิจิต (ตัวเลขสองหลัก)
ปัจจัยสำคัญมาจากเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ผู้บริโภคที่มีรายได้ไม่ถึง 30,000-50,000 บาท/เดือน/ครัวเรือน มีกำลังซื้อลดลง และปัจจุบันสตรีทฟู้ดยังไม่เทิร์นอะราวด์กลับไปเท่าช่วงก่อนโควิดเมื่อปี 2562
“ไตรมาส 4 เหนื่อย ร้านอาหารยังพออยู่ได้ แต่ต้องเป็นร้านใหญ่บริหารต้นทุนเก่ง ๆ อย่างที่ผ่านมาที่เห็นพอเปิดสาขาสัก 3-5 สาขาก็เริ่มจะไปไม่รอด เพราะขาดการทำ Data Centralisation”
สำหรับ ชายสี่ คอร์ปอเรชั่น มีแบรนด์เป็นของตนเอง 7 แบรนด์ ปัจจุบันมีอยู่ 4,500 สาขา และภายในปี 2567 น่าจะสปีดสาขาแฟรนไชส์เต็มที่ 6,000 สาขา
ซึ่งแบรนด์หัวหอกอย่าง ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว สาขาเริ่มแน่น และบางส่วนได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัวลง ทำให้บริษัทฯ ต้องหาพาร์ตเนอร์ร้านอาหารช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจอาหารมากขึ้น
ขณะที่ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน 3 แบรนด์ร้านอาหาร-ขนมชื่อดัง โดยแผนปี 2568 เตรียมลงทุน 300 ล้านบาท ขยาย 15 สาขา ภายใต้ 3 แบรนด์ใหม่ แบ่งเป็น
- ร้านขนมหวาน “BRIX Dessert Bar” จำนวน 7 สาขา จากปัจจุบันมีอยู่ 5 สาขา ทั้งในศูนย์การค้าชื่อดังและโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพ
- ก๋วยเตี๋ยวเรือพรีเมียม “เสือร้องไห้” จำนวน 4 สาขา จากเดิมมีชื่อเสียงโด่งดังจากสาขาที่อยู่ใน จ.อยุธยา
- ร้านปิ้งย่างหมูกระทะแบบไทย ๆ “หมูสองชั้น หมูกระทะ” จำนวน 4 สาขา เปิดให้บริการ 2 สาขาในคอมมูนิตี้ มอลล์ใจกลางกรุงเทพฯ
ล่าสุด ในปี 2567 ได้ประเดิมเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสต์วิลล์ ชั้น 2 โดยเปิดตัวเมนูใหม่“Ayutthaya The Series” แนวอยุธยาร่วมสมัย เป็นเมนูที่ได้แรงบันดาลใจจากกุ้งเผาอาหารขึ้นชื่อของอยุธยา จับคู่กับเมนูซิกเนเจอร์ของร้านอย่างข้าวผัดก๋วยเตี๋ยวเรือ
“การปักหมุดทำเลสาขาต่อไป เราจะเน้นย่านกำลังซื้อสูง และในเมือง อย่างก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้ ที่มาเจาะโซนรามอินทรา ย่านการจับจ่ายใช้สอยสูง สะท้อนจากย่านนี้มีโครงการที่อยู่อาศัยราคา 50 ล้านบาทขึ้นไป เป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากเปิดร้าน 1 วันมียอดขายเกินคาด 1 เท่าตัว หรือ 100%”
ขณะเดียวกัน ปีหน้าบริษัทฯ จะสร้างเกมใหม่ของหลายแบรนด์ที่อยู่ในเครือ แต่ยังไม่ติดตลาด นำมารีแบรนด์ให้ดียิ่งขึ้น อาทิ อาจนำเมนูที่คนอยากทานอยู่แล้ว มาทำเป็นเมนูใหม่สร้างแวลู่มากขึ้น จากนั้นกลุ่มลูกค้าจะตามมาเอง
นอกจากนี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเสือร้องไห้ จะทำแบรนด์ลูกเป็นรูปแบบแฟรนไชส์เป็นอีกโมเดลหนึ่ง และร้านหมูสองชั้น หมูกระทะ ที่เป็นบุฟเฟ่ต์หมูกระทะเตรียมเพิ่มเมนูพรีเมียมมากขึ้น จากตอนนี้ราคาเริ่มต้น 219 บาท/คน
“ต่อจากนี้ไป เราจะไม่ทำร้านรูปแบบเดียว โมเดลเดียว ซึ่งช่วงโควิดที่ผ่านมา ถือเป็นบทเรียนสำคัญ ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องพยายามบาลานซ์พอร์ตฯ จากปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์มีสัดส่วน 90% และอีก 10% เป็นธุรกิจร้านอาหาร และเทรดดิ้ง แต่ในปี 2568 ที่มีการขยายร้านอาหารจำนวนมาก จะทำให้พอร์ตฯ ร้านอาหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ”