Formula 1 กับหนังและซีรีส์ที่คุณควรดู 7 เรื่อง ในโลกแห่งรถสูตร 1
LSA Thailand
อัพเดต 13 ธ.ค. 2567 เวลา 22.07 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2567 เวลา 11.00 น. • Lifestyle Asia Thailandคุณจะเห็นว่าช่วงหลังเรื่องราวเกี่ยวกับ Formula 1 เข้มข้นมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น Drive to Survive ของ Netflix แต่คุณอาจจะไม่รู้ว่าเรื่องราวเกี่ยวกับรถสูตร 1 ยังมีอีกหลายแง่มุมทั้งในอดีตและปัจจุบันมีมากมาย เพราะฉะนั้นเราอยากให้คุณได้รู้จักภาพยนตร์และซีรีส์ที่คุณควรรู้จักมากยิ่งขึ้น
Related articles
รวมหนังนักส่งของ ต้อนรับ “ไรเดอร์”
Denzel Washington นักแสดงมากฝีมือ กับผลงานเด่นของเขา 8 เรื่อง
Formula 1 เป็นเรื่องราวการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ไม่ใช่มีแค่ความเร็ว แต่มีทั้งชีวิตและความหวังมากมายที่คุณต้องเผชิญทั้งดีและร้าย เพราะฉะนั้น พบกับหนัง 7 เรื่อง ดังนี้ ที่คุณจะจดจำเรื่องราวการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมากยิ่งขึ้นสำหรับรถสูตร 1
1 /7
Crash and Burn (2016)
สารคดี Crash and Burn ปี 2016 ที่เจาะลึกอาชีพของ ทอมมี ไบร์น (Tommy Byrne) นักขับรถฟอร์มูล่าวันจากยุค 80 ซึ่งบางคนมองว่าเขาเก่งกว่า ไอร์ตัน เซนนา (Ayrton Senna) เสียด้วยซ้ำ ถึงอย่างไรก็ตาม โชคร้ายต่าง ๆ ทำให้เขาไม่สามารถไปถึงจุดสูงสุดที่เขาที่มีศักยภาพได้ แต่เขากลับกลายเป็นคนที่มาถึงที่เกิดเหตุในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยแสดงให้เห็นศักยภาพที่ทำให้ต้องอ้าปากค้าง เพียงแต่เราอาจจะไม่ได้ยินเรื่องนี้อีกเลย ซึ่ง Crash and Burn ที่พยายามค้นหาเหตุผลต่าง ๆ ว่าทำไมอาชีพของเขาถึงเป็นแบบนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือยังมีการสัมภาษณ์ ไบร์น ในวัยชรา ซึ่งปัจจุบันเป็นโค้ชขับรถที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกา
Photo Credit: Crash and Burn via IMDB
2 /7
Uppity: The Willy T. Ribbs Story (2020)
เนื้อหาของหนังเรื่องนี้แม้ว่าจะไม่ได้เกี่ยวกับ Formula 1 ทั้งหมด แต่หนัง Uppity มีการติดตามชีวิตและอาชีพของ วิลลี่ ที. ริบส์ (Willy T. Ribbs) นักแข่งรถชาวแอฟริกันอเมริกันที่สร้างชื่อเสียงผ่านการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต โดยตั้งแต่เขาเริ่มต้นในซีรีส์ FF1600 ของอังกฤษ จนถึงกลายเป็นคนอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันคนแรกที่ได้ทดสอบรถ Formula 1 และผ่านเข้ารอบ Indy 500 นั้นแสดงให้เห็นว่าเขาผ่านอุปสรรคหลายอย่างทั้งการเหยียดผิวและการไม่ยอมรับของสังคมบางส่วนในยุคสมัยนั้น
Photo Credit: Uppity: The Willy T. Ribbs Story via IMDB
3 /7
Weekend of a Champion (1972)
แค่ได้ชื่อผู้กำกับอย่าง โรมัน โปลันสกี (Roman Polanski) ก็ทำให้น่าดูเข้าไปอีก และโชคดีแบบสองชั้น เพราะการที่เขาได้เป็นเพื่อนสนิทกับเซอร์ แจ็กกี้ สจ๊วต (Sir Jackie Stewart) ทำให้สารคดีของเขาในปี 1971 ที่ครอบคลุมการแข่งขันโมนาโกกรังด์ปรีซ์ ของสจ๊วร์ตในช่วงสุดสัปดาห์เป็นข้อมูลเชิงลึกที่แท้จริง ดังนั้น การเข้าถึงดาราดังได้มากมาย สารคดีจึงทำให้แฟน ๆ ได้มีโอกาสสัมผัสชีวิตในฐานะนักแข่งรถระหว่างการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ตั้งแต่การแข่งขันที่จริงจังไปจนถึงช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน
Photo Credit: Weekend of a Champion via IMDB
4 /7
Rush (2013)
