โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลี่ผลงานอนุมัติ ‘ใบรง.4’ ทะลุ3.2แสนล้าน จับตาปี’68 เพิ่มแต้มต่อ-แบล๊กลิสต์

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 05.33 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2567 เวลา 05.14 น.

คลี่ผลงานอนุมัติ ‘ใบรง.4’ ทะลุ3.2แสนล้าน จับตาปี’68 ‘เพิ่มแต้มต่อ-แบล๊กลิสต์’

แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีนี้จะยังอ่อนแรง สะท้อนจากจีดีพีโลกคาดการณ์ระดับ 3.2% ขณะที่ประเทศจีดีพีคาดอยู่ระดับ 2.6%

แต่ภาพรวมการลงทุนไทยปีนี้ยังเติบโตต่อเนื่อง ปัจจัยมาจากกระแสการย้ายฐานผลิต ทำให้ไทยคือตัวเลือกสำคัญจากความพร้อมทั้งทำเลที่ตั้ง และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ล่าสุดการขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ยังทำให้บางฝ่ายคาดการณ์ว่าอาจทำให้การลงทุนปี 2568 คึกคักยิ่งขึ้น

ส่องตัวเลขลงทุนล่าสุดจากหน่วยงานหลักอย่าง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุ ช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีจำนวน 2,195 โครงการ เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 722,528 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นยอดลงทุนที่สูงสุดในรอบ 10 ปี

สะท้อนถึงศักยภาพและพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีของประเทศไทย รวมทั้งความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อนโยบายรัฐบาลและมาตรการสนับสนุนของรัฐ ตลอดจนการดึงดูดการลงทุนเชิงรุกของรัฐบาลและบีโอไอ ได้ทำให้เกิดการลงทุนโครงการใหญ่ในอุตสาหกรรมใหม่ๆ จำนวนมาก เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน และพลังงานหมุนเวียน

ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี รายงานผลการลงทุนในพื้นที่อีอีซี ช่วง 10 เดือนของปีนี้ ของนักลงทุนต่างชาติ 251 ราย เพิ่มขึ้น 128% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีมูลค่าการลงทุน 45,739 ล้านบาท คิดเป็น 28% ของเงินลงทุนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 146%

ด้าน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุ ปีงบประมาณ 2567 กนอ.สามารถสร้างยอดขาย/เช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมสูงถึง 6,200 ไร่ ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนศักยภาพการลงทุนไทยที่นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก

ล่าสุดสำรวจตัวเลขจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ถึงผลการอนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน หรือ รง.4 ทั้งตั้งใหม่และขยายโรงงาน ช่วง 10 เดือนของปีนี้คึกคักไม่แพ้กัน

โดย พรยศ กลั่นกรอง รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ให้ข้อมูลว่า ผลการอนุมัติใบอนุญาต รง.4 ทั้งตั้งใหม่และขยายโรงงาน ข้อมูลล่าสุดช่วง 10 เดือนแรกของปี 2567 คือ มกราคม-ตุลาคม พบว่า จำนวนโรงงานขอรับใบอนุญาตและขยายโรงงาน อยู่ที่ 2,294 โรงงาน เพิ่มขึ้น 27 โรงงาน หรือเพิ่มขึ้น 1.19% เมื่อเทียบกับปีก่อน

เงินลงทุนจากการตั้งและขยายโรงงาน 321,710 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14,607 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.76% ส่งผลให้เกิดการจ้างงานใหม่จากการตั้งและขยายโรงงาน 93,747 คน เพิ่มขึ้น 12,693 ตำแหน่ง หรือเพิ่มขึ้น 15.66%

ธุรกิจตั้งใหม่ 5 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมอาหาร ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ เคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์เคมี ผลิตภัณฑ์อโลหะ และอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ขณะที่ธุรกิจขยายกิจการ 5 อันดับแรก คือ ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์ยาง ยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะและอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์จากพืช และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

พรยศระบุด้วยว่า ประเมินการอนุมัติ รง.4 ช่วงสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะยังเติบโตต่อเนื่อง จากตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงในช่วง 10 เดือนของปีนี้ สอดคล้องกับตัวเลขการลงทุนของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่สะท้อนว่าการลงทุนไทยเติบโต อานิสงส์หลักจากการย้ายฐานผลิต ส่วนจะมูลค่าเท่าไหร่ต้องติดตามอีกครั้ง

สำหรับผลการได้ผู้นำสหรัฐอเมริกาคนใหม่อาจเป็นโอกาสลงทุนไทยเพิ่มขึ้น ดังนั้น กรอ.เร่งอำนวยความสะดวกผู้ประกอบการ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับกลุ่มไม่ดี ไม่ให้กระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม

เกาะติดแนวทางบังคับใช้กฎหมายของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบว่าปี 2568 จะมีความน่าสนใจอย่างมาก หลัง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งปรับกลไกการอนุมัติอนุญาตโรงงานทั้งระบบ เพื่ออำนวยความสะดวกโรงงานที่ปฏิบัติตามกฎหมาย และเอาผิดโรงงานที่ฝ่าฝืนกฎหมายอย่างถึงที่สุด

พรยศ ระบุถึงนโยบายดังกล่าวว่า กรอ. เดินหน้าปรับปรุงกระบวนการอนุมัติอนุญาตโรงงานอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับลดขั้นตอนให้สั้นลง ลดระยะเวลา และออกใบอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มแต้มต่อให้กับผู้ประกอบธุรกิจภาคอุตสาหกรรมที่ดี โดย กรอ.ได้กำหนดระเบียบหลักเกณฑ์ที่รัดกุมในการออกใบอนุญาต รง.4 และการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมในอุตสาหกรรมบางประเภท

เช่น โรงงานที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดกำจัดกากอุตสาหกรรม ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบกับประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะโรงงานที่มีการหลอมหล่อตะกรัน หรือโรงงานลำดับที่ 101, 105 และ 106 ซึ่งเป็นโรงงานรับกำจัดกากอุตสาหกรรม ทั้งที่เป็นของเสียอันตรายและไม่เป็นของเสียอันตราย เช่น การคัดแยก หลุมฝังกลบ ทำเชื้อเพลิงผสม ทำเชื้อเพลิงทดแทนจากน้ำมันและตัวทำละลายใช้แล้ว สกัดแยกโลหะ ถอดแยกบดย่อยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ หลอมตะกรัน รีไซเคิลกรดด่าง เป็นต้น ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาเอกสารประกอบการดำเนินการอย่างละเอียดรอบคอบรัดกุม มีความปลอดภัย เป็นไปตามหลักวิชาการทุกกระบวนการ

ขณะเดียวกันได้ยกระดับปรับปรุงกระบวนการอนุมัติอนุญาตโรงงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ด้วยการจัดทำบัญชี แบล๊กลิสต์ ผู้ประกอบการที่มีประวัติไม่ดี จะนำไปสู่การปฏิรูปยกระดับการพิจารณาตรวจสอบและเฝ้าระวังอย่างเข้มข้น

“ผมจะไม่ยอมให้โรงงานไม่ดี ลักลอบประกอบกิจการโรงงาน เพื่อดูแลประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยการทำงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กระบวนการพิจารณาและตรวจสอบกำกับอย่างโปร่งใส ตรวจสอบติดตามได้ในทุกขั้นตอน” พรยศเน้นย้ำ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คลี่ผลงานอนุมัติ ‘ใบรง.4’ ทะลุ3.2แสนล้าน จับตาปี’68 เพิ่มแต้มต่อ-แบล๊กลิสต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...