หนึ่งในผลงานยุคหลังที่เกี่ยวกับการแข่งขัน Formula 1 ที่จะใจระทึกไปทั่วโลก จากฝีมือการกำกับของ รอน ฮาวเวิร์ด (Ron Howard) ที่ย้อนกลับไปในฤดูกาล 1976 ที่แค่นี้ก็ย้อนคุ้มค่าแก่การรับชมทั้งสำหรับแฟน F1 และไม่ใช่แฟน Rush ด้วยหาที่ถ่ายทอดความเข้มข้นของการต่อสู้ระหว่าง เจมส์ ฮันต์ (James Hunt) และ นิกิ เลาดา (Niki Lauda) เพื่อชิงตำแหน่งที่ 1 ซึ่งความโหดร้ายที่แท้จริงที่พูดถึงการฟื้นตัวของ เลาดา หลังจากอุบัติเหตุที่เปลี่ยนชีวิตของเขาที่สนาม Nurburgring
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดาราฮอลลีวูดชื่อดังอย่าง คริส เฮมเวิร์ธ (Chris Hemsworth) และ แดเนียล บรูห์ล (Daniel Bruhl) ในบท ฮันต์ และ เลาดา ตามลำดับ
Photo Credit: Rush Photo by Jaap Buitendijk – © 2013 – Universal Pictures via IMDB
5 /7
Grand Prix (1966)
Grand Prix 1966 คลาสสิกแบบไม่ต้องสงสัย ถึงขั้นชนะรางวัลออสการ์สำหรับเรื่องนี้ โดยบอกเล่าเรื่องราวของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ในฤดูกาลสมมติที่เชื่อมโยงฉากแอ็คชั่นเข้ากับเรื่องราวความรักสามเรื่อง แม้จะถูกวิจารณ์ผ่านมาหลายปี แต่การแข่งขันที่ทำให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ยอดนิยมที่สุดของผู้กำกับอย่าง จอห์น แฟรงเกนไฮเมอร์ (John Frankenheimer)
หนัง Grand Prix ถ่ายทำบางส่วนบนสนามแข่งในช่วงสุดสัปดาห์การแข่งขัน F1 จริง นี่คือความคลาสสิกที่แฟน F1 ทุกคนต้องดู
Photo Credit: Grand Prix via IMDB
6 /7
McLaren (2017)
บางทีเป็นแบรนด์รถที่คุณอาจจะไม่ได้ทราบความเป็นมาในโลกมอเตอร์สปอร์ตมากนัก แต่เรื่องราวของบรูซ แม็คลาเรน (Bruce McLaren) ที่ได้รับการบอกเล่าผ่านฟุตเทจที่สร้างขึ้นใหม่ควบคู่ไปกับภาพยนตร์ต้นฉบับ และได้รับการสนับสนุนจากการสัมภาษณ์ผู้ที่รู้จักตัวตนเขาอย่างแท้จริง
โดยสิ่งที่โดดเด่นที่สุดเกี่ยวกับสารคดีเรื่องนี้ก็คือ มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความทุ่มเทและความภักดี ซึ่งมาจากจุดเริ่มต้นที่ต่ำต้อยในนิวซีแลนด์ไปจนถึงระดับสูงสุดของมอเตอร์สปอร์ต ในขณะที่แบรนด์ McLaren ยังคงต่อสู้กลับจากช่วงสองสามปีที่ยากลำบากในปัจจุบัน การเดินทางของผู้ก่อตั้งผู้บุกเบิกยังคงเจ็บปวดอย่างแท้จริง
Photo Credit: McLaren via IMDB
7 /7
Drive to Survive (2019)
Drive to Survive ของ Netflix เป็นหนึ่งในซีรีส์สารคดี Formula 1 ที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน ที่นำเสนอทีมและนักแข่ง F1 เบื้องหลังที่ไม่มีใครทำได้ โดยนำเสนอทั้งการแข่งขันและผู้คนที่ทำให้เป็นไปได้ ทำให้ผู้ชมได้เห็นภาพเบื้องหลังของ Formula 1 ที่หาได้ยาก และแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างไร
แต่แน่นอน Drive to Survive ถูกแฟน ๆ ของ Formula 1 ในปัจจุบันวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถึงกระนั้นมันก็เป็นประตูสู่โลกแห่ง F1 ที่สมบูรณ์แบบสำหรับแฟน ๆ หน้าใหม่ ซึ่งตอนนี้มีถึง 6 ซีซั่น และพวกเขาก็เตรียมตัวจะทำต่อในซีซั่น 7 แล้ว เร็ว ๆ นี้
Photo Credit: Formula 1: Drive to Survive Photo by Daniel Vojtech via IMDB
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia Hero & Featured Photo Credit: Formula 1: Drive to SurvivePhoto by Daniel Vojtech
References: https://movieweb.com/formula-one-movies/ https://www.autosport.com/f1/news/the-best-formula-1-films-and-documentaries-to-watch/4983459/
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